|

ส.โรงแรมจี้ ทอท. พาลงพื้นที่ ตรวจสุวรรณภูมิก่อนเปิดใช้
ผู้จัดการรายวัน(3 กรกฎาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ผู้ประกอบการโรงแรมเตรียมดันเรื่องเข้าที่ประชุมสมาคมโรงแรมไทย ให้จับมือกับสมาคมด้านการท่องเที่ยว เพื่อร่อนหนังสื่อถึง ทอท. ขอเข้าพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิก่อนเปิดใช้จริง เหตุต้องการเห็นสถานที่จริง เพื่อกำหนดแผนการทำงาน หวั่นวันแรกอลหม่าน ชี้เรื่องนี้ความจริง ทอท.น่าจะรู้ดี แต่ทำไม่ยังเงียบ พร้อมวอนผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลกำจัดกลุ่มมิจฉาชีพในสนามบินใหม่ "อลงกรณ์" แฉ 3 บิ๊ก ทอท.ฮั้วประมูลรถเข็นกระเป๋า แฉถือหุ้นบริษัทชนะประมูล จี้ “น้องเขยแม้ว” สอบล็อคสเปคด่วน
แหล่งข่าวจากวงการธุรกิจโรงแรม เปิดเผยว่า ในการประชุมสมาชิกสมาคมโรงแรมไทยครั้งหน้า เตรียมที่จะยื่นเสนอให้คณะกรรมการสมาคมโรงแรมไทย ได้พิจารณาถึงการหารือกับสมาคมด้านธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ เช่น สมาคมมัคคุเทศก์ไทย สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว ,สมาคมไทยบริการท่องเที่ยว สมาคมผู้จัดการเดินรถแท็กซี่ และ สมาคมรถเช่า เป็นต้น เพื่อร่วมกันทำหนังสือเสนอต่อ บริษัท ท่าอากาศยานไทย หรือทอท. ในการจัดแฟมทริปให้กับสมาชิกของสมาคมที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจท่องเที่ยวเหล่านี้ได้เข้าไปดูสถานที่จริงของสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อทำความเข้าใจกับสถานที่ก่อนที่สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในเดือนกันยายนศกนี้
ทั้งนี้ เพราะสนามบินสุวรรณภูมิ เป็นสนามบินใหม่ ซึ่งแน่นอนว่ายังมีคนจำนวนไม่มากนักที่จะได้เข้าไปเห็นสถานที่จริง และการทำธุรกิจโรงแรม หรือธุรกิจที่เกี่ยวกับธุรกิจท่องเที่ยวอื่นๆ มีความจำเป็น ต้องส่งบุคลากรเข้าไปต้อนรับนักท่องเที่ยวถึงสนามบิน ดังนั้นจะต้องรู้จักสถานที่ เช่น จุดจอดรถรับ-ส่ง อยู่ตรงไหน จุดเข้า-ออก ของผู้โดยสารทั้งขาเข้าและขาออก จุดรับกระเป๋า ตลอดจนจุดนัดพบและจุดสำคัญอื่นๆ เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน และการแนะนำแก่นักท่องเที่ยวด้วย
"พวกเรามองว่าการเยี่ยมชมสนามบินสุวรรณภูมิ หน่วยงานรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย เจ้าของพื้นที่ย่อมรู้ดี ขณะที่ในส่วนของภาคธุรกิจท่องเที่ยว อาจให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เป็นหัวหอกในการขอนำชมสถานที่ก็ได้ เพราะเชื่อว่าตอนนี้เจ้าหน้าที่ของบริษัทนำเที่ยว ,โรงแรมที่จะคอยต้อนรับลูกค้าที่สนามบินคงจะยังมืดแปดด้าน เพราะไม่เคยเห็นสถานที่จริง และเมื่อถึงวันเปิดใช้งานจริงจะเกิดความวุ่นวายโกลาหล"
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 28 กันยายน 49 ซึ่งเป็นวันที่สนามบินสุวรรณภูมิจะเปิดให้บริการเป็นวันแรกนั้น ต้องการให้ทางท่าอากาศยานไทย ได้จัดเจ้าหน้าที่ กระจายยังจุดต่างๆ ทั่วสนามบิน เพื่อคอยแนะนำให้แก่นักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จากโรงแรม และ บริษัทนำเที่ยว ที่อาจต้องการความช่วยเหลือ
วอนกันมิจฉาชีพเข้าสนามบินใหม่
แหล่งข่าวคนเดิมยังกล่าวอีกว่า การเปิดใช้สนามบินใหม่ของประเทศไทยในครั้งนี้ ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งจากเจ้าหน้าที่สนามบิน ตำรวจท่องเที่ยว เป็นต้น เร่งกำจัดกลุ่มมิจฉาชีพ ที่เข้ามาหลอกลวงนักท่องเที่ยวถึงสนามบินให้หมดไปเสียที ทั้งนี้เชื่อว่าปัจจุบันกลุ่มผู้ประกอบการโรงแรม กำลังเจอกับปัญหากลุ่มมิจฉาชีพ ที่เข้ามาชิงตัวนักท่องเที่ยวออกไปจากสนามบิน ก่อนที่นักท่องเที่ยวจะเจอกับเจ้าหน้าที่ หรือรถของโรงแรม ที่ไปรอรับลูกค้า จากสนามบินตามที่นัดแนะกันไว้ ซึ่งตรงนี้ทำให้นักท่องเที่ยวเองก็เข้าใจผิดกับทางโรงแรม คิดว่าถูกโรงแรมหลอกลวงทำให้เสียชื่อเสียง อีกทั้งการหลอกนักท่องเที่ยวไปของกลุ่มมิจฉาชีพนี้ ก็จะมีการขูดรีดเงิน หรือเรียกค่าน้ำกับนักท่องเที่ยวในราคาแพงมาก ส่งผลเสียกับภาพลักษณ์ของประเทศไทย
ทั้งนี้ จากพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จากที่เคยเดินทางเป็นกรุ๊ปทัวร์ ก็หันมาเดินทางเองเพิ่มมากขึ้น โดยมีการติดต่อที่พักโรงแรม ผ่านตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศ หรือ ติดต่อผ่านเว็บไซน์ของโรงแรม มีการจ่ายเงินมัดจำล่วงหน้า ด้วยบัตรเครดิต ดังนั้นเมื่อเดินทางเข้ามาถึงประเทศไทย บางโรงแรมก็จะส่งเจ้าหน้าที่และรถไปคอยรับ หรือนักท่องเที่ยวบางรายก็จะเดินทางมาโรงแรมเอง ทั้งที่ไม่เคยเห็นสถานที่จริง ตรงนี้จึงเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพ ฉวยโอกาสเข้ามาตีสนิท พูดคุย และบอกว่าจะพาไปส่งโรงแรมที่นักท่องเที่ยวต้องการไป แต่ เมื่อถึงที่หมายจริงกับไม่ใช่โรงแรมที่จองไว้ แต่ด้วยความที่ไม่รู้จักประเทศไทยดีพอ ก็จำต้องเข้าไปเช็คอินโรงแรมนั้น แถมยังเสียค่าบริการให้แก่กลุ่มมิจฉาชีพในราคาแพงอีกด้วย
อลงกรณ์แฉ3บิ๊กทอท.ฮั้ว
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงความคืบหน้าในการตรวจสอบสัมปทานจ้างบริการรถเข็นกระเป๋าของสนามบินสุวรรณภูมิ ว่า จากการที่บริษัทท่าอากาศยานไทย (ทอท.) ได้เปิดประมูลให้บริษัทเอกชนยื่นซองประกวดราคาประมูลงานรถเข็นกระเป๋าของสนามบินมูลค่า 534 ล้านบาท อายุสัมปทาน 7 ปี โดยมีบริษัทผ่านเกณฑ์และเทคนิครายเดียวคือ บริษัทไทยแอร์พอตกราวน์เซอร์วิสเซส จำกัด (แท็กส์) ส่วนบริษัทอื่นได้รับแจ้งจากทอท.ว่าไม่ผ่านการพิจารณา ทำให้บริษัทแท็กส์ชนะการประมูล
นายอลงกรณ์กล่าวว่า เป็นที่น่าสังเกตว่าบริษัทแท็กส์ นั้นซื้อรถเข็นจากโรงงานที่ไม่เคยผลิตรถเข็นกระเป๋าสนามบินนานาชาติมาก่อน ต่างกับบริษัทที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่มีประสบการณ์การผลิตรถเข็นกระเป๋าให้กับสนามบินทั่วโลกหลายแห่ง ดังนั้นการประมูลดังกล่าวส่อว่าไม่โปร่งใส และมีการแก้ไขสเปครถเข็นกระเป๋า เอื้อประโยชน์ให้กับบริษัทที่เข้าประมูลเพียงรายเดียว
“นอกจากนี้คณะทำงานตรวจสอบการทุจริตของพรรคยังพบข้อมูลล่าสุดว่า บริษัท ทอท.ถือหุ้นอยู่ในบริษัท 28 เปอร์เซ็นต์ และกรรมการ ทอท. 3 คน คือ ร.อ.อ. ม.ล.ย่อม งอนรถ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท. ร.อ.อ.พินิจ สาหร่ายทอง ผอ.การท่าอากาศยานดอนเมือง และนายสมชัย สวัสดิผล ผอ.การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เป็นกรรมการของบริษัทแท็กส์ ทั้งนี้ ข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เมื่อวันที่ 31 พ.ค.49 ระบุว่า บุคคลทั้ง 3 เป็นกรรมการผู้มีอำนาจในบริษัทแท็กส์ ดังนั้นแสดงให้เห็นชัดว่าการประมูลครั้งนี้ ผิดปกติ มีพิรุธ เอื้อประโยชน์ระหว่างกัน และไม่มีการแข่งขันการปะมูลอย่างเป็นธรรม เพราะทอท.และแท็กส์มีความสัมพันธ์กันในเชิงทุน และการบริหารระหว่างกัน" นายอลงกรณ์ กล่าว
รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวว่า ขอเรียกร้องให้นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน และนายชัยเกษม นิติสิริ รองอัยการสูงสุด ที่เป็นบอร์ด ทอท. ตรวจสอบกรณีดังกล่าวเป็นพิเศษ และขอให้ นายศรีสุข จันทรางศุ ประธานบอร์ด ทอท.ทบทวนการประมูล เพื่อสร้างความถูกต้อง มิฉะนั้นประเทศไทยจะขายหน้าไปทั่วโลก ต้องตระหนักว่าสนามบินสุวรรณภูมิไม่ใช่สนามบินท้องถิ่น จะใช้สินค้าหรือบริการต้องเข้ามาตรฐานสากล ไม่ใช่ของโชว์ห่วยอะไรก็ได้
นายอลงกรณ์กล่าวว่า การร้องเรียนในเรื่องนี้เกิดเมื่อบริษัทท่าอากาศยานไทยเปิดประมูลสัมปทานงานบริการรถเข็นกระเป๋า จำนวน 9,034 คัน พร้อมแรงงาน 250 คน เป็นเวลา 7 ปี หลังจากนั้นได้ออกประกาศขายแบบพร้อมรายละเอียดคุณลักษณะพิเศษ (ทีโออาร์) โดยผู้ประกอบการต้องส่งตัวอย่างรถเข็นจำนวน 11 คัน ประกอบด้วยรถขนาดใหญ่ 1 คัน ขนาดกลาง 5 คัน ขนาดเล็ก 5 คัน
นายอลงกรณ์ กล่าวว่า หลังจากผู้ประกอบการได้ซื้อแบบและจัดซื้อระตัวอย่าง 11 คัน เงินประกันจำนวน 26.7 ล้านบาท พร้อมซองเสนอราคาและซองคุณสมบัติของรถเข็นและคุณภาพของโรงงานที่ผลิต แต่ก่อนส่งตัวอย่างรถซองเสนอราคา เงินประกัน 1 วัน ทางบริษัทการท่าอากาศยานได้แจ้งว่าขอเลื่อนการประมูลไว้ก่อน และได้แจ้งให้ผู้ประกอบการทราบว่าขอยกเลิกการประมูล ซึ่งไม่ได้แจ้งเหตุผล แต่หลังจากนั้นอีก 13 วัน ได้แจ้งว่าจะมีการประชุมใหม่ มีการแก้ไขเอกสาร โดยเฉพาะการแก้ไขสเปค ของรถเข็นกระเป๋าขนาดกลางใหม่ "ให้มีคุณสมบัติในการบรรทุกกระเป๋าสามารถขึ้น-ลงบันไดเลื่อนเป็นขั้นๆ"ได้ และยังตัดข้อความเก่าที่ว่า "โรงงานที่ผลิตรถเข็นต้องเป็นโรงงานที่เคยผลิตและส่งออกไปใช้สนามบินนานาชาติ" ซึ่งแก้ไขสเปก เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ประกอบการบางรายเท่านั้น
นอกจากนี้ คณะทำงานจะตรวจสอบอีก 46 โครงการ ในสนามบินสุวรรณภูมิ ที่มีการเร่งรัดและประมูลด้วยวิธีพิเศษ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ทำ กลับมาเร่งช่วง 2-3 เดือนสุดท้าย โดยอ้างเงื่อนไขเวลาที่จำกัด ซึ่งคณะทำงานได้รับเรื่องร้องเรียนมาเป็นระยะ
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|