|

“เรดิสัน”ปรับผังควบตลาด-ขายทุ่ม300ล.ผุดโรงแรมไทยวิลเลจ
ผู้จัดการรายวัน(11 กรกฎาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
กลุ่มเรดิสันจับเทรนด์ตลาดนักท่องเที่ยว ชื่นชอบวิถีชีวิตไทย อัด 300 ล้านบาท ผุดโครงการที่พัก “ไทยวิลเลจ” ย่านหุบกระพง ใกล้ชะอำ หวังจับลูกค้ากลุ่มยุโรป และ ลองสเตย์ พร้อมเตรียมแผนปรับโครงสร้างองค์กร รวบส่วนการตลาดและการขายไว้เป็นหนึ่งเดียว เพื่อความคล่องตัวของการทำงาน เผยพระบารมีของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โลว์ซีซั่นปีนี้ทะลุเป้า
นายวัฒนา ภราดรชัย รองประธานกรรมการ กลุ่มโรงแรมเรดิสัน พระราม9 เปิดเผยว่า ในสิ้นปีนี้บริษัทฯมีแผนลงทุนสร้างโรงแรมเพิ่มอีก 1 โครงการ บริเวณ หุบกระพง จังหวัดเพชรบุรี ใช้ชื่อโครงการว่า “ไทย วิลเลจ” ตั้งอยู่บนพื้นที่ 20 ไร่ มูลค่าการก่อสร้างโครงการเบื้องต้น ประมาณ 300 ล้านบาท ไม่รวมค่าที่ดิน ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบและก่อสร้างอาคารพักอาศัยของพนักงานของโรงแรม ส่วนตัววิลเลจจะเริ่มก่อสร้างในต้นปี 2550 คาดว่าอีก 2 ปี จะเปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวได้ โดยลูกค้าเป้าหมายหลักคือ ยุโรปและกลุ่มลองสเตย์
ทั้งนี้คอนเซปต์ของโครงการนี้ จะสร้างที่พักเป็นวิลเลจ ประมาณ 20 หลัง โดยการตกแต่งและออกแบบโครงการ เน้นนำเสนอวิถีชีวิตไทย เช่น วิลเลจ ก็จะออกแบบคล้ายกระท่อม โดยรอบโครงการจะมีทุ่งนาและการแสดงต่างๆอาทิ การไถนา เกี่ยวข้าว มีลำคลอง บึง แสดงการทอดแห ตกปลา ตลอดจนการละเล่นแบบไทยๆ ตามวิถีชีวิตของคนไทย
“เรามองว่าปัจจุบันเทรนด์ของนักท่องเที่ยวได้ขยายวงกว้างออกไป จากแหล่งท่องเที่ยวทะเลและภูเขา โดยหันมาสนใจการท่องเที่ยวแบบเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจากยุโรป รวมถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวที่พำนักระยะยาว (ลองสเตย์) ซึ่งโรงแรมแห่งนี้ นอกจากจะตกแต่งสภาพแวดล้อมให้ดูเป็นวิถีชีวิตคนไทยแล้ว เราก็ไม่ลืมเรื่องความสะดวกสบาย และความปลอดภัยของผู้พักอาศัยด้วย”
อย่างไรก็ตาม โครงการไทยวิลเลจดังกล่าว จะช่วยให้เรดิสันมีบริการให้แก่ลูกค้าแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งโครงการนี้จะอยู่ห่างจากโครงการโรงแรม แกรนด์ แปซิฟิก เซอเวอร์เรน รีสอร์ท แอนด์ สปา ที่ตั้งอยู่ริมชายหาดชะอำเพียง 4-5 กิโลเมตร โดยขณะนี้การสร้างใกล้เสร็จสมบูรณ์แล้ว คาดว่าไฮซีซั่นนี้จะเปิดให้บริการได้แน่นอน โดยฝ่ายขายเริ่มนำสินค้าออกไปทำตลาดกับเอเย่นต์ในต่างประเทศแล้ว ซึ่งลูกค้าที่เข้าพักของโรงแรมของบริษัทฯทั้ง 2 แห่งดังกล่าว สามารถใช้บริการต่างๆของทางโรมแรมร่วมกันได้ เช่น ชายหาด สระว่ายน้ำ หรือกิจกรรมการนำชมวิถีชีวิตชุมชนและการละเล่นไทย โดยจะมีรถรับ-ส่ง ไว้คอยบริการ
นายวัฒนา กล่าวอีกว่า จากการขยายธุรกิจของกลุ่มโรงแรมเรดิสัน คาดว่าในอีก 1-2 ปี บริษัทฯจะมีโรงแรมสำหรับให้บริการลูกค้า รวม 4 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเรดิสัน พระราม 9 โรงแรมคลาสิคเพลส ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ โรงแรมแกรนด์ แปซิฟิก เซอเวอร์เรน รีสอร์ท แอนด์ สปา และ โครงการ ไทยวิลเลจ ดังนั้นเราจึงเตรียมวางแผนปรับโครงสร้างองค์กร โดยจะรวมแผนกการตลาดเข้าเป็นหนึ่งเดียว หรือ มาร์เก็ตติ้ง แอนด์ เซล เพื่อความสะดวกและคล่องตัวในการทำงานและการนำเสนอสินค้าได้หลายหลายให้แก่ลูกค้า
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของโรงแรมเรดิสันปีนี้ คาดว่าจะเติบโตเกินเป้าหมาย ทั้งนี้เพราะในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งถือเป็นโลว์ซีซั่น แต่ปีนี้ เนื่องในวโรกาสพิเศษที่ประเทศไทยจัดงานเฉลิมฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่งผลให้มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักในโรงแรมเพิ่มขึ้น โดยเดือนมิถุนายนซึ่งเป็นเดือนจัดงาน โรงแรมเรดิสันมีอัตราเข้าพักเฉลี่ย 75% จากทุกปีที่ผ่านมาช่วงเวลานี้จะมีอัตราเข้าพักประมาร 65-70% เท่านั้น
นอกจากนั้นภาพของพระราชอาคันตุกะที่เสด็จมาร่วมงานพระราชพิธี ยังส่งผลในด้านความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว โดยเฉพาะในประเทศที่พระมหากษัตริย์ ของเขาได้เสด็จมา เช่น ประเทศญี่ปุ่น และประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง ทำให้ยอดจองห้องพักตลอดไตรมาส 3 เพิ่มขึ้นราว 5-10% ส่วนไตรมาส 4 ปีนี้ ยังคงคึกคักเหมือนทุกปีที่ผ่านมา ดังนั้นภาพรวมของโรงแรมเรดิสันปีนี้คาดว่าจะมีอัตราเข้าพักเฉลี่ยไม่น้อยกว่า 85% มากกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่าได้ 80% ส่งผลให้ผลประกอบการโดยรวมของบริษัทฯเติมโตไม่น้อยกว่า 10%
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|