CPFผุดโรงงานในรัสเซีย


ผู้จัดการรายวัน(7 กรกฎาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

เจริญโภคภัณฑ์อาหาร รุกขยายตลาดต่างประเทศ ทุ่มเงินทุนกว่า 310 ล้านบาท ตั้ง Charoen Pokphand Foods (Overseas) LLC. เพื่อผลิตอาหารสัตว์และเลี้ยงสัตว์ในประเทศรัสเซีย ดีเดย์ไตรมาส 3 นี้ หลังทำการศึกษาตั้งแต่ปี 48 ผู้บริหารมั่นใจศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ เหตุมีความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์สูงมาก ด้านนักวิเคราะห์แนะซื้อ CPF ราคาเหมาะสมที่หุ้นละ 6.10 บาท ขณะที่ราคาบนกระดานขานรับบวก 2.80% ปิดที่ 5.50 บาท

นายอดิเรก ศรีประทักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีมติอนุมัติการจัดตั้ง Charoen Pokphand Foods (Overseas) LLC. ภายในไตรมาสที่ 3 ปีนี้ เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตอาหารสัตว์และเลี้ยงสัตว์ในประเทศรัสเซีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจดังกล่าว เนื่องจากมีปริมาณความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ในอัตราที่สูงมาก

โดยการลงทุนในรัสเซียครั้งนี้ CPF ลงทุนผ่าน CPF Europe S.A. ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ CPF ถือหุ้นทางอ้อมในสัดส่วนร้อยละ 99.99 โดยจะให้เงินทุนจำนวน 220 ล้านรัสเซียรูเบิล หรือประมาณ 310 ล้านบาท (คำนวณโดยใช้อัตราในตลาดต่างประเทศ (Financial Times) คำนวณผ่านอัตราขายเงินดอลลาร์สหรัฐ ในตลาดกรุงเทพฯ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2549 ซึ่งเท่ากับ 1.4088 บาทต่อรัสเซียรูเบิล)

สำหรับการลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามแผนการลงทุนของบริษัท ที่ได้เข้าไปศึกษาก่อนที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศ รัสเซียตั้งแต่ปี 2548 เนื่องจากตลาดรัสเซียไม่เข้มแข็ง ซึ่งพบว่าความต้องการบริโภคเนื้อสัตว์ของรัสเซียมีปริมาณสูงมาก และ 80% เป็นการนำเข้าจากต่างประเทศ ดังนั้นบริษัทจึงเห็นโอกาสและช่องทางในการที่จะเข้าไปเจาะตลาดในประเทศดังกล่าว

"จากที่บริษัทได้ศึกษาตลาดรัสเซียมาระยะหนึ่ง พบว่า ตลาดเลี้ยงสัตว์ โดยเฉพาะสุกร มีโอกาสเติบโตที่สูง เพราะว่ารัสเซียเป็นประเทศที่มีประชากรกว่า 140 ล้านคน ซึ่งมีความต้องการบริโภคเนื้อสุกรประมาณ 2-2.5 ล้านตัน และการบริโภคเนื้อไก่กมีปริมาณใกล้เคียงกัน แต่ไม่สามารถผลิตได้เพียงพอกับความต้องการ จึงต้องพึ่งพาการนำเข้าเนื้อสัตว์จากประเทศอื่น CPF จึงตัดสินใจลงทุน โดยเริ่มต้นด้วยการผลิตอาหารสัตว์บกที่มีความชำนาญ และคาดว่าจะเริ่มการทำธุรกิจสุกรไปพร้อมๆ กัน ซึ่งจะส่งผลดีต่อการขยายตัวของธุรกิจซีพีเอฟในอนาคต"

นายอดิเรก กล่าวเพิ่มเติมว่า ในปี 2549 CPF มีเงินสำรองไว้สำหรับลงทุนประมาณ 6-7 พันล้านบาท จะเน้นไปที่การขยายในส่วนของ กุ้งแปรรูปส่งออก ที่หมูปรุงสุก เป็ดปรุงสุก ตลอดจนการโรงงานอาหารปลา ตลอดจนการศึกษาการลงทุนในต่างประเทศ ด้วย ซึ่งนอกจากที่รัสเซียแล้ว บริษัทยังสนใจจะเข้าไปลงทุนในประเทศยูเครนเช่นเดียวกัน เนื่องจากเป็นประเทศที่กำลังพัฒนาและต้องการบริโภคสินค้า รวมทั้งฟิลิปปินส์ ปากีสถาน ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องการลงทุนภายในปีนี้

"การเบนเข็มสู่ประเทศแถบยุโรป เป็นเหมือนทางออกของ CPF เพราะตลาดนี้ได้รับประโยชน์จากการประกาศลดอัตราภาษีลงตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ทำให้การส่งสินค้าออกไปจำหน่ายสะดวกและง่ายขึ้น อันจะทำให้เป้าหมายการเติบโตของรายได้และยอดขายเพิ่มขึ้นตามเป้า"

ด้านนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า การลงทุนดังกล่าวจะส่งผลดีต่อ CPF ในแง่ของการขยายฐานลูกค้าในสัดส่วนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในแถบยุโรป จากปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนการส่งออกเนื้อสัตว์ไปแถบยุโรปประมาณ 40% ดังนั้นจึงแนะนำให้นักลงทุนซื้อลงทุน ประเมินราคาที่เหมาะสมไว้ที่หุ้นละ 6.10 บาท

ส่วนกรณีบริษัทประมาณการรายได้รวมปี 2549 นี้ไว้ที่ 1.3 แสนล้านบาท นั้น มีโอกาสเป็นไปได้ และใกล้เคียงกับบทวิเคราะห์ของบริษัทที่ประเมินรายได้รวมไว้ที่ประมาณ 1.25 แสนล้านบาท ขณะเดียวกันธุรกิจของบริษัทยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง คือมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจอาหารสัตว์ 35% ธุรกิจเนื้อสัตว์ในประเทศ 40% ธุรกิจเนื้อสัตว์ส่งออก 20% พันธุ์สัตว์ 5% และอื่นๆ ประมาณ 2 - 3%

ด้านความเคลื่อนไหวราคาหุ้นวานนี้ (6 ก.ค.) ราคาหุ้นมีการซื้อขายในกรอบแคบๆ โดยมีราคาต่ำสุดที่ 5.25 บาท ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ราคาสูงสุดที่ 5.50 บาท เพิ่มขึ้นจากวันก่อน 0.15 บาท หรือคิดเป็น 2.80% มูลค่าการซื้อขายรวม 54.18 ล้านบาท


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.