|

งัดกลยุทธ์ดึงสายการบินในปท.เปิดสุวรรณภูมิ15ก.ค.ยังมีปัญหา
ผู้จัดการรายวัน(9 สิงหาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
"พงษ์ศักดิ์"สั่งทอท.ลดแลกแจกแถมดึงสายการบินใช้สุวรรณภูมิ 15 ก.ย. หลังพบปัญหาเส้นทางในประเทศมีผู้โดยสารต่อเครื่อง มีเวลา 2 ชม.หวั่นใช้รถเชื่อมดอนเมืองกับสุวรรณภูมิเสี่ยง การบินไทยเปิดแผน ย้ายได้แค่ พิษณุโลก,อุบลราชธานี ส่วนเชียงใหม่,ภูเก็ต หมดสิทธิ หวั่นผู้โดยสารไม่สะดวก "วันชัย" สั่ง ตั้ง Operation Room แก้ปัญหาสายการบินไม่พร้อม
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับผู้บริหาร บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. กรมการขนส่งทางอากาศ (ขอ.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) วานนี้ (8 ส.ค.) ว่า การเปิดบินเชิงพาณิชย์ของสายการบินภายในประเทศแบบ Point to Point ในวันที่ 15 ก.ย.นี้ จะทำให้เกิดประโยชน์ในการเชื่อมโยงระบบต่าง ๆ ทั้งพนักงาน อุปกรณ์ และลดภาระในวันที่ 28 ก.ย.ลงได้มาก ซึ่งทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ยืนยันความพร้อมในการให้บริการ ส่วนทอท.นั้นนอกจากจะยกเว้นค่าธรรมเนียมการใช้สนามบินที่เรียกเก็บจากสายการบินที่มาใช้สนามบินสุวรรณภูมิระหว่างวันที่ 15-28 ก.ย.แล้วจะให้สิทธิพิเศษแก่สายการบินหลัง 28 ก.ย. ฟรีอีก 2 เท่า เช่น ช่วง 15-28 ก.ย.ใช้ 1 เที่ยว หลัง 28 ก.ย.จะได้แถม 2 เที่ยว และจะประสานกับหน่วยงานอื่น เช่น บริการน้ำมัน ให้ลดราคาแก่สายการบินที่ใช้สุวรรณภูมิตั้งแต่ 15 ก.ย. เป็นพิเศษเช่นกัน
"การบินไทยยืนยันที่จะจัดเที่ยวบินที่ไม่มีผู้โดยสารต่อเครื่อง( Connecting Flight) มาใช้สุวรรณภูมิและจะจัดตารางการบินทยอยเพิ่มมาเรื่อยๆ ส่วนสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) นั้น แสดงความสนใจและอยู่ระหว่างประสานเรื่องตารางบิน โดยกรณีเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารต่อเครื่อง ทอท.จะจัดรถบริการระหว่างดอนเมืองกับสุวรรณภูมิไว้ด้วย นอกจากนี้ สินค้าที่อยู่ใต้ท้องของเที่ยวบินโดยสารนั้น ทอท.ยืนยันว่าระบบบริการคลังสินค้าพร้อมรองรับในวันที่ 15 ก.ย. ส่วนบริการอื่นๆ ที่ไม่ทันเพราะแผนจะเริ่มให้บริการวันที่ 28 ก.ย. เช่น รถลีมูซีน ก็จะนำรถแท็กซี่มารองรับทดแทนก่อน และเพื่อเพิ่มการประชาสัมพันธ์แก่ประชาชน จะมีการจัดจ้าง Outsource ประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมเพื่อให้ข้อมูลสนามบินทั้งหมดด้วย "
นายวันชัย ศารทูลทัต ปลัดกระทรวงคมนาคมกล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมการเตรียมความในการเปิดใช้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเชิงพาณิชย์ในวันที่ 28 ก.ย. 2549 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่า ทุกหน่วยงานยืนยันความพร้อม ส่วนการเปิดให้สายการบินภายในประเทศใช้สนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 15 ก.ย. 2549 ก่อนนั้น ต้องแยกกัน และยังมีปัญหาการต่อเครื่อง ส่วนเที่ยวบินในประเทศจะต้องดูว่าจะมีสายใดที่ไปได้โดยเรื่องนี้ ในฐานะที่เป็นประธานคณะกรรมการบริษัท การบินไทย ต้องศึกษาเพราะการย้ายไปใช้ก่อนจะเกี่ยวข้องกับการหมุนเวียนการใช้เครื่องบินด้วยซึ่งเส้นทางที่ไม่มีปัญหาก็คือ พิษณุโลก ขอนแก่น อุบลราชธานี แต่เชียงใหม่ ภูเก็ตหรือ สุราษฎร์ธานีมีผู้โดยสารต่อเครื่องอาจจะไม่ได้
นายวันชัยกล่าวว่า หลังจากการทดสอบระบบเชิงพาณิชย์วันที่ 29 ก.ค.ได้สร้างความมั่นใจถึงความพร้อมของสนามบินได้ซึ่งการเปิดในประเทศ 15 ก.ย.ก่อนจะส่งผลดีในการทดลองการใช้เครื่องมืออุปกรณ์ พนักงานได้ฝึกทดสอบการทำงานซึ่งการบินไทยมีพนักงานมากการเปิดช่วงแรกอาจจะเพิ่มพนักงานในการทำงานเพื่อให้ความช่วยเหลือกันและเป็นการฝึกทักษะเพิ่มไปพร้อมๆ กันด้วย สุดท้ายคือประชาชนจะได้เรียนรู้การเดินทางการใช้สนามบินก่อน อย่างไรก็ตามเปิดวันที่ 15 ก.ย.หรือ 28 ก.ย.ไม่ได้มีความแตกต่าง สิ่งสำคัญคือ สนามบินพร้อมแล้ว
ตั้ง Operation Room แก้ปัญหาสายการบิน
ทั้งนี้ยอมรับว่า การเปิดสนามบินจะมีปัญหาขัดข้องบ้างแน่นอนเป็นเรื่องปกติ โดยได้มอบหมายให้ทอท.และกรมการขนส่งทางอากาศ ทำ Operation Room เพื่อรวมศูนย์ข้อมูลที่สำคัญทั้งหมด มาไว้ด้วยกัน โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับสายการบินกว่า 100 สาย ว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และจัดเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเพื่อแก้ปัญหาทุกวัน โดยเบื้องต้น คาดว่าภายในเดือนส.ค.สายการบินประมาณ90%จะปรับปรุงพื้นที่สำนักงานเสร็จและที่เหลือจะเสร็จก่อนสนามบนเปิด1 สัปดาห์ รวมทั้งการปรับปรุงการใช้งานของอาคารคลังสินค้าด้วย
สำหรับการบินไทยนั้น ได้จัดเที่ยวบินเส้นทางต่างประเทศบินทดสอบในวันที่ 1 ก.ย.นี้ เส้นทางฮ่องกงและสิงคโปร์ โดยเปิดพิเศษเฉพาะพนักงานการบินไทยราคาพิเศษ โดยพนักงานต้องตัวเป็นผู้โดยสารจริงๆ และกรอบความเห็นในแบบสอบถามเพื่อนำมาประเมินผลและปรับปรุงประมาณ 2 สัปดาห์ก่อนที่จะมีการเปิดเที่ยวบินพิเศษเส้นทางระหว่างประเทศทดสอบอีกประมาณกลางเดือนก.ย.สำหรับบุคคลทั่วไปอีก ทั้งนี้เห็นว่าพนักงานจะทราบถึงขั้นตอนดังนั้นจะให้ความเห็นถึงปัญหาได้อย่างชัดเจน
บินไทยวางแผนทยอยย้าย
พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สำนักเลขานุการบริษัท การบินไทยกล่าวว่า การบินไทยได้สรุปเที่ยวบินที่จะย้ายจุดบินจากดอนเมืองมาที่สุวรรณภูมิ 2 เส้นทางคือ พิษณุโลกและอุบลราชธานี และเชียงใหม่ บางเที่ยวบิน จากนั้นจะพิจารณาทยอยเพิ่มในเส้นทางอื่น ที่มีผู้โดยสารต่อเครื่องน้อย โดยเบื้องต้น การบินไทยได้ทำแผนเที่ยวบินที่จะใช้สุวรรณภูมิแทนดอนเมืองแล้ว อาทิ สุวรรณภูมิ-พิษณุโลก ทุกวัน ไป/กลับ สุวรรณภูมิ-เชียงใหม่ 1 เที่ยวบิน เฉพาะวัน จันทร์,อังคาร,เสาร์ และสุวรรณภูมิ-อุบลราชธานี 1เที่ยวบิน เฉพาะวันจันทร์,อังคาร,พุธ,เสาร์ เป็นต้น
ทอท.ถกสายการบินสรุปเที่ยวบิน11ส.ค.
นายสมชัย สวัสดิผล ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กล่าวว่า การเปิดใช้สนามบินในวันที่ 15 ก.ย.สำหรับเที่ยวบินในประเทศก่อนเป็นนโยบายของรมว.คมนาคมเพื่อแบ่งเบาภาระในการโยกย้ายวันที่28 ก.ย.ซึ่งทอท.จะประชุมร่วมกับสายการบินในประเทศในวันที่11 ส.ค.นี้เพื่อสรุปปัญหาและความเป็นไปได้เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการเตรียมการเปิดสนามบินที่มีนายศรีสุข จันทรางศุ ประธานบอร์ดทอท.เป็นประธานในวันที14 ส.ค.ต่อไป ทั้งนี้จยอมรับว่าปัญหาเที่ยวบินที่มีผู้โดยสารต่อเครื่องเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องพิจารณาเพราะมีเวลาในการรอต่อเครื่องประมาณ 2ชม.ซึ่งต้องประเมินการเดินทางระหว่างดอนเมืองกับสุวรรณภูมิเร็วสุดประมาณ45 นาทีเวลาในการออกจากเครื่องบินหลังลงจอดที่สุวรรณภูมิและการขึ้นเครื่องที่ดอนเมืองด้วย
นอกจากนี้สายการบินราคาถูกยังกังวลในเรื่องสนักงานภายในอาคารผู้โดยสารที่ยังไม่พร้อมและผู้โดยสารที่จองตั๋วล่วงหน้าด้วย
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมกล่าวว่า การให้สายการบินในประเทศไปใช้สุวรณภูมิวันที่15 ก.ย.ก่อนไม่ได้เป็นการบังคับดังนั้นเป็นไปได้ที่หลายสายการบินอาจจะรอวนที่28 ก.ย.คราวเดียวเพราะการย้ายไปก่อนขณะที่ไม่พร้อมในหลายส่วนจะมีปัญหามากโดยเฉพาะการบริการผู้โดยสาร นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องรหัสสนามบิน ที่ดอนเมืองใช้ BKK และเมื่อเปิดสุวรรณภูมิดอนเมืองจะต้องเปลี่ยนรหัสใหม่ดังนั้นช่วง การเปิดในประเทศก่อนสุวรรณภูมิจะต้องใช้รหัสอื่นแทนเหมือนการทดสอบ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา
นายกอบชัย ศรีวิลาศ ที่ปรึกษาฝ่ายกิจกรรมพิเศษด้านย้ายฐานปฏิบัติการ การบินไทยกล่าวถึงความพร้อมการย้ายฐานปฏิบัติการไปสุวรรณภูมิ ว่า ในวันที่ 28 ก.ย.จะยังใช้ครัวที่ดอนเมืองผลิตอาหาร ส่วนครัวที่สุวรรณภูมิจะใช้สำหรับบรรจุเข้าชุด กิจกรรมการบินพาณิชย์สินค้าและไปรษณีย์ภัณฑ์ กิจกรรมซ่อมบำรุงอากาศยาน กิจกรรมบริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น กิจกรรมบริการลูกค้า และฝ่ายปฏิบัติการ โดยอุปกรณ์เคลื่อนย้ายมีจำนวนกว่า 1.8 ล้านชิ้น ใช้รถบรรทุก รถตู้คอนเทนเนอร์ 2,200 เที่ยว รวมถึงรถบริการต่าง ๆ ที่การบินไทยเคลื่อนย้ายเองอีกประมาณ 800 คัน
โดยจะทำการขนย้ายจะแบ่งเป็น 3 ช่วงคือ ก่อนเปิดใช้ท่าอากาศยาน จะขนย้ายอุปกรณ์ที่สามารถขนย้าย โดยไม่มีผลกระทบต่อการปฏิบัติการการบินประจำวัน เช่น อุปกรณ์สำนักงาน ชิ้นส่วนอะไหล่บางประเภทเริ่มขนย้ายกลางเดือนส.ค.ประมาณ 1,248 เที่ยว และช่วงวันก่อนเปิด ขนย้ายอุปกรณ์ที่ใช้ปฏิบัติงานการบินประจำ เช่น อุปกรณ์บริการในลานจอด ในคลังสินค้าและครัวการบิน จำนวน 1,086 เที่ยว และช่วงหลังการเปิด ขนย้ายอุปกรณ์ที่สามารถขนย้ายได้ภายหลัง เช่น อะไหล่เครื่องบิน อะไหล่อุปกรณ์บริการในลานจอด 595 เที่ยว โดยใช้เส้นทางวิภาวดี-ดอนเมือง ทางด่วนขั้นที่ 2 - มอเตอร์เวย์ – สุวรรณภูมิ ส่วนคืนวันที่ 27 ก.ย.จะย้ายจุดจอดเครื่องบิน ที่ไม่มีผู้โดยสาร 27 ลำไปยัง สุวรรณภูมิ
ส่วนพนักงานกว่า 17,000 คน ได้จัดเตรียมรถสำหรับให้บริการ 51 คัน และได้ร่วมกับการเคหะแห่งชาติ (กคช.) ทำบ้านเอื้องหลวงเอื้ออาทรให้พนักงานที่ต้องการย้ายที่อยู่ โดยในเฟสแรกเปิดจองประมาณ 3,000 ยูนิต ซึ่งพนักงานจะได้รับการบริการทั้งรับ-ส่ง การอำนวยความสะดวกเรื่องที่พักอาศัย แพทย์ สถานศึกษาของบุตร โดยการขนย้ายอุปกรณ์ครั้งนี้การบินไทยใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท และใช้งบประมาณ 400 ล้านบาท ติดตั้งระบบกล้องรักษาความปลอดภัยที่ทันสมัย ซึ่งจะแล้วเสร็จกลางปีหน้า โดยแผนการย้ายทั้งหมดจะพร้อมเต็มที่สำหรับการเปิดให้บริการจริงในวันที่ 28 ก.ย.
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|