ติดโทร 4.1 ล้านเลขหมายเสร็จแค่จุดสตาร์ทของทีเอและทีทีแอนด์ที


นิตยสารผู้จัดการ( พฤศจิกายน 2539)



กลับสู่หน้าหลัก

แม้ว่าเทเลคอมเอเชีย คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือทีเอ และไทยเทเลโฟน แอนด์ เทเลคอมมิวนิเคชั่น จำกัด หรือทีทีแอนด์ที จะสามารถส่งมอบโทรศัพท์จำนวน 4.1 ล้านเลขหมายได้ทันตามกำหนดที่ ทศท. ขีดเส้นตายเอาไว้ในวันที่ 30 กันยายน 2539 ที่ผ่านมา แต่ไม่ได้หมายความว่า ภารกิจของทั้งทีเอและทีทีแอนด์ทีจะสิ้นสุด แต่กลับเป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น

ทีมผู้บริหารของทีเอ ซึ่งนำโดย ดร.อาชว์ เตาลานนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ออกแถลงการณ์ส่งมอบเลขหมายในทันทีที่วันกำหนดส่งมอบมาถึง โดยระบุว่าทีเอส่งมอบเลขหมายโทรศัพท์ 2.638 ล้านเลขหมาย ประกอบไปด้วยอุปกรณ์ชุมสาย (สวิทชิ่ง) ที่จะรองรับกับเลขหมายได้ 2.7 ล้านเลขหมายและข่ายสายตอนนอกที่รองรับได้ 2.9 ล้านเลขหมาย

ผู้บริหารของทีเอ กล่าวถึงความยากลำบากในการติดตั้งให้ทันต่อเวลาไว้ว่า กว่าจะติดตั้งได้ทันตามเวลาที่กำหนดไว้ไม่ใช่เรื่องง่ายต้องทำกันหามรุ่งหามค่ำ แต่ก็สำเร็จจนได้ เปรียบแล้วก็เหมือนกับภาพยนตร์ต้องบรรยายเรื่อง MISSION IMPOSSIBLE

เพื่อป้องกันความผิดพลาด ทีเอจึงใช้วิธีส่งมอบเลขหมายเกินจากที่กำหนดไว้ 38,000 เลขหมายสำรองเอาไว้ในกรณีที่เลขหมายเกิดมีปัญหาเวลา ทศท.ตรวจรับ แต่ไม่ได้หมายความว่าทีเอจะสามารถนำเลขหมายที่ติดตั้งเกินมาให้บริการได้ เพราะตามสัญญาทีเอจะให้บริการได้แค่ 2.6 ล้านเลขหมายเท่านั้น ห้ามขาด ห้ามเกิน

นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการจนถึงในปัจจุบัน ทีเอมียอดเลขหมายที่ให้บริการกับเอกชนไปแล้ว 1,126,000 เลขหมาย จากเลขหมายที่ทศท.ตรวจรับไปแล้ว 1,616,000 เลขหมาย และจะทยอยรับมอบจนครบ 2.6 ล้านเลขหมายในอีก 1 เดือนข้างหน้าทีเอจะมีเลขหมายเหลือรอลูกค้ามาใช้บริการ 1,474,000 ล้านเลขหมาย

สำหรับทีทีแอนด์ทีนั้น ดร.อดิศัย โพธารามิก ประธานกรรมการบริหาร ระบุว่า ทีทีแอนด์ทีได้ส่งมอบให้กับ ทศท. ได้ในช่วงดึกของวันที่ 30 กันยายน จำนวน 1.5 ล้านเลขหมายพอดิบพอดีไม่ขาดไม่เกิน

ในจำนวนนี้มีเลขหมายที่ผู้เช่าใช้บริการและจ่ายเงินแล้ว 853,254 เลขหมาย และมีเลขหมายที่มีผู้จองแต่ยังไม่ได้ชำระเงิน 1,340,000 เลขหมาย ซึ่งในจำนวนนี้จะเห็นได้ว่า ในส่วนของทีทีแอนด์ที มีเลขหมายรอลูกค้ามาใช้บริการ 6 แสนกว่าเลขหมาย

ดร.อดิศัยคาดคะเนไว้ว่า เลขหมายทั้งหมดของทีทีแอนด์ทีจะรองรับกับความต้องการของประชาชนได้จนถึงสิ้นปี 2540 ซึ่งในขณะนี้มีผู้มาขอติดตั้งประมาณ 50,000 เลขหมายต่อเดือน ส่วนในปีหน้าจะมียอดผู้ขอติดตั้งเฉลี่ย 30,000 เลขหมายต่อเดือน

"สาเหตุที่ลดลง เพราะในส่วนของ 5 แสนเลขหมายที่ติดตั้งไปเป็นการเปิดชุมสายใหม่ ในพื้นที่ที่ยังไม่เคยให้บริการ ดังนั้นจะมีผู้ใช้มาก แต่หลังจากนั้นจะลดลงไปเรื่อย ๆ" ดร.อดิศัย ชี้แจง

จะเห็นได้ว่า หลังจากที่ทีเอและทีทีแอนด์ที ติดตั้งข่ายสายเสร็จสิ้นแล้ว ทั้งสองรายยังมีภารกิจที่ต้องทำอีกมากนัก เพราะดูจากยอดลูกค้าของทั้งทีเอ และทีทีแอนด์ทีไม่ได้มากมายดังที่คาดหมายกันไว้ตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งรายได้ของค่าโทรต่ำกว่าประมารการที่ตั้งเอาไว้อย่างคาดไม่ถึง !

ใครจะคิดว่าโทรศัพท์ที่ถูกจัดเป็นระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานจะต้องอาศัยกลยุทธ์ตลาดเข้าช่วยกระตุ้นยอดขาย !

ทีเอเคยคาดการณ์ไว้ว่า จะต้องมียอดรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน 900 บาท แต่ในเวลานี้ทีเอมียอดรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือน 800-700 บาท และในช่วงแรก ๆ นั้นมีรายได้เพียงแค่ 300 บาทต่อเลขหมายต่อเดือนเท่านั้น

ในขณะที่ทีทีแอนด์ทีมีรายได้ต่อเลขหมายต่อเดือนประมาณ 800 บาท ซึ่งทีทีแอนด์ทีคาดว่าจะมีรายได้มากกว่า 1,000 บาทต่อเดือนต่อเลขหมาย

ปัญหานั้นเกิดมาจากหลายสาเหตุ ส่วนหนึ่งมาจากการได้สิทธิในการขยายเพิ่มขึ้นอีก 1.1 ล้านเลขหมาย คือ ทีเอ 6 แสนเลขหมาย และทีทีแอนด์ที 5 แสนเลขหมายที่ต้องติดตั้งให้เสร็จภายในปีนี้ตามที่ระบุไว้ในสัญญาสัมปทาน ซึ่งหากมองในแง่ธุรกิจแล้ว การที่ต้องเร่งติดตั้งในขณะที่ความต้องการยังไม่ได้เกิดขึ้น ย่อมส่งผลให้รายได้ต่อเลขหมายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

"พอคุณติดตั้งเสร็จ แต่ความต้องการมันยังไม่มี ทำให้ต้องทุ่มเงินลงทุนไปคราวเดียว มันไม่เหมือนกับการติดตั้งไปตามดีมานด์ที่เกิดขึ้น ค่อย ๆ ทำกันไป รายได้ต่อเลขหมายมันก็ไม่ดีตามไปด้วย" แหล่งข่าวจากทีทีแอนด์ทีกล่าว

ที่สำคัญ พื้นที่ที่เป็นความต้องการของประชาชนที่แท้จริง หรือเรียกว่าในส่วนที่เป็นไข่แดงนั้น ทศท.จะติดตั้งไปแล้วเป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นพื้นที่ทีเอและทีทีแอนด์ทีติดตั้งจะเป็นเลขหมายที่สองที่ยังต้องรอเวลา และต้องอาศัยแรงกระตุ้น

ยิ่งไปกว่านั้น การที่ต้องเจอกับโทรศัพท์มือถือที่ได้กลายเป็นคู่แข่งสำคัญของโทรศัพท์พื้นฐานด้วยราคาเครื่องถูกลงเรื่อย ๆ แถมยังมีโปรโมชั่นโทรฟรีอยู่เนือง ๆ โดยเฉพาะกับทีทีแอนด์ที เพราะค่าโทรศัพท์ทางไกลของโทรศัพท์มือถือที่ถูกกว่าโทรศัพท์พื้นฐาน

"ไม่มีประเทศไหนในโลกที่ค่าโทรศัพท์มือถือจะถูกกว่าโทรศัพท์พื้นฐานมีที่เมืองไทยแห่งเดียวเท่านั้น" ดร.อดิศัย สะท้อน

สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัญหาที่ทั้งทีเอและทีทีแอนด์ทีตระหนักดี

การปรับองค์กรให้สอดคล้องกับงาน เพราะเดิมเป็นเรื่องของการก่อสร้างข่ายสายดังนั้นกำลังคนส่วนใหญ่จึงทุ่มเทไปกับงานเหล่านี้ แต่หลังจากส่งมอบเลขหมายแล้วจะเป็นเรื่องของงานด้านตลาด ซึ่งทีทีแอนด์ทีก็ได้เริ่มไปแล้วด้วยการดึงดร.ทองฉัตร หงส์ลดารมภ์ จากกลุ่มซีพีมานั่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่พร้อมจะดึงผู้บริหารจากภายนอกมาร่วมเสริมทีม เช่นเดียวกับทีเอที่ยอมรับว่าจะต้องมีการปรับองค์กรให้สอดคล้องกับการตลาดมากขึ้น โดยเฉพาะการรองรับกับบริการเสริมที่จะเป็นตัวเร่งให้เกิดความต้องการของผู้ใช้

จึงไม่น่าแปลกใจที่ทีเอจะอาศัยแรงเงิน และเส้นสายทางการเมืองผ่านไปยังพรรคความหวังใหม่ กวาดเอาใบอนุญาตทำบริการเสริมบนโทรศัพท์พื้นฐานจากทศท.มาไว้ในมือเป็นจำนวนมาก อาทิโทรศัพท์สาธารณะ วงจรเช่าความเร็วสูงบริการเอสพีซี ที่มีบริการเรียกสายซ้อนบริการเปลี่ยนเลขหมาย และบริการโทรศัพท์ไร้สายพีเอชเอส ที่เปลี่ยนชื่อเป็นบริการ PCT (Personal Cordless Telephone) ซึ่งล้วนแต่เป็นการกระตุ้นความต้องการของผู้ใช้ และการใช้โทรศัพท์ให้เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น ยังไม่รวมรายได้อันมหาศาลที่จะเกิดขึ้นจากบริการเหล่านี้ในอนาคต

โดยเฉพาะบริการ PCT ที่ทีเอต้องออกแรงเป็นพิเศษ เพราะจะเป็นคู่แข่งตัวฉกาจของโทรศัพท์มือถือ ซึ่งทีเอเชื่อว่าจะเป็นตัวกระตุ้นชั้นเยี่ยมให้กับโทรศัพท์พื้นฐาน เพราะหากไปขอเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานก่อน และการเก็บค่าบริการก็คิดเป็นแอร์ไทม์ ยิ่งใช้นานก็ยิ่งต้องจ่ายมาก

แต่สำหรับทีทีแอนด์ทีอาจแตกต่างไปจากทีเอ เพราะบริการเสริมอาจยังเป็นแค่ผลพลอยได้ในระยะยาว เพราะปัญหาสำคัญของทีทีแอนด์ คือโทรศัพท์มือถือที่เป็นคู่แข่งตัวฉกาจ สิ่งที่ทีทีแอนด์ทีต้องทำ คือ การยื่นขอลดค่าบริการโทรศัพท์มาตรฐานลงให้เหลือเท่ากับอัตราของโทรศัพท์มือถือ คือ 3 บาทในพื้นที่เดียวกัน 8 บา พื้นที่ติดกัน และ 12 บาท พื้นที่ไม่ติดกัน ภายใต้เงื่อนไขนี้ทีทีแอนด์ทีขอลดการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนจาก 41.3% ลงเหลือ 25% ซึ่งเคยได้รับการคัดค้านจากทศท.มาแล้ว ทีทีแอนด์ทีคงต้องออกแรงกันอีกหลายยกกว่าเรื่องนี้จะผ่าน

ภารกิจของทั้งทีเอ และทีทีแอนด์ทีจึงเป็นแค่เริ่มต้นจริง ๆ



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.