ไออีซีเดินหน้าเจรจาซื้อหุ้นBLISSเพิ่มหวังถือ40%ชี้ราคาอาจต่ำกว่า4.50บ.


ผู้จัดการรายวัน(8 สิงหาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ไออีซีเดินหน้าติดต่อซื้อหุ้นบลิสเทลเพิ่มจาก "AUDIOVOX CORPORATION" ผู้ถือหุ้นใหญ่จากสหรัฐ เพื่อให้ได้สัดส่วน 40% ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เผยราคาอาจต่ำกว่าที่ซื้อกับ 4 ผู้ถือหุ้นใหญ่เดิม ระบุหลังจากควบรวมกันแล้วจะทำให้มีช็อปขายสินค้ามากกว่า 500-600 แห่งทั่วประเทศ ตั้งเป้าปีหน้าจะมีส่วนแบ่งการตลาดไม่ต่ำกว่า 50%

แหล่งข่าวจากบริษัทบลิสเทล จำกัด (มหาชน) หรือ BLISS เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัท อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง จำกัด (มหาชน)หรือ IEC ได้ดำเนินติดต่อกับ AUDIOVOX CORPORATION ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จากสหรัฐ โดยถือหุ้นในสัดส่วน 13.04% เพื่อที่จะขอซื้อหุ้นจำนวนดังกล่าว เพราะบริษัทไออีซีนั้นต้องการเพิ่มสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัทบลิสเทลเป็น 40% ตามเป้าหมาย หลังจากที่ได้เข้ามาซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นสิงคโปร์และผู้บริหารคนไทยได้แล้วจำนวน 24.35% ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการเจรจาระหว่างไออีซีกับผู้ถือหุ้นจากสหรัฐว่าจะออกมาเป็นอย่างไร

ทั้งนี้สาเหตุที่บริษัทไออีซีต้องการเข้ามาถือหุ้นในบริษัทบลิสเทลจำนวน 40% เพราะต้องการนำยอดขายของบริษัทบลิสเทล ซึ่งมีอยู่ประมาณเกือบ 1 หมื่นล้านบาทต่อปี เพื่อนำมาคำนวณรวมกับงบการเงินของบริษัทไออีซี โดยธุรกิจประเภทนี้แม้ว่ามาร์จิ้นจะไม่สูงมากนัก และในแง่ของยอดขายจะอยู่ในระดับที่สูงพอสมควร

"การที่ผู้บริหารคนไทยของบริษัทบลิสเทลยอมขายหุ้นให้กับบริษัทไออีซีนั้น มองว่าการควบรวมครั้งนี้จะเกิดประโยชน์ต่อบริษัทในระยะยาว เพราะเชื่อว่าหลังจากการร่วมมือทำธุรกิจร่วมกันแล้ว ผลประกอบการในอนาคตของทั้ง 2 น่าจะดีขึ้นและจะส่งผลดีต่อผู้ถือหุ้นของบริษัทอีกด้วย ขณะนี้ในแง่ของการบริหารงานนั้นผู้บริหารของบริษัทบลิสเทล ก็ยังเหมือนเดิมไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด" แหล่งข่าวกล่าว

การที่บริษัทไออีซีเข้ามาถือหุ้นในบริษัทบลิสเทลนั้น จะเกิดประโยชน์ในแง่ของต้นทุนการดำเนินธุรกิจที่ลดลงประมาณ 25-30% รวมถึงสามารถส่งเสริมการดำเนินธุรกิจได้ และเป็นการเพิ่มช่องทางการจัดทำหน่ายให้แก่สินค้า เนื่องจากบริษัท บลิสเทล มีร้านตามศูนย์การค้าต่างๆ และเคาเตอร์จำหน่ายในห้างสรรพสินค้า เกือบ 300 แห่ง โดยมีส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 18% ซึ่งถ้ารวมกับของบริษัทไออีซีแล้วจะทำให้มีช่องทางการจำหน่ายประมาณ 500-600 แห่งทั่วประเทศ และบริษัทได้ตั้งเป้าว่าจะมีส่วนแบ่งการตลาดการขายโทรศัพท์มือถือในปีหน้าไม่ต่ำกว่า 50%

นอกจากนี้ก็จะมีการรวมกันในแง่ของคลังสินค้าที่จะใช้ร่วมกันได้ในวันที่ 11 สิงหาคม 2549 คณะกรรมการบริษัทบลิสเทล จะมีการประชุมซึ่งคาดว่าจะมีวาระเกี่ยวกับกรณีที่บริษัทไออีซีเข้ามาถือหุ้นร่วมด้วย

ด้านแหล่งข่าวจากบมจ.อินเตอร์แนชั่นเนิลเอนจีเนียริง กล่าวถึงเรื่องการติดต่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของ BLISS จากสหรัฐว่า บริษัทได้มีการติดต่อมาแล้วระยะหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมีการขายหุ้นที่ถืออยู่ให้กับบริษัท แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปเรื่องราคาหุ้นได้แต่ราคาที่จะเสนอซื้ออาจจะมากหรือน้อยกว่าราคาที่บริษัทซื้อจากผู้ถือหุ้น 4 รายของ BLISS ก่อนหน้านี้ที่ราคาหุ้นละ 4.50 บาทก็ได้

"ก็มีความเป็นไปได้ว่าราคาที่เสนอซื้อ BLISS กับผู้ถือหุ้นที่อเมริกาอาจจะต่ำกว่าราคาที่เสนอซื้อกับ 4 ผู้ถือหุ้นใหญ่เดิมแต่ตอนนี้ยังไม่มีการสรุปในเรื่องดังกล่าวเป็นเพียงการพูดคุยกันเท่านั้น" แหล่งข่าวกล่าว

อนึ่งก่อนหน้านี้บริษัทไออีซีได้เข้ามาซื้อหุ้นบริษัทบลิสเทลจากบริษัท เน็ตเวิร์ค แมเนชเม้นท์ โซลูชั่น จำกัด ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นจากสิงคโปร์จำนวน 35 ล้านหุ้น และจากผู้บริหารคนไทย 3 คน ประกอบด้วยนายอรรถวิชญ์ เอกธนิตพงษ์ จำนวน 8.3 ล้านหุ้น, นางสาวจงกลณี เขมะจันตรี จำนวน 7.7 ล้านหุ้น และนางสาวประกายดาว เขมะจันตรี จำนวน 5 ล้านหุ้น โดยเข้ามาซื้อในราคาหุ้นละ 4.50 บาท จำนวนหุ้นทั้งหมด 56 ล้านหุ้น ซึ่งใช้เงินลงทุนทั้งสิ้น 252 ล้านบาท

สำหรับราคาวานนี้ (8 ส.ค.) หุ้นบริษัทไออีซีปิดที่ 2.76 บาท ลดลง 0.44 บาท หรือ 13.75% มูลค่าการซื้อขาย 782.87 ล้านบาท ขณะที่หุ้นบริษัทบลิสเทล ราคาปิด 4.60 บาท ลดลง 0.04 บาท หรือ 0.86% มูลค่าการซื้อขาย 12.60 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.