โซนี่ ดั๊มป์ราคา บูมตลาดโฮมปริ้นติ้ง


ผู้จัดการรายวัน(24 กรกฎาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

โซนี่รุกตลาดโฮมปริ้นติ้งด้วยการลอนช์เครื่องปริ้นต์ภาพรุ่นใหม่สู่ตลาดพร้อมกับการดำเนินกลยุทธ์การตลาดที่มากขึ้นเพื่อขยายฐานลูกค้า โดยก่อนหน้านี้โซนี่เคยออกเครื่องปริ้นภาพมาหลายรุ่นแล้วแต่ไม่ได้มีการทำการตลาดจริงจังเนื่องจากตอนนั้นยังเป็นตลาดเฉพาะกลุ่มและตลาดยังเล็กมาก

ท่ามกลางการเติบโตของตลาดกล้องดิจิตอลที่เข้ามาแทนที่กล้องฟิล์มทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคส่วนหนึ่งเปลี่ยนไปจากที่เคยต้องล้างอัดภาพเพื่อเก็บไว้ดูก็หันมาเก็บเป็นไฟล์ภาพในคอมพวิเตอร์หรือหน่วยความจำต่างๆมากขึ้น แต่อย่างไรก็ดีผู้บริโภคก็ยังมีความต้องการล้างอัดภาพเพียงแต่ปริมาณที่ต้องการอาจจะมีน้อยกว่ากล้องฟิล์มที่ต้องล้างอัดรูปทั้งหมด ขณะเดียวกันราคาล้างอัดภาพจากกล้องดิจิตอลก็ถูกลงมากทำให้หลายร้านมีการกำหนดปริมาณการล้างอัดภาพเนื่องจากการรับงานในปริมาณที่น้อยจะไม่คุ้มทุน จึงเกิดช่องว่างกับผู้บริโภคที่ต้องการล้างอัดภาพทีละน้อย ซึ่งบางคนอาจจะต้องการล้างอัดภาพต่อครั้งในปริมาณที่น้อย แต่ด้วยความสะดวกของกล้องดิจิตอลทำให้มีความถี่ในการถ่ายภาพมากขึ้น ดังนั้นโอกาสที่ผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวจะต้องการล้างอัดภาพก็มีมากขึ้น

แม้โซนี่จะเป็นผู้นำในตลาดกล้องดิจิตอล แต่ก็ไม่ได้มีสินค้าในการปริ้นต์รูปมากมายนัก โดยโซนี่จะเริ่มทำตลาดเครื่องปริ้นต์รูปตั้งแต่ปี 2543 เพื่อเจาะตลาดกึ่งโปรเฟสชันนอลมากกว่าผู้ใช้งานทั่วไปเนื่องจากช่วงเวลาดังกล่าวกล้องดิจิตอลยังมีราคาแพงและตลาดก็ยังไม่ได้ขยายตัวมากเท่าปัจจุบันนี้ แต่เมื่อตลาดมีการขยายตัวมากขึ้น โซนี่ก็หันมาโฟกัสกลุ่มครอบครัวใหม่ แม่ลูกอ่อน ตลอดจนถึงวัยรุ่น เนื่องจากมองว่าเป็นกลุ่มที่มีการใช้กล้องดิจิตอลมากที่สุดและน่าจะมีโอกาสในการล้างอัดรูปสูงด้วย เช่นกลุ่มวัยรุ่นก็เป็นลักษณะของการทำกิจกรรมในกลุ่มเพื่อนมีการล้างอัดรูปแจกเป็นที่ระลึก หรือครอบครัวใหม่ก็มีการเก็บภาพพัฒนาการของลูกน้อย

การเข้าสู่ตลาดโฮมปริ้นติ้งไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับโซนี่เนื่องจากแคนนอนซึ่งเป็นเบอร์ 2 ในตลาดกล้องถ่ายรูปรองจากโซนี่มีการทำตลาดปริ้นเตอร์ และอุปกรณ์สำนักงานมัลติฟังก์ชั่นซึ่งพัฒนาจากงานเอกสารมาสู่การปริ้นต์ภาพได้ โดยแคนนอนมีจำนวนรุ่นต่างๆมากมาย มีฐานลูกค้าที่เป็นตลาดองค์กรซึ่งทำให้พนักงานในองค์กรคุ้นเคยกับสินค้าดี นอกจากนี้ยังมีการทำรุ่นราคาถูกสำหรับการใช้งานในบ้านด้วย อีกทั้งการทำการตลาดผ่านช่องทางไอทีทำให้แคนนอนมีฐานผู้บริโภคที่กว้างกว่า ดังนั้นหากจะมีการตัดสินใจซื้อเครื่องปริ้นต์แล้วแคนนอนย่อมเป็นตัวเลือกต้นๆของผู้บริโภค

แคนนอนยังมีการออกสินค้ารุ่นใหม่สำหรับการปริ้นต์ภาพถ่ายโดยเฉพาะเช่น SELPHY CP710 ซึ่งมีทั้งโปรแกรม PictBridge และช่องต่อ USB เมมโมรี่การ์ เอสดีการ์ด สามารถเชื่อมต่อเข้ากับกล้องดิจิตอลโดยตรงเพื่อปริ้นต์ภาพโดยไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์ ซึ่งวางราคาจำหน่ายเพียง 5,990 บาท นอกจากนี้แคนนอนยังมีเครื่องปริ้นต์รุ่นอื่นๆรวมถึงมัลติฟังก์ชั่นที่มีฟีเจอร์ในการล้างอัดรูปสีซึ่งรองรับตั้งแต่ผู้เริ่มใช้งานซึ่งมีราคาเพียง 2,000 กว่าบาทไปจนถึงเครื่องรุ่นใหญ่ที่มีราคาแพงเป็นหลักหมื่นซึ่งขึ้นอยู่กับฟีเจอร์การใช้งาน เช่นบางรุ่นมีช่องต่อเมมโมรี่การ์ด เอสดีการ์ด บางรุ่นใช้เทคโนโลยีหมึกโครมาไลฟ์ 100 เพื่อรักษารูปให้มีสีสันทนนาน ทั้งนี้แคนนอนได้แบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 3 กลุ่มตามไลฟ์สไตล์คือ Learning, Family และ Professional

ขณะที่โซนี่ทำตลาดเครื่องปริ้นเพียงรุ่นเดียวในตลาดขณะนี้คือ DPP-FP55 โดยชูเทคโนโลยีการพิมพ์ Dye-sublimation ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสำหรับการพิมพ์ภาพโดยเฉพาะ ขณะที่แคนนอนใช้เทคโนโลยีอิงก์เจ็ตและเลเซอร์แต่มีการพัฒนาให้การฉีดหมึกมีความละเอียดมากขึ้น ซึ่งทั้ง 2 แบรนด์ต่างเคลมว่าตัวเองให้ภาพที่ดีที่สุด นอกจากนี้โซนี่ยังมีการเคลือบรูป 2 ชั้นเพื่อกันน้ำและรอยนิ้วมือ รักษารูปให้คงทนเช่นเดียวกับโครมาไลฟ์ของแคนนอน DPP-FP55 ของโซนี่ยังมีช่องต่อเมมโมรี่การ์ด เอสดีการ์ด ยูเอสบี รวมถึงจอแอลซีดีสี 2 นิ้ว

DPP-FP55 จำหน่ายในราคา 8,990 บาท ซึ่งมาพร้อมกระดาษพิมพ์ 80 แผ่น ในขณะที่เครื่องปริ้นรูปภาพของโซนี่รุ่นเก่าที่ยังเหลืออยู่ในตลาดมีราคาลดลงอย่างเช่นรุ่น DPP-FP 30 วางตลาดปีที่แล้วด้วยราคา 6,990 บาท มีราคาลดเหลือ 5,990 บาท หรือรุ่น DPP-FP 50 มีราคาลดจาก 9,990 บาทมาอยู่ที่ 7,990 บาท โดยทั้ง 2 รุ่นรองรับโปรแกรม PictBridge ทำให้กล้องถ่ายรูปรวมถึงโทรศัพท์มือถือที่มีโปรแกรมดังกล่าวสามารถต่อเชื่อมเข้ากับเครื่องปริ้นต์เพื่อล้างอัดรูปโดยไม่ต้องผ่านคอมพิวเตอร์

อย่างไรก็ดีเพื่อขยายตลาดโฮมปริ้นติ้งให้ใหญ่ขึ้นโซนี่จึงมีการปรับราคากระดาษพิมพ์ให้ลดลงเช่น ขนาด 40 แผ่นลดจาก 790 บาทเหลือ 690 บาท ขนาด 80 แผ่น จาก 1,290 บาท เหลือ 990 บาท และขนาด 120 แผ่น 1,890 บาท เหลือ 1,290 บาท ซึ่งจะทำให้ต้นทุนในการปริ้นต์ภาพเองที่บ้านตกแผ่นละ 10 กว่าบาท แม้ยังแพงกว่าการไปล้างอัดภาพตามแลบสีซึ่งตกแผ่นละ 3-5 บาท แต่ผู้บริโภคจะได้ความสะดวกและความเป็นส่วนตัว

นอกจากการลดราคากระดาษพิมพ์แล้วโซนี่ยังมีการทำโปรโมชั่นร่วมกับกล้องถ่ายรูปด้วยเพื่อขยายฐานลูกค้าโดยใช้แพกเกจราคาจูงใจ เช่น แพกเกจ DSC-P200/FP55 ที่ประกอบด้วยกล้องโซนี่ DSC-P200 เครื่องพิมพ์ภาพ DPP-FP55 เมมโมรี่สติ๊กโปร 256 MB และกระเป๋าใส่กล้องในราคารวม 16,990 บาท ส่วนอีกแพกเกจคือ DSC-T9/FP55 ประกอบด้วยกล้อง DSC-T9 เครื่องพิมพ์รูป DPP-FP55 เมมโมรี่สติ๊กโปร 512 MB และกระเป๋าใส่กล้อง ในราคา 19,990 บาท

การขยายตลาดโฮมปริ้นติ้งของโซนี่ยังต้องอาศัยการสร้างประสบการณ์ให้กับผู้บริโภคอีกมาก ซึ่งจะมีการจัดกิจกรรมโรดโชว์โดยจะเน้นที่กรุงเทพฯและหัวเมืองใหญ่ก่อน เพื่อแนะนะให้ผู้บริโภคได้รู้จักเครื่องปริ้นต์รูปของโซนี่และให้ผู้บริโภคได้มีโอกาสทดลองใช้สินค้า โดยจะมีการสาธิตเพื่อให้เห็นถึงการเชื่อมต่อเทคโนโลยีไม่ว่าจะเป็นคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป และเมมโมรี่การ์ด นอกจากนี้ยังต้องมีการเพิ่มไลน์อัพของสินค้าให้มากขึ้นซึ่งโซนี่ก็เตรียมที่จะออกเครื่องพิมพ์รูปรุ่นใหม่สู่ตลาดในเร็วๆนี้

ขณะที่แคนนอนมีการจัดกิจกรรมและโรดโชว์เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้เครื่องปริ้นต์รูปให้กับกลุ่มเป้าหมาย เช่นตามโรงภาพยนตร์หรือสวนสนุก นอกจากนี้ยังมีการสร้างลูกเล่นใหม่ๆให้กับเครื่องปริ้นต์เช่นการปริ้นต์ภาพเพื่อนำมาประกอบเป็นโมเดล 3 มิติ โดยมีการเอ็ดดูเคตรูปแบบการใช้งานดังกล่าวผ่านเว็บไซต์ของแคนนอน

แม้ปัจจุบันตลาดโฮมปริ้นติ้งจะมีขนาดที่เล็กอยู่แต่ก็ถือเป็นอีกตลาดที่น่าจับตามองซึ่งนอกจากโซนี่และแคนนอนแล้ว ซัมซุงก็เป็นอีกรายที่เริ่มหันมามองตลาดนี้โดยมีการออกเครื่องปริ้นรูปสี 2 รุ่นที่ใช้เทคโนโลยี Dye-sublimation เหมือนเช่นโซนี่


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.