บลจ.ทหารไทยลุ้น 2 กองอสังหาฯ เมเจอร์-CPN ระดมทุนไตรมาส4


ผู้จัดการรายวัน(26 กรกฎาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

บลจ.ทหารไทยวัดดวง 2 กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ฯ 'เมเจอร์ฯ-CPNRF' ที่จ่อคิวเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้ เผย 'เมเจอร์ฯ' ต้องลดขนาดจากเดิมมองไว้ที่ 2.5-3 พันล้านบาท เนื่องจากต้องถอดเมเจอร์ปิ่นเกล้าออก เพราะเป็นพื้นที่เช่า ส่วนการขยายกองทุน CPNRF อีก 6 พันล้านบาท ยังรอการอนุมัติจากสำนักงาน ก.ล.ต.

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ทหารไทย จำกัด เปิดเผยว่า กองทุนอสังหาริมทรัพย์ของเมเจอร์อาจจำเป็นต้องลดขนาดกองทุน จากเดิมที่มองไว้ 2.5-3 พันล้านบาท เนื่องจากทางบริษัทจำเป็นที่จะต้องถอดเมเจอร์ปิ่นเกล้าออกจากการเป็นสินทรัพย์ของกองทุน โดยจะนำเพียงเมเจอร์รังสิต และเมเจอร์รัชโยธินเข้าเป็นสินทรัพย์ของกองทุน โดยคาดว่ากองทุนดังกล่าวจะเสนอขายหน่วยลงทุนไม่เกินต้นไตรมาส 4 ของปีนี้

"สาเหตุที่ต้องลดไซส์กองทุนอสังหาริมทรัพย์ของเมเจอร์ฯ เพราะสินทรัพย์ของกองทุนเหลือเพียง 2 แห่งคือ เมเจอร์รังสิต และรัชโยธินโดยถอดเมเจอร์ปิ่นเกล้าออก เพราะไม่ใช่ของเมเจอร์เป็นพื้นที่เช่าจึงอาจเป็นอุปสรรคในการบริหารงานในอนาคต" นางโชติกากล่าว

สำหรับความคืบหน้าในการขายกองทุนอสังหาริมทรัพย์ CPNRF นั้นขณะนี้อยู่ระหว่างยื่นไฟลิ่งกองทุนอสังหาริมทรัพย์ของ CPN ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และขออนุมัติจากผู้ถือหน่วย โดยจะขยายกองเพิ่มอีก 6 พันล้านบาท โดยสินทรัพย์ที่จะนำเข้ามาบริหารคือ ดิ ออฟฟิศ ออฟ เซ็นทรัล และเซ็นทรัลปิ่นเกล้า ซึ่งคาดว่ากองทุนดังกล่าวจะเสนอขายหน่วยลงทุนดังกล่าวในช่วงต้นไตรมาส 4 เช่นกัน ทั้งนี้ หากทางสำนักงาน ก.ล.ต.และผู้ถือหน่วยอนุมัติ ให้ขยายหน่วยลงทุน ทาง CPN และบลจ.ทหารไทยจะต้องเดินทางไปนำเสนอข้อมูลแก่นักลงทุนต่างประเทศ (โรดโชว์)

นางโชติกากล่าวว่า บริษัทเตรียมเงิน 24 ล้านบาท ลงทุนระบบและจ้างบุคลากรเพื่อทำคอลล์ เซ็นเตอร์ เพื่อให้บริการแก่ผู้ถือหน่วยของบริษัทโดยคอลล์ เซ็นเตอร์ดังกล่าวจะแตกต่างกับคอลล์ เซ็นเตอร์ทั่วไป คือ ผู้ถือหน่วยสามารถสั่งทำรายการซื้อขายหน่วยลงทุนผ่านคอลล์ เซ็นเตอร์ โดยพนักงานคอลล์ เซ็นเตอร์ ของบริษัท จะต้องมีใบอนุญาต (ไลเซนส์) ประกอบธุรกิจขายหน่วยลงทุนด้วย ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้บริการระบบคอลล์ เซ็นเตอร์ได้ในเดือน ก.ย. 2549

"เราคาดหวังว่าผู้ถือหน่วยจะได้รับบริการที่ดี และสะดวกมากขึ้น และเมื่อผู้ถือหน่วยแฮปปี้กับบริการนี้ ก็จะบอกต่อกับคนอื่นๆ ซึ่งน่าจะช่วยให้มีคนสนใจและถือหน่วยลงทุนของทหารไทยมากขึ้นโดยปัจจุบันทหารไทย มีผู้ลงทุนมาเปิดบัญชีถือหน่วย 40,000 บัญชี โดยตั้งเป้าสิ้นปีจำนวนเพิ่มเป็น 50,000 บัญชี" นางโชติกา กล่าว

อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 14 กรกฎาคม 2549 มีเม็ดเงินใหม่ไหลเข้ามาใน บลจ.ทหารไทย 21,000 ล้านบาท และมีเม็ดเงินไหลออกจากกองทุนหุ้นประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่ในช่วงระยะหลังที่ดัชนีตลาดปรับตัวลดลงเม็ดเงินเริ่มไหลกลับเข้ามา แต่ก็ยังติดลบอยู่ประมาณ 300-400 ล้านบาท

ทั้งนี้ เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังเม็ดเงินน่าจะไหลกลับเข้ามากองทุนหุ้นมากขึ้น


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.