ได้เวลา ค่ายเหล้านอก เปิดเกมยึดตลาดไวท์ สปิริต


ผู้จัดการรายสัปดาห์(21 สิงหาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

จากเดิมตลาดวิสกี้ เป็นตลาดที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดต่อเนื่องมาหลายปี แต่วันนี้ สังเวียนการแข่งขันของค่ายเหล้านอกได้เปลี่ยนไป โดยผู้เล่นในตลาดหันไปให้ความสำคัญกับการทำตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่นมากขึ้น ปรากฎการ์ณที่เกิดขึ้น เมื่อเร็วๆนี้ค่ายยักษ์ใหญ่ของวงการนำเข้าเหล้านอก ก็เริ่มจัดทัพสินค้าสู้ศึกครั้งใหม่ในตลาดไวท์ สปิริต หรือวิสกี้สีขาว รองรับกระแสวัฒนธรรมการดื่มค็อกเทลที่ได้รับความนิยมอย่างสูงทั่วโลก ซึ่งทำให้วอดก้าทั่วโลกเติบโตเฉลี่ยต่อปี 5%

ที่สำคัญ เพื่อรับมือกับการเติบโตของของเครื่องดื่มคอกเทลในบ้านเราที่เริ่มทวีความนิยมขึ้นเช่นกัน อย่างไรก็ตามแม้ว่าสัดส่วนของตลาดไวท์ สปิริต มีปริมาณเพียง 1.5 แสนลัง ของตลาดรวมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณ 6 ล้านลังก็ตาม แต่ก็เป็นตลาดที่มีโอกาสในการขยายตัวมาก

ที่ผ่านมาตลาดรวมไวท์ สปิริต มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ปี 2546-2548 ตลาดรวมมีการเติบโตถึง 19% และตลาดรวมในปัจจุบันมีมูลค่า 830 ล้านบาท แบ่งเป็น วอดก้า มูลค่า 400 ล้านบาท สัดส่วน 48% จิน 36% และเตอกีล่า 16%

ด้วยสัดส่วนขนาดตลาดมากที่สุดของวอดก้า และมีการเติบโตถึง 32% จึงเป็นเซกเมนต์หลักที่ขับเคลื่อนตลาดไวท์ สปิริต ให้มีการขยายตัวเป็นอย่างมาก ซึ่งก็ทำให้บริษัทนำเข้านอกหลายๆค่ายเริ่มเบนเข็มมาให้ความสำคัญกับการทำตลาดวอดก้าเป็นตลาดรองจากการบุกตลาดวิสกี้ โดยแทบทุกค่ายที่ทำตลาดเหล้านำเข้านั้น ล้วนมีไวท์ สปิริต แบรนด์ดังอยู่ในมือและเตรียมงัดออกมาถล่มกันอย่างเต็มที่

ทั้งสมอร์นอฟ ของริชมอนเด้ และ ฟินแลนเดีย วอดก้า ของค่ายบราวน์-ฟอร์แมน ที่มี แจ๊ค แดเนียล เท็นเนสซี่วิสกี้ เป็นผลิตภัณฑ์หลัก แต่เตรียมพร้อมรุกตลาดไวท์สปิริต ด้วยการออก "ฟินแลนเดีย วอดก้า รสมะม่วง" รสชาติใหม่เร็วๆนี้ ตามมาด้วยเหล้ายีน บอมเบย์ ซัฟไฟร์ และวอดก้า เกรย์ กรู๊ซ ของบาคาร์ดี้

ทว่าแม้ วอดก้า จะเป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีจำหน่ายมานานแล้ว โดยมีสเมอร์นอฟเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 33 % อันดับสองเป็นฟินแลนเดีย 14% แอ็บโซลูท 7% อื่นๆ 46% แต่ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีค่ายไหนทุ่มกำลังมาทำตลาดอย่างจริงจัง

ภาพรวมการแข่งขันในตลาดไม่มีรูปแบบที่ชัดเจน ส่วนใหญ่ที่ออกมาเคลื่อนไหวในตลาดมักจะเป็นการจัดกิจกรรมที่มุ่งไปหาบาร์เทนเดอร์ มืออาชีพของโรงแรมชั้นนำ ผับ บาร์ และร้านอาหารโดยจัดกิจกรรมการแข่งขันเพื่อปั้นบาร์เทนเดอร์ไทย ทั่วประเทศ เพื่อค้นหาสุดยอดเป็นตัวแทนเข้าร่วมการประกวดบาร์เทนเดอร์ระดับ ทั้งนี้เพื่อสร้างแบรนด์กับกลุ่มบาร์เทนเดอร์ ซึ่งเป็นลูกค้าที่ใช้สินค้าโดยตรง

ริชมอนเด้ เป็นผู้เล่นในตลาดรายแรก ที่กระโจนลงมาทำตลาดอย่างเต็มตัว โดยเมื่อเร็วๆนี้ได้ประกาศศึกลงสังเวียนวอดก้าอย่างเป็นทางการสำหรับแผนการบุกตลาดไวท์ สปิริตนั้น ศนิตา คาจิจิ รองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการตลาด บริษัท ริชมอนเด้ (บางกอก) บอกว่า

ตลาดไวท์ สปิริต เป็นตลาดที่บริษัทให้ความสำคัญมาก โดยจะมีสินค้าออกมาทำตลาดครบพอร์ตโฟลิโอ 20 แบรนด์ ครอบคลุมทุกระดับราคาทั้ง 3 เซกเมนต์คือ ตลาดระดับล่าง วอดก้า กลุ่มอีโคโนมี ราคาต่ำกว่า 500 ระดับกลางพรีเมียม ราคา 500-1,000 บาท และวอดก้า ระดับซูเปอร์พรีเมียม ราคาสูงกว่า 1,000 พันบาท

แม้จะมีสินค้าบุกทั้ง 3 ตลาด แต่ระดับพรีเมียม เป็นเซกเมนต์ที่ริชมอนเด้จะให้ความสนใจมากในการทำตลาดในประเทศไทย โดยมีวอดก้า แบรนด์ “สมอร์นอฟ”ราคา 590 บาท ขนาด 700 มล.เป็นหัวหอกของการบุกไวท์ สปิริต เพราะเป็นแบรนด์ที่แข็งแกร่งมากที่สุด อีกทั้งยังเป็นวอดก้าระดับพรีเมียม ที่มียอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาดเครื่องดื่มไวท์สปิริตทั่วโลก

นอกจากนั้น ตลาดวอดก้าในประเทศไทย สเมอร์นอฟยังเป็นผู้นำตลาดวอดก้าด้วยส่วนแบ่ง 33% และคาดว่าจะเติบโตขึ้นเป็น 40% ในปีนี้ โดยปี 2543-2547 สเมอร์นอฟมีอัตราการเติบโตทั่วโลก เฉลี่ยต่อปีประมาณ 6.3%

“แนวทางการทำตลาดที่สื่อไปถึงกลุ่มเป้าหมายร้านค้ากับกลุ่มลูกค้า จะอยู่ภายใต้คอนเซปต์ “Clearl Original – Clearly Smirnooff” เน้นเจาะกลุ่มเป้าหมายYoung Adult ชายหญิงอายุ 25-35 ปี ที่มีไลฟ์สไตล์มองหาสิ่งใหม่ๆเพื่อสีสันของชีวิต เน้นจำหน่ายผ่าน 2 ช่องทางหลักคือ ออน พรีมิส (สถานบันเทิง ผับ บาร์ ดิสโก้เธค โรงแรม ร้านอาหาร) ประมาณ 2 พันแห่ง สัดส่วน 75%และออพพรีมิส (โมเดิร์น เทรด) 25% ประมาณ 200 แห่ง ” ศนิตา กล่าว

พร้อมเทงบการตลาด 50 ล้านบาท มีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้า ในกรุงเทพฯ และนักท่องเที่ยวตามหัวเมือง พร้อมทั้งวางเป้าหมายขยายฐานการดื่ม จากนักท่องเที่ยวต่างชาติที่รู้จักและนิยมดื่มคอกเทล ไปสร้างตลาดใหม่ที่ดื่มได้ทั้งเป็นแก้วและขวด โดยใช้กลยุทธ์การตลาดสร้างประสบการณ์ (Experience Marketing) จัดกิจกรรมการตลาดสื่อสารตราสินค้าให้เป็นที่รู้จักของผู้บริโภคมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างโอกาสให้ผู้บริโภคได้เข้ามาลองดื่มและสัมผัสกับความป็นวอดก้าที่แท้จริง

รวมถึงการทำตลาดกับกลุ่มร้านค้า และบาร์เทนเดอร์ เนื่องจากลูกค้ากลุ่มนี้สำคัญมาก เพราะเป็นกลุ่มที่ใช้สินค้าโดยตรง โดยจะมีการทำตลาดให้ความรู้เรื่องการผสมเครื่องดื่มคอกเทล จัดเมนูเครื่องดื่มสูตรพิเศษเฉพาะที่ผสมกับสเมอร์นอฟให้กับบาร์เทนเดอร์ เพื่อสร้างพฤติกรรมให้ผู้บริโภคระบุแบรนด์ในการเลือกวอดก้าผสมเป็นค็อกเทล

การเข้ามารุกตลาดวอดก้า ที่ถือว่าเป็นผู้กำหนดเกมในตลาดนั้น ริชมอนเด้าคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะทำให้ตลาดไวท์สปิริตจะเติบโตขึ้น 5% เป็น 875 ล้านบาท หรือมีปริมาณ 153,000 ลัง


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.