วีซ่าเร่งเพิ่มยอดวีซ่าโกล์ดอีกแสนใบพร้อมออก 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ ปีหน้า


นิตยสารผู้จัดการ( พฤศจิกายน 2539)



กลับสู่หน้าหลัก

ในช่วงปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อหลายทาง และมาตรการหนึ่งในการลดการใช้จ่ายภาคเอกชนลงก็คือ การปรับกฎเกณฑ์เกี่ยวกับผู้ถือบัตรเครดิตจากผู้ที่มีรายได้ขั้นต่ำ 120,000 บาทต่อปี เป็น 240,000 บาทต่อปี ซึ่งมาตรการดังกล่าวส่งผลชัดเจนในไตรมาส 1 ปีนี้ จำนวนบัตรเครดิตในไทยมีการหดตัวลงกว่า 6,000 ใบ และเริ่มฟื้นตัวขึ้นในไตรมาส 2

อย่างไรก็ดี ริชาร์ด เค. ชาง ผู้จัดการวีซ่า อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำประเทศไทย สิงคโปร์ และอินโดจีน กล่าวอย่างภาคภูมิใจว่า "ธนาคารสมาชิก 15 แห่งในไทย ได้ร่วมกันออกบัตรให้กับวีซ่าเพิ่มขึ้นประมาณ 4.1% ในไตรมาสแรก และในไตรมาส 2 ก็สามารถขยายตัวได้อีก 4%" เป็นผลให้มีผู้ถือบัตรวีซ่าทั้งหมดในไทย ณ สิ้นไตรมาส 2 ถึง 830,000 ใบ โดยเป็นบัตรวีซ่าโกล์ดประมาณ 249,000 ใบ

สมบูรณ์ ครบธีรวงศ์ ผู้บริหารฝ่ายธนาคารสมาชิกของวีซ่าประจำประเทศไทย กล่าวเสริมว่า บัตรวีซ่าขยายตัวได้ดีมากในประเทศไทย หากเปรียบเทียบเฉพาะบัตรเครดิตต่างประเทศแล้ว วีซ่ามีส่วนแบ่งตลาดในไทยกว่า 80% เนื่องจากวีซ่าเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2522 หรือ 17 ปีมาแล้ว หากรวมทั้งภูมิภาคเอเชีย-แปวิฟิกแล้ว วีซ่ามียอดส่วนแบ่งตลาดสูงสุดอยู่นั่นเอง โดยมีส่วนแบ่งในประเทศญี่ปุ่น 63% สิงคโปร์ 68% มาเลเซีย 53%

ทั้งนี้ ชางตั้งเป้าว่า ภายในสิ้นปีนี้ จะมียอดบัตรวีซ่าทั้งหมดที่ออกในประเทศไทยไม่น้อยกว่า 1 ล้านใบ โดยเป็นบัตรวีซ่าโกล์ดประมาณ 35% หรือ 350,000 ใบ ดังนั้นในอีกไม่กี่เดือนที่เหลือนี้ จึงจำเป็นต้องเร่งขยายตลาดบัตรวีซ่าโกล์ดเพิ่มขึ้น โดยการออกเคมเปญโฆษณาบัตรวีซ่าโกล์ดถึง 4 แบบเพื่อโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ พร้อมกับสโลแกนที่ว่า "วีซ่าโกล์ด ผู้ครอบครองบัตรทอง ผู้กำหนดกฎเกณฑ์"

ชาง มองว่า เศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงที่ขยายตัวได้ดีในอัตรากว่า 8% ทำให้ฐานกลุ่มชนชั้นกลางขยายตัวมากขึ้น ซึ่งคนกลุ่มนี้มีรายได้ในระดับปานกลางและสูง ทั้งยังมีการติดต่อธุรกิจข้ามชาติ มีการเดินทางไปต่างประเทศมาก ซึ่งบุคคลเหล่านี้ คือ กลุ่มเป้าหมายหลักของวีซ่าโกล์ด นอกจากนี้ ส่วนหนึ่งจะมาจากฐานลูกค้าที่ถือบัตรวีซ่าคลาสสิกมานาน และมีคุณสมบัติเพียงพอที่จะมาถือบัตรวีซ่าโกล์ดได้

โดยผู้ถือบัตรดังกล่าว จะได้รับมอบสิทธิประโยชน์มากมาย เช่น สามารถเบิกเงินสดล่วงหน้าจากสำนักงานสาขาของธนาคารสมาชิกกว่า 305,600 แห่งและจากเครื่องเอทีเอ็มกว่า 289,000 เครื่องทั่วโลก บริการออกบัตรทดแทนกรณีฉุกเฉิน บริการชำระเงินทดแทนกรณีฉุกเฉิน และบริการให้ความช่วยเหลือในระหว่างการเดินทาง เช่น บริษัทให้คำแนะนำด้านการรักษาพยาบาล หรือกรณีกระเป๋าสูญหาย เป็นต้น และหากธนาคารสมาชิกจะมีบริการเสริมให้แก่ลูกค้าของตนก็สามารถเพิ่มเติมเข้าไปเป็นกรณีพิเศษได้อีก

พร้อมกันนี้ วีซ่ายังเตรียมออกอีก 3 ผลิตภัณฑ์ใหม่ในประเทศไทยอีกในต้นปีที่จะถึง คือ บัตรวีซ่า ทราเวิล มันนี่ (Visa Travel Money) การค้าอิเลคทรอนิกส์ (Electronic Commerce) และบัตรธุรกิจ (Commercial Card)

"บัตรวีซ่า ทราเวิล มันนี่ หรือบัตรเพื่อการเดินทางนี้ จะเป็นเสมือนบัตร ATM โดยที่ไม่ต้องเปิดบัญชีกับธนาคาร เพียงแต่ในขั้นตอนที่ไปขอบัตรนี้ เราก็จ่ายเงินล่วงหน้าให้ที่ธนาคาร แล้วก็จะสามารถนำบัตรนี้ไปถอนเงินจากตู้ ATM ในเครือข่ายวีซ่า และที่มีเครื่องหมายพลัสได้ทั่วโลก ซึ่งมีอยู่ประมาณ 3 แสนเครื่อง" ชาง อธิบาย

บัตรดังกล่าวดีกว่าการใช้เช็คเงินสดในแง่ที่ว่า การถือเช็คเงินสด จำเป็นต้องไปฝาก ถอน โอน ย้าย ซึ่งยุ่งยาก ขณะที่บัตรนี้สามารถเบิกเงินสดจากตู้ ATM ได้เลย สะดวกรวดเร็ว และปลอดภัยกว่าหากมีการสูญหายเนื่องจากมีระบบป้องกันแบบเลขรหัสประจำตัว (PIN) และใช้เทคโนโลยีแถบแม่เหล็ก !

บัตรวีซ่า ทราเวิล มันนี่ เพิ่งเปิดตัวในไต้หวันเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ชางวางแผนจะเปิดตัวในไทยเป็นประเทศที่ 2 โดยจะเริ่มในต้นปีหน้า

ในส่วนของการค้าอิเลกทรอนิกส์นั้น เป็นผลิตภัณฑ์ที่ร่วมมือกันระหว่างธนาคารกับองค์กรที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอินเตอร์เน็ต เนื่องจากต้องมีมาตรการควบคุมป้องกัน และรับรองร่วมกันบนบัตรเครดิต และการใช้จ่ายบัตรเครดิตบนเครือข่ายอินเตอร์เน็ต ทั้งนี้ วีซ่าได้มีการร่วมมือกับมาสเตอร์การ์ด ไมโครซอฟท์ เน็ทสเคป และผู้ให้บริการอื่น ๆ ในการพัฒนาระบบมาตรฐานความปลอดภัยขึ้นมาใหม่ในชื่อว่า ระบบเอสอีที (Secure Electronic Transaction)

ขณะนี้ วีซ่ากำลังศึกษาและปรับเปลี่ยนข้อกฎหมายเกี่ยวกับภาระภาษีระหว่างประเทศ คาดว่า จะเรียบร้อยและสามารถให้บริการแก่ธนาคารสมาชิกในประเทศไทยได้ภายในปีหน้า ปัจจุบันวีซ่าได้มีการให้บริการเหล่านี้แก่ธนาคารสมาชิกในญี่ปุ่น ไต้หวัน และสิงคโปร์แล้ว

สำหรับบัตรธุรกิจ วีซ่าจะให้บริการใน 3 ประเภท คือ บัตรวีซ่า เพอร์เชสซิ่ง (Visa Purchase Card) ซึ่งสามารถลดเวลาและค่าใช้จ่ายในการจัดซื้ออุปกรณ์สำนักงานที่มีมูลค่าไม่สูงมาก บัตรวีซ่า คอร์ปอเรท (Visa Corporate Card) เพื่อช่วยบริหารค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและการรับรองแขกให้กับบริษัท และบัตรวีซ่า บิสซิเนส (Visa Business Card) ซึ่งเหมาะสำหรับองค์กรขนาดเล็ก และบุคคลที่อยู่ในสายอาชีพต่าง ๆ เช่น แพทย์ ทนายความ เป็นต้น

ปัจจุบัน บัตรวีซ่าที่ให้บริการแก่ธนาคารสมาชิกในไทยมีอยู่ 3 ประเภท คือ วีซ่าคลาสสิก วีซ่าโกล์ด และอินเตอร์ลิงค์ หรือบริการเบิกเงินสดล่วงหน้าผ่านเครือข่าย ATM ที่มีเครื่องหมายพลัสโดยธนาคารสมาชิกของวีซ่าในประเทศไทยมีทั้งสิ้น 15 แห่ง เป็นธนาคารต่างประเทศ 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารฮ่องกง, ธนาคารสแตนดาร์ด, ธนาคารแห่งอเมริกา และซิตี้แบงก์ และธนาคารไทย 11 แห่ง ยกเว้นธนาคารแหลมทอง, เอเชีย, ธนาคารไทยทนุ และนครธน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.