|

กิฟฟารีนตั้งผู้แทนขายตปท.
ผู้จัดการรายวัน(31 กรกฎาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
แพทย์หญิงใจทิพย์ ไพบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทกิฟฟารีน แลบบอราทอรี่ แอนด์ เฮลท์แคร์ จำกัด เปิดเผยว่า แผนการดำเนินธุรกิจของกิฟฟารีนต่อจากนี้จะให้ความสำคัญกับตลาดต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งปัจจุบันบริษัทฯ มีการส่งออกสินค้าไปจำหน่ายกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยเป้าหมายภายในระยะเวลา 3 ปีนี้คาดหวังจำนวนประเทศที่จะส่งออกมีเพิ่มขึ้นเป็น 60 ประเทศ
ซึ่งแผนในการรุกตลาดนั้นจะเน้นทำตลาดไปยังกลุ่มเป้าหมายหลัก อาทิ ในเอเชียจะให้ฮ่องกงเป็นศูนย์กลางในการทำตลาด ซึ่งในช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้ากิฟฟารีนมีแผนเปิดร้านจำหน่ายสินค้าของกิฟฟารีนในรูปแบบแฟลกชิพสโตร์เป็นแห่งแรกในห้างสรรพสินค้า ซึ่งถือว่าเป็นร้านต้นแบบหรือนำร่อง เพื่อต้องการสร้างแบรนด์อิมเมจไปยังผู้บริโภคชาวต่างชาติให้รู้จักแบรนด์มากขึ้น ปัจจุบันที่ฮ่องกงจะมีสำนักงานและโชว์รูมแสดงสินค้า
บริษัทฯ ได้แต่งตั้งให้ฮ่องกงดูแลประเทศอื่นๆ ในเอเชีย-แปซิฟิก และเป็นต้นแบบให้ประเทศอื่นๆ เช่น จีน,ไต้หวัน, เกาหลี, เวียดนาม,ฟิลิปปินส์ ,สิงคโปร์ รวมถึงออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ด้วย ขณะที่กลุ่มเป้าหมายอื่นๆ ของกิฟฟารีนที่เป็นศูนย์กลาง อาทิ ประเทศแถบยุโรป เช่นเยอรมันและอังกฤษ ส่วนกลุ่มตะวันออกกลางจะมีดูไบเป็นศูนย์กลางในการทำตลาด
“รูปแบบการทำการตลาดในตลาดต่างประเทศของกิฟฟารีนจะเป็นแบบขายปลีกสินค้า โดยสินค้าที่ไปทำตลาดต่างประเทศจะแบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ แบรนด์กิฟฟารีนในกลุ่มเครื่องสำอางเมคอัพ และแบรนด์แพทริน่า ซึ่งระดับราคาสินค้าจะแพงกว่าที่จำหน่ายในไทย 25%”
กลุ่มลูกค้าของกิฟฟารีนสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภท อาทิ กลุ่มที่สนใจคอสเมติกส์ ได้แก่ โรงเรียนสอนแต่งหน้า, ช่างแต่งหน้า เป็นต้น , กลุ่มเนเชอรัลโปรดักส์ และสินค้าที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ ก็จะเป็นสินค้าแบรนด์แพทริน่า จะมีลูกค้าและดีพาร์ทเมนต์สโตร์ และลูกค้าที่ให้ผลิตสินค้าให้หรือโออีเอ็ม ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าจากต่างประเทศ เช่น สวิตเซอร์แลนด์ให้ผลิตครีม และที่ฮ่องกงให้ผลิตผลิตภัณฑ์อาหารเสริม เป็นต้น
สำหรับยอดรายได้ในส่วนของต่างประเทศปีนี้บริษัทฯ คาดหวังการเติบโตที่ 35% จากปีที่แล้วที่ปิดยอดไป 30 ล้านบาท ขณะที่ครึ่งปีแรกที่ผ่านมาพบว่ายอดขายเพิ่ม 10% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยสัดส่วนยอดรายได้แบ่งเป็นแพทริน่าและกลามูรัส แบรนด์ละ 40% และอีก20% เป็นในส่วนโออีเอ็มหรือรับจ้างผลิตให้ ขณะที่การเติบโตของยอดรายได้ต่างประเทศภายใน 3 ปีนี้คาดหวังอัตราการเติบโตที่ 100%
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของประเทศฮ่องกง ก่อนหน้านี้กิฟฟารีนมีการทำตลาดมาก่อนแล้ว ซึ่งเป็นการทำตลาดผ่านช่องทางขายตรงหลายชั้นและช่องทางขายส่ง แต่จะเน้นไปทางด้านการทำตลาดผ่านช่องทางขายส่ง โดยปัจจุบันมีจำนวนสมาชิกขยายธุรกิจ 1,500 คน ส่วนใหญ่เป็นคนไทย และด้วยยอดขายที่เติบโตสูงประกอบกับใช้ภาษาจีนในการติดต่อค้าขาย บริษัทจังตัดสินใจเลือกประเทศฮ่องกง เป็นศูนย์กลางดูแลตลาดในภูมิภาคเอเชีย โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศที่ใช้ภาษาจีนในการติดต่อการค้า
และเพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของธุรกิจ บริษัทจึงเตรียมลงทุนสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่บริเวณนวนคร บนพื้นที่ 20 ไร่ ภายใต้งบลงทุนกว่า 500 ล้านบาท แบ่งเป็นงบของตัวโรงงาน 400 ล้านบาท และ 100 ล้านบาท เป็นห้องแลปและอาร์ แอนด์ ดี โดยจะเริ่มลงเสาเข็มในช่วงเดือนตุลาคมนี้ ทั้งนี้ปัจจุบันกิฟฟารีนมี 3 โรงงาน ได้แก่ บริษัทสกายไลน์ แลบบอราทอรี่ จำกัด และบริษัท สกายไลน์ เฮลท์แคร์ จำกัด เป็นต้น ซึ่งโรงงานแห่งใหม่ดังกล่าว จะผลิตสินค้าเพื่อส่งออกและบางส่วนก็ผลิตเพื่อใช้ในประเทศ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|