|

รถเกาหลีโตได้โดยไม่ต้องพึงแดจังกึม
ผู้จัดการรายสัปดาห์(7 สิงหาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
อุตสาหกรรมยานยนต์ของเกาหลีใต้นั้น ประกอบด้วย 3 แบรนด์ใหญ่ ได้แก่ ฮุนได, เกีย และแดวู 2 แบรนด์แรกนั้น ถือหุ้นใหญ่ร่วมกันคือ ฮุนไดมอเตอร์ ในขณะที่ แดวูนั้น ปัจจุบันตกอยู่ในมือของกลุ่ม เจนเนอรัลมอเตอร์ส ค่ายรถยักษ์ใหญ่สัญชาติสหรัฐ ที่ได้เข้าซื้อเมื่อเดือนเมษายน 2545 ด้วยมูลค่า 1,200 ล้านดอลลาร์
เพราะฉะนั้น ฮุนได จึงนับได้ว่าเป็นแกนหลักและใหญ่ที่สุดของรถยนต์ชาติเกาหลีใต้ในเวลานี้ เปรียบเหมือนกันโตโยต้า ของญี่ปุ่นนั้นเอง ด้วยเหตุนี้เองการเดินทางของแบรนด์ฮุนได ก็ไม่ต่างจากสินค้าอื่นที่เกาหลีผลิตและกำลังสร้างแบรนด์คือ การแกะลอย ถอดรหัสการเติบโตมาจากสินค้าของญี่ปุ่น
มีการวิเคราะห์กันในตลาดรถยนต์ของสหรัฐอเมริกาในเวลานี้ว่า ฮุนได ในตอนนี้มีรูปแบบการรุกตลาดเหมือนกัน ค่ายโตโยต้าที่เริ่มแผ่อาณาจักร เข้าสู่ตลาดอเมริกา ซึ่งรถยนต์ฮุนได หรือเกียนั้น พยายามนำเสนอตัวรถยนต์ในรุ่นทื่ใกล้เคียงหรือเซกเมนต์เดียวกับรถญี่ปุ่น แต่มีการเสริมในเรื่องอุปกรณ์ที่มากกว่า เพื่อสร้างแรงจูงใจ เช่นการเพิ่มไซด์แอร์แบ็ก เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถที่ทำตลาดทุกรุ่นในอเมริกา ในขณะที่รถจากญี่ปุ่น หรือเมริกาเอง ติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริม หรือไม่ก็ใช้กลยุทธ์ด้านราคา เพื่อชิงความได้เปรียบ
ตลาดผู้ใช้รถในอเมริกาเหนือนั้น ค่อนข้างตื่นเต้นกับปรากฏการที่เกิดขึ้น เพราะสิ่งที่ตลาดรถยนต์อเมริกาให้ความสนใจคือความคุ่มค่า มากกว่าเรื่องหน้าตาของตัวรถ ซึ่งต่างกับตลาดรถยนต์ในเอเชียที่ให้ความสนใจในเรื่องรูปร่างมากกว่า
ขณะที่ตลาดยุโรปนั้น กลยุทธ์ที่รถยนต์เกาหลีเลือกใช้ก็ใกล้เคียงกับฝั่งอเมริกา คือเน้นความคุ้มค่า และราคาที่ต่ำกว่ารถจากญี่ปุ่น แต่สิ่งที่ยังไม่ปรากฏนักในการสร้างแบรนด์รถยนต์เกาหลีคือ การใช้เรื่องของอารมณ์ ความบันเทิง หรือวัฒนธรรม เป็นสื่อกลางไปสู่ตัวผลิตภัณฑ์
จะเห็นได้ว่าในตลาดระยนต์ระดับโลกแล้ว ยังไม่มีรถยนต์เกาหลีทำประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์หรือตัวรถผ่านภาพยนตร์หรือ สารคดีส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ส่งออกไปทำตลาดทั่วโลก แต่ที่รถยนต์เกาหลีใช้งบประมาณอย่างมากกลายเป็นการสร้างแบรนด์ผ่านกิจกรรมเกี่ยวกับกีฬาระดับโลก เช่น ฟุตบอลโลก 2006 ที่ผ่านมา ซึ่งฮุนได ใช้งบประมาณก้อนโตแทรกตัวเองเข้าไปเป็นผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ ตัดหน้าค่ายรถยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกา
แต่สำหรับกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นที่นิยมของการสร้างแบรนด์จากญี่ปุ่น กลับไม่เข้าตาค่ายรถยนต์เกาหลีเลย
แม้ได้ชื่อว่ามาทีหลังในตลาดเกิดใหม่มากมาย แต่ปัจจุบันฮุนไดสามารถเฆี่ยนคู่แข่งที่เชี่ยวสนามกว่าลงอย่างราบคาบ โดยเคล็ดลับความสำเร็จก็คือ การดับเครื่องชนทุกเป้าหมายที่บริษัทตัดสินใจลุย เพื่อไปสู่ความฝันในการเป็นค่ายรถอันดับ 5 ของโลก
ที่อินเดีย โดยปัจจุบัน ฮุนได มอเตอร์จากเกาหลีใต้ กลายเป็นผู้เล่นอันดับ 2 ในแดนภารตะ และกำลังเล็งสถานะพี่ใหญ่ในเซ็กชั่นรถเล็ก รองจากมารูติ อัดย็อก ซึ่งควบคุมโดยซูซูกิ มอเตอร์ของญี่ปุ่น ครองส่วนแบ่งตลาดอยู่เจ้าเดียวถึง 80%
ที่จีน นั้นฮุนได แม้จะเพิ่งเปิดตัวได้เพียงสองปี แต่เมื่อถึงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทรถยนต์เกาหลีดังกล่าวมีแผนการจะเก้าสู่สู่อันดับ 1 ด้วยยอดขายรถซีดานรุ่นอีแลนตราและโซนาตารวมกว่า 56,000 คัน หรือกว่าสองเท่าของยอดขายปีที่ผ่านมา
ที่รัสเซีย ฮุนไดกลายเป็นแบรนด์รถต่างประเทศยอดนิยมเมื่อปีที่ผ่าน
เป้าหมายอันยิ่งใหญ่ของฮุนไดในเวลานี้ ว่ากันว่า รถจากเกาหลีจะขึ้นเป็นอันดับ 5 ของบริษัทรถยนต์ระดับโลก เพราะเวลานี้ฮุนไดกำลังทุ่มเทอย่างมากเพื่อเอาชนะคู่แข่ง และครอบครองตลาดเล็กๆ ก่อนสยายปีกและสร้างโรงงานขนาดใหญ่อันทันสมัย เพื่อการประหยัดจากขนาดที่ช่วยส่งเสริมศักยภาพการทำกำไรของบริษัท
ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้รถยนต์เกาหลี ที่มีจุดเด่นในเรื่องความคุ้มค่า และราคาที่ต่ำว่าคู่แข่งสำคัญจากญี่ปุ่นนั้นเอง
เมื่อไม่นานมานี้ ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ปประกาศอย่างมุ่งมั่นว่า ในปี 2549 นี้ ฮุนได มอเตอร์ ซึ่งรวมถึงเกีย มอเตอร์ บริษัทใน ตั้งเป้าทำยอดขายเพิ่มขึ้น 18% ที่มูลค่า 100 ล้านล้านวอน หรือราว 4.05 ล้านล้านบาท หลังจากก่อนหน้านี้ ฮุนได มอเตอร์ ได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลในการลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ในสหรัฐและจีนเพื่อกระตุ้นยอดการผลิต
นายจอห์น คราฟซิค รองประธานบริหาร รับผิดชอบด้านการพัฒนา และวางแผนกลยุทธ์ ในหน่วยงานขายที่สหรัฐของฮุนได กล่าวว่า นโยบายหลักของบริษัท คือการให้ความมั่นใจว่า ลูกค้าจะได้อุปกรณ์ที่ต้องการจริงๆ ในราคาที่ยุติธรรม โดยราคาอาซีราของฮุนได มีแนวโน้มว่าจะถูกกว่ารถยนต์ระดับเดียวกันจากค่ายคู่แข่ง ราว 1,600 - 4,000 ดอลลาร์
จะว่าไปแล้ว ฮุนได เองก็ถือได้ว่าเดินตามรอยเพื่อนร่วมชาติอย่างซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ โค เพื่อสู่เป้าหมายที่ตั้งไว้ นับแต่ปี 2543 เป็นต้นมา บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอิเล็กทรอนิกส์จากเกาหลีใต้รายนี้ ได้เปลี่ยนภาพพจน์ตัวเองจากผู้ผลิตสินค้าราคาถูก คุณภาพต่ำ ขึ้นมาเป็นคู่ต่อสู้ในตลาดระดับบน ผ่านทางการนำเสนอโทรศัพท์เคลื่อนที่ ที่มีลูกเล่นมากมาย ฮุนได ก็ใช้วิธีที่คล้ายคลึงกัน ด้วยการวางแผนนำเสนอสินค้าที่เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์พิเศษต่างๆ ในราคาที่ยุติธรรม พร้อมตั้งความหวังว่า จะสามารถสร้างชื่อให้ตัวเอง ในฐานะผู้นำด้านความปลอดภัย
รถยนต์จากเกาหลีเป็นเพียงธุรกิจเดียวที่ยังไม่มีใช้การสร้างภาพลักษณ์ ผ่านเรื่องราวบนแผ่นฟิล์ม เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าจากเกาหลี เพราะแม้วันนี้บทบาทของภาพยนตร์เกาหลีในเอเชียจะตื่นตาตื่นใจ จนช่วยสร้างแบรนด์เกาหลีให้เติบโตเทียบชั้นสินค้าญี่ปุ่นได้ แต่เมื่อเทียบกับตลาดรถยนต์ทั่วโลกแล้วมันแทบจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ หรือ มองว่ารถเกาหลีเป็นแบรนด์ที่มีระดับมากขึ้น แต่รถยนต์จะขายได้หรือไม่อยู่ที่มันจะใช้งานได้คุ่มค่า และสมกับราคามากน้อยเพียงไร
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|