|

โวยสุวรรณภูมิฆ่าโลว์คอสต์
ผู้จัดการรายวัน(21 มิถุนายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
โลว์คอสต์ฯ โวยรัฐบาลไม่เคยหารือเรื่องให้ย้ายไปสุวรรณภูมิ ระบุทำต้นทุนเพิ่มจนแข่งขันต่างชาติไม่ได้ เตรียมหารือก่อนยื่นหนังสืออุทธรณ์ ทอท. "ไทยแอร์เอเชีย" สงสัยตัดสินใจมีข้อมูลครบทุกด้านหรือไม่ ชี้ไปแล้วอีก 3 ปีย้ายกลับไม่มีประโยชน์ เชื่ออีก 2 ปีเฉพาะผู้โดยสารโลว์คอสต์ถึง 10 ล้านคนต่อปี ทำสุวรรณภูมิแออัดแน่ ด้านกรมการขนส่งทางอากาศยันรับได้ถึง 50 ล้านคนต่อปี ขณะที่ครม.ไฟเขียวหลักการ พ.ร.บ.สุวรรณภูมิมหานคร แต่ต้องรอครม.ใหม่ยืนยันเพื่อนำเข้าสภาต่อไป ฟันธงเปิดสนามบิน 28 ก.ย.นี้แน่นอน เตรียมประสานสายการบินทดสอบก่อนใช้งานจริง "เด็กแม้ว" โต้ข่าวแกนนำทรท.เก็งกำไรที่ดินรอบสนามบิน อ้างเรื่องธุรกิจไม่มีคำว่าจริยธรรม
หลังจากที่รัฐบาลได้กำหนดให้มีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิในเชิงพาณิชย์อย่างเป็นทางการใรวันที่ 28ก.ย.49 และให้สายการบินต้นทุนต่ำมาใช้สนามบินแห่งนี้ด้วยเป็นการขั่วคราวเป็นเวลา 3 ปี ก่อนจะให้ย้ายกลับไปใช้สนามบินดอนเมืองตามเดิม
นายทัศพล แบเลเว็ลด์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินไทยแอร์เอเชีย เปิดเผยว่า ผู้ประกอบการสายการบินต้นทุนต่ำ (โลว์คอสต์แอร์ไลน์) ทั้ง 3 สาย คือ ไทยแอร์เอเชีย นกแอร์ และโอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ จะมีการประชุมร่วมกันถึงกรณีที่รัฐบาลประกาศให้ทุกสายการบินรวมทั้งโลว์คอสต์แอร์ไลน์ ย้ายไปปฎิบัติการบินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย.49 เป็นต้นไป โดยจะทำหนังสือถึงบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอท. ชี้แจงผลดีผลเสียโดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นกับโลว์คอสต์ฯ เพื่อเป็นการอุทธรณ์ภายในสัปดาห์หน้า เนื่องจากผู้ประกอบการเห็นตรงกันว่า การย้ายไปสุวรรณภูมิจะทำให้ต้นทุนการดำเนินการสูงขึ้นจนไม่สามารถแข่งขันได้ ซึ่งจะกระทบต่อการเป็นศูนย์กลางด้านการบิน
โดยเฉพาะกรณีที่ระบุว่า จะไม่มีการลงทุนสุวรรณภูมิในเฟส 2 เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้โดยสาร ซึ่งจะทำให้สุวรรณภูมิเต็ม 45 ล้านคนต่อปี ภายใน 3 ปี และจะพิจารณาใช้ดอนเมืองเพื่อรองรับแทน ตรงจุดนี้โลว์คอสต์ฯ จะกระทบมากเช่นกัน เพราะปัจจุบันไทยแอร์เอเชียบริหารต้นทุนให้ต่ำที่สุด เพื่อให้ค่าโดยสารต่ำ ซึ่งมีกำไรเพียง 2-3 % เท่านั้น หากใน 3 ปีจะมีค่าใช้จ่ายในเรื่องการย้ายสำนักงานไปมาก็คงรับไม่ไหว อีกทั้งผู้โดยสารโลว์คอสต์ รวม 7-8 ล้านคนต่อปีแล้ว คาดว่า อีก 2 ปีจะถึง 10 ล้านคน ซึ่งถือเป็น 1 ใน 4 ของผู้โดยสารทั้งหมด ดังนั้นรัฐบาลควรชัดจนว่าสุวรรณภูมิเป็นสนามบินเดียว (Single Airport) ก็ไม่ควรพูดถึงดอนเมืองอีก แล้วพุ่งไปที่การแยกเทอร์มินอลของโลว์คอสต์อย่างเดียว จะเกิดประโยชน์มากกว่า
"ไทยต้องการเป็นศูนย์กลางการบิน (ฮับ) ในภูมิภาค ส่วนโลว์คอสต์ ไทยก็มีถึง 3 สาย มากที่สุดในภูมิภาค แต่เรื่องนี้อาจจะทำให้เราเป็นไม่ได้หากรัฐไม่ส่งเสริม ตรงนี้ต้องถามนโยบายจริงๆ เราอยู่ไหนก็ได้ ถ้าที่สุวรรณภูมิก็ควรมีเทอร์มินอลแยกต่างหาก ถ้าไม่มีก็ควรอยู่ที่ดอนเมืองเหมือนเดิม แต่ที่สุดต้องยอมรับ หากรัฐให้ย้ายทั้งหมด ขัดขืนไม่ได้ แม้ที่ผ่านมาจะไม่เคยมีการเรียกไปถามเลย จึงไม่ทราบว่า เป็นการตัดสินใจภายใต้ข้อมูลทั้งหมดหรือไม่" นายทัศพล กล่าว
นายสีหพันธุ์ ชุมสาย ณ อยุธยา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด สายการบินนกแอร์ กล่าวว่า เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายที่ทุกสายการบินจะต้องยอมรับ แต่ในทางปฏิบัติอาจมีผลต่อต้นทุนการบิน ส่วนรายละเอียดหรือการขอสิทธิพิเศษจะต้องหารือกับทางผู้บริหารของทอท. สิ่งสำคัญจะต้องมีความชัดเจนของแผนการใช้สนามบินในระยะยาวว่าจะมีทิศทางอย่างไร เพราะหากจะให้สายการบินต้นทุนต่ำย้ายกลับมาใช้สนามบินดอนเมือง อาจมีผลต่อต้นทุนทางการบินได้
**การบินไทยระงับเปิด "เอื้องหลวง"
ในขณะที่กัปตันอภินันท์ สุมนะเศรณี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่รัฐบาลประกาศนโยบายชัดเจนให้ทุกสายการบินย้ายไปที่สนามบินสุวรรรภูมินั้นส่งผลให้การบินไทยที่มีแผนจะจัดตั้งสายการบินเอื้อหลวงก็ต้องระงับโครงการไว้ก่อน เพราะตั้งเป้าไว้เดิมว่าจะเป็นการขยายฐานการบินที่สนามบินดอนเมือง แต่ในระยะยาวตนเห็นว่าควรจะต้องมีการแยกเทอร์มินอลสำหรับสายการบินต้นทุนต่ำโดยเฉพาะ ซึ่งในหลายประเทศก็มีการดำเนินการเช่นนี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสามารถแบ่งแยกกลุ่มผู้โดยสารได้ ส่วนการบินไทยไม่ได้รับผลกระทบในส่วนนี้
ด้านกัปตันโยธิน ภมรมนตรี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายการบิน พีบีแอร์ กล่าวว่า การที่รัฐบาลประกาศนโยบายชัดเจนให้ทุกสายการบินโอนย้ายไปที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะทำให้เกิดความชัดเจนโดยเฉพาะทางผู้ประกอบการจะได้มีทิศทางที่ชัดเจนในการลงทุนได้ ส่วนผู้โดยสารก็ไม่เกิดความสับสน ส่วนพีบีแอร์ไม่ใช่สายการบินต้นทุนต่ำ จึงไม่มีปัญหา
**สุวรรณภูมิรับได้เต็มที่ 50 ล้านคน
นายชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ อธิบดีกรมการขนส่งทางอากาศ กล่าวว่า กรมฯ ได้ออกใบอนุญาตรับรองความพร้อมด้านกายภาพของสุวรรณภูมิแล้ว ส่วนด้านการบริหารจัดการการบินจะต้องดูผลจากการทดสอบทำการบินในเดือนก.ค.นี้ก่อน โดยทั่วไปถือว่าอยู่ในเกณฑ์ของความพร้อม ส่วนการยุบสนามบินดอนเมืองนั้น เพื่อต้องการความชัดเจนและไม่สร้างความสับสนให้กับผู้โดยสาร ส่วนในอนาคตจะกลับมาใช้ดอนเมืองคงต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะสนามบินสุวรรณภูมิแม้จะมีขีดความสามารถรองรับได้ 45 ล้านคน แต่อาจขยายได้ถึง 50 ล้านคนต่อปี เช่นเดียวกับที่สนามบินดอนเมืองรองรับได้ 30 ล้านคนต่อปี แต่รับจริงในปัจจุบัน 38-39 ล้านคนต่อปี
**6 สายการบินพร้อมทดสอบระบบ
นายโชติศักดิ์ อาสภวิริยะ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ทอท.และผู้บริหาร 6 สายการบิน ประกอบด้วย นกแอร์ ไทยแอร์เอเชีย โอเรียนท์ไทย พี.บี.แอร์ บางกอกแอร์เวย์ และบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงถึงรายละเอียดในการร่วมจัดเที่ยวบินพิเศษในประเทศแบบเชิงพาณิชย์ขึ้นลงที่สนามบินสุวรรณภูมิในวันที่ 29 ก.ค.นี้ หลังจากคณะกรรมการบริหารพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) มีมติประกาศเปิดสนามบินเชิงพาณิชย์ในวันที่ 28 ก.ย.49 ซึ่งทุกสายการบินมั่นใจถึงความพร้อมของสนามบินเช่นกัน
นายโชติศักดิ์ กล่าวว่า ทุกสายการบินให้ความร่วมมือในการบินวันที่ 29 ก.ค. ซึ่งทอท.จะไม่มีการคิดค่าธรรมเนียม และค่าบริการสนามบินใดๆ รวมทั้งค่าควบคุมการจราจรทางอากาศของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย (บวท.) ค่าบริการภาคพื้นต่างๆ ค่าบริการด้านน้ำมันของบริษัทบริการเชื้อเพลิงกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ บาฟส์ ค่าวิทยุสื่อสาร (Trunk Radio) ก็จะฟรีทั้งหมด โดยจะมีการบริการทั้งหมดเหมือนปกติ พร้อมทั้งจัดแท็กซี่ที่ได้รับการอบรมไว้บริการ รวมทั้งรถโดยสารขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)จัดรถบริการ 6 สาย จากสุวรรณภูมิไปมีนบุรี ไปแฮปปี้แลนด์ ไปดอนเมือง (ใช้มอเตอร์เวย์) ไปอ่อนนุช ไปสมุทรปราการ และไปดอนเมือง (ใช้ถนนรามอินทรา) รวมทั้งรถเวียนภายในสนามบินด้วย
"ถือเป็นโอกาสให้ผู้โดยสารทุกภาคของไทยมีโอกาสร่วมโดยสารในเที่ยวบินประวัติศาสตร์เป็นกลุ่มแรก ซึ่ง ทอท.จะมอบของชำร่วยและใบประกาศเกียรติคุณแก่สายการบินและผู้โดยสารที่โดยสารด้วย นอกจากนี้ เพื่อตอบแทนสายการบินที่ให้การสนับสนุนในการร่วมโครงการนำร่อง คณะกรรมการ ทอท.เห็นชอบให้สิทธิประโยชน์โดยไม่คิดค่าธรรมเนียมต่างๆ ที่เก็บจากผู้โดยสาร และสายการบินที่จัดเที่ยวบินพิเศษโดยหากมีเที่ยวบินที่สุวรรณภูมิ 1 เที่ยว จะยกเว้นค่าธรรมเนียมขึ้น-ลง สำหรับเที่ยวบินปกติของสายการบินนั้นๆ ที่ดอนเมือง 2 เที่ยวบิน"
ส่วนการบินทดสอบเที่ยวบินระหว่างประเทศ จะมีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการสายการบินอีกครั้ง ในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่าจะมีการเปิดเที่ยวบินขึ้นลงที่สุวรรณภูมิอีก 3-4 ครั้ง ก่อนที่จะมีการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ในวันที่ 28 ก.ย.49 นี้ เพราะเชื่อว่าประชาชนยังมีความต้องการบินในเที่ยวบินพิเศษอีก รวมทั้งต้องหารือกับสมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศหรือ IATA (ไออาต้า)และคณะกรรมการผู้ดำเนินธุรกิจการบิน (AOC) ด้วย นอกจากนี้ในด้านความปลอดภัยได้รับความร่วมมือจากตำรวจและทหารส่งสุนัขตำรวจและสุนัขทหารที่ฝึกด้านยาเสพติดและวัตถุระเบิดมาร่วมทดสอบด้วย ซึ่งระบบสายพานลำเลียงกระเป๋าและเครื่องซีทีเอ็กซ์จะทำงานเต็มรูปแบบ
อย่างไรก็ตามเพื่อสร้างความคุ้นเคยในการใช้สนามบินสุวรรณภูมิ ทอท.จะจัดโปรแกรมทัวร์สนามบิน รวมทั้งทำสารคดีเกี่ยวกับสนามบินเผยแพร่ ก่อนที่จะเปิดบินทดสอบ 29 ก.ค.นี้
นายวสิงห์ กิตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า การบินไทยได้จัดเที่ยวบินเส้นทางภายในประเทศวันที่ 29 ก.ค. รวม 3 เที่ยวบิน สำหรับนกแอร์ มี 2 เที่ยวบินคือ DD 6700 และเที่ยวบิน DD 6701
นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินโอเรียนท์ไทยแอร์ไลน์ กล่าวว่า โอเรียนท์ไทยได้จัดเที่ยวบินพิเศษเที่ยวบิน OX 999 ออกจากดอนเมือง 11.09 น. ถึงสุวรรณภูมิ 11.39 น. และเที่ยวบิน OX 999K ออกจากสุวรรณภูมิ 16.39 น.ถึงดอนเมือง 17.09 น. โดยใช้โบอิ้ง 747 ขนาด 563 ที่นั่ง จำหน่ายบัตรโดยสารในราคา 999 บาทต่อเที่ยวต่อที่นั่ง โดยจะนำรายได้ไม่หักค่าใช้จ่ายขึ้นทูลเกล้าถวายพระบาทมสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ส่วนเที่ยวบินปกติมี 6 เที่ยวบิน
นายทัศพล กล่าวว่า ไทยแอร์เอเชีย มีเที่ยวบิน FD 3361 และเที่ยวบิน FD 3151 ส่วนราคาตั๋วโดยสารยังไม่ได้กำหนด แต่เชื่อว่าจะมีผู้โดยสารให้ความสนใจมาก เพราะถือว่าเป็นผู้ได้ใช้สนามบินก่อนใคร จึงเป็นไปได้ทั้งที่จะกำหนดราคาที่ถูกที่สุดแบบที่ไม่เคยมาก่อน เพราะไม่มีต้นทุนเรื่องค่าใช้จ่ายสนามบินเลย หรืออาจจะกำหนดราคาให้สูงกว่าปกติ และนำรายได้ไปบริจาค เพราะถือเป็นเที่ยวบินพิเศษกว่าปกติก็ได้
ส่วน พีบีแอร์ จัดเครื่องบินแบบ ERJ 145 เจ็ท 50 รวม 2 เที่ยวบิน คือ 9Q 867. และเที่ยวบิน 9Q 878.
**เดินหน้าสุวรรณภูมิมหานคร
น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมครม.เมื่อวานนี้ว่า รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้แจ้งต่อที่ประชุมครม.ว่า ขณะนี้ได้มีการกำหนดแล้วว่าจะมีการเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิในเชิงพาณิชย์ในวันที่ 28 ก.ย.49 ส่วนพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของสนามบินสุวรรณภูมินั้นจะต้องมีการกราบทูลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงทำพิธีเปิดอย่างเป็นทางการต่อไป
อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 29 ก.ค.นี้ จะมีการทดลองให้มีเครื่องบินพาณิชย์ลงใช้พื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิอย่างเต็มระบบ ทั้งมีผู้โดยสารจริง และเครื่องบินจริงลง ซึ่งการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้มีการประสานงานไปยังเครื่องบินหลายสายการบิน ไม่วาจะเป็นการบินไทย บางกอกแอร์เวย์ นกแอร์ แอร์เอเซีย โอเรียลไทย เป็นต้น
สำหรับเรื่องของสุวรรณภูมิมหานคร ทางกระทรวงมหาดไทยได้เสนอต่อครม.ว่า เพื่อให้มีการวางแผนการใช้ประโยชน์ที่ดิน วางแผนเรื่องระบบการจราจรขนส่ง การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้เป็นระบบ รวมทั้งวามาตรการควบคุมความปลอดภัยการบินที่มีประสิทธิภาพ ประกอบกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรอบสนามบินสุวรรณภูมิมีหลายแห่ง และเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก ซึ่งมีข้อจำกัดทางด้านงบประมาณและบุคคลากรไม่สามารถรองรับการพัฒนาดังกล่าวได้ และไม่สามารถที่จะทำให้บริเวณโดยรอบท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นศุนย์กลางการบินตามจุดประสงค์ กระทรวงมหาดไทยจึงเสนอว่า เห็นควรที่จะมีการจัดตั้งสุวรรณภูมิมหานครเป็นนิติบุคคล ที่มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีฐานะเป็นจังหวัด เพื่อบริหารจัดการพื้นที่ในเขตสุวรรณภูมิมหานครต่อไป
ทั้งนี้ ครม.ให้ความเห็นว่า การที่ครม.มีมติเมื่อวันที่ 28 ก.พ.49 กำหนดเป็นแนวทางอันเนื่องมาจากการยุบสภาว่า ถ้าที่จะมีการเสนอร่าง พ.ร.บ.ก็ให้เสนอได้ และอยู่ในขั้นตอนคำแนะนำของ ครม.และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา แต่จะต้องรอครม.ชุดใหม่ ถ้าหากมีความเห็นชอบก็นำเรื่องเข้าสู่สภาต่อไป ซึ่งวันนี้ได้มีการพิจารณาในหลักการเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ซึ่ง ครม.เห็นชอบในหลักการ และให้ส่งคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา หลังจากนั้นให้กลับมาสู่ครม.อีกครั้ง หากให้ความเห็นชอบก็อาจจะต้องครม.ชุดใหม่ที่จะยืนยันว่าจะเห็นชอบต่อเนื่องหรือไม่และนำไปสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรต่อไป
นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า ที่ประชุมครม.ได้มีการหารือกันค่อนข้างยาวถึงหลักการของพ.ร.บ.ในส่วนของรัศมีรอบสนามบิน เนื้อที่ประมาณ 525 ตารางกิโลเมตร ที่จะกำหนดขอบเขตเป็นเมือง โดยชั้นแรกตั้งเป็นจังหวัดก่อน หลังจากนั้นกำหนดให้เป็นท้องถิ่นเพื่อดูแลสาธารณูปโภค สาธารณูปการ เพื่อจัดเก็บภาษีได้เอง มิฉะนั้นเงินต่างๆที่รัฐลงทุนในส่วนของโครงสร้างจะไปอยู่ที่ อบต.ต่างๆ สุดท้ายจะเป็นปัญหา เพราะไม่มีหน่วยงานที่เป็นเอกเทศ ไม่เป็นหน่วยงานเดียวไม่ได้ เพราะพื้นที่คาบเกี่ยวหลายอำเภอ ครม.ไม่ได้มีการพิจารณาอะไรกันมาก เพราะรู้ว่ากฤษฎีกาจะต้องไปปรับปรุงแก้ไขให้เข้ารูปแบบ และรับฟังความเห็นจากหน่วยงานอื่นๆ ก่อน แล้วนำกลับเข้าครม.อีกครั้ง
ต่อข้อถามว่า เดิมทีเคยถูกคัดค้านการยกขึ้นเป็นมหานคร นายวิษณุ กล่าวว่าใช่ ซึ่งกระทรวงมหาดไทยได้รายงานว่า เมื่อได้รับฟังความคิดเห็นแล้วไม่มีปัญหา เมื่อถามอีกว่า หากกฤษฎีกาตีกลับมาว่าไม่เหมาะสมยกเป็นจังหวัด นายวิษณุ กล่าวว่า อย่าเพิ่งตีกลับ ไว้ส่งให้ครม.ดูครั้งต่อไปก่อน ช่วงนี้ก็ต้องปล่อยไปอย่างนี้ก่อน ยังทำอะไรไม่ได้ ที่เสนอมาวันนี้จะเรียกเป็นมหานครก็จริง แต่จริงๆ ก็แค่จังหวัด อีก 4 ปี ถึงเปลี่ยนเป็นท้องถิ่น และมีการเลือกผู้ว่าฯ ซึ่งคงต้องใช้เวลานาน เพราะมี 100 กว่ามาตรา กฤษฎีกาต้องไปตรวจแก้ไขอะไรอีกมาก และนำเสนอกลับมารัฐบาลหน้า แม้รัฐบาลหน้าจะเปลี่ยนก็แล้วแต่ เมื่อมีเวลาช่วงนี้ก็ให้กฤษฎีกาไปดูก่อน เบื้องแรกเป็นจังหวัดก่อนก็จริง แต่รูปแบบจะไม่เหมือนจังหวัดที่เราเคยเห็น โดยนำแบบมาจากญี่ปุ่น มีคณะกรรมการบริหาร 30 คน ที่ผู้ว่าการเป็นคนแต่งตั้ง และขณะเดียวกันเขตประเวศ ลาดกระบัง 2 อำเภอปากน้ำรวมกัน ยกเขตประเวศ ลาดกระบัง ขึ้นเป็นเทศบาลนคร เพราะมันใหญ่พอ แล้วมีการเลือกตั้งนายกฯเทศมนตรี เทศมนตรี และผู้ว่ามหานครดูแล
**อภิรักษ์ค้านฮุบ 2 เขต กทม.
นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่าไม่ควรแยกเขตประเวศและลาดกระบังของกทม.เพื่อไปจัดตั้งเป็นเขตปกครองพิเศษสุวรรณภูมิมหานคร เนื่องจากพื้นที่โดยรอบสนามบินไม่ควรนำมาพัฒนาเป็นเมือง เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รองรับน้ำ เมื่อไปตัดทางระบายน้ำ กทม. ฝั่งตะวันออกจะเกิดน้ำท่วม
นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวจะต้องผ่านสภาฯ อีกครั้งกว่าจะได้ข้อสรุป แต่ในส่วนของกทม.จะทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ในการแสดงความคิดเห็น โดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก ทั้งนี้ตนจะติดตามผลหลังจากที่ได้ประกาศใช้ผังเมืองใหม่เมื่อเดือนพ.ค. ที่ที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง
อย่างไรก็ตาม หากรัฐบาลต้องการสร้างสุวรรณภูมิมหานคร คงต้องหมดงบประมาณมหาศาล แต่หากยังอยู่ในเขตปกครองของกทม.ต่อไป กทม.ก็พร้อมจะพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวตามกรอบที่ได้วางไว้ โดยไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่ได้ผลเท่าเทียมกัน
**เด็กทรท.อ้างธุรกิจไม่มีคำว่าจริยธรรม
นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลศิริรัตน์ อดีต ส.ส.สมุทรปราการ พรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณ๊ที่มีการวิพากวิจารณ์ว่า มีบรรดาแกนนำพรรคไทยรักไทยไปกว้านซื้อที่ดินรอบๆ สถานที่ก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิว่า ไม่ใช่เรื่องผิด เพราะตอนนี้ก็มีทั้งนักลงทุน และนักธุรกิจไปซื้อที่ดินแถวนั้น ไม่รู้ว่าเป็นใครบ้าง มันเป็นเรื่องของการชิงไหวชิงพริบกันทางธุรกิจ เป็นเรื่องปกติของธุรกิจ คนที่มีวิสัยทัศน์ย่อมได้เปรียบ คนที่รู้ก่อนแล้วหาซื้อที่ดินได้มันไม่ใช่ความผิด เพราะมันเป็นเรื่องของธุรกิจ จะไปว่ากันไม่ได้
"เหมือนตอนที่ท่านนายกฯ ทักษิณ ถูกกล่าวหาว่าขายหุ้นแล้วไม่เสียภาษี ก็จะให้เสียภาษีได้ยังไงก็กฎหมายบอกว่า ไม่ให้เสีย นี่ก็เหมือนกัน เจ้าของที่ดินสมัยนี้ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลเหมือนสมัยก่อน ไม่ใช่ว่ามีเงินแล้วจะไปเอาปืนมาจี้ให้ขายที่ดินให้ไม่ได้ ถ้าเจ้าของที่ดินไม่ยอมขาย มันจะมีการซื้อขายได้อย่างไร มันต้องเป็นความเต็มใจของทั้งสองฝ่าย คนซื้อต้องเต็มใจซื้อ คนขายต้องเต็มใจขายเมื่อคุณขายไปแล้วจะมาร้องทีหลังว่า ไม่น่าขายไปเลยไม่ได้ ผมขอถามหน่อย ถ้าคุณมีเงินหมื่นล้าน จะเอาไปซื้อที่ดินแถวจังหวัดอุดรธานีหรือที่หนองงูเห่า ธุรกิจมันเป็นเรื่องของคนที่มองการไกล" อดีต ส.ส.ไทยรักไทยกล่าว
**ภาคอสังหาไม่มั่นใจรัฐหวั่นสร้างภาพ
นายอธิป พีชานนท์ กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เรื่องสุวรรณภูมิมหานคร ยังต้องเสนอต่อสภาอีกครั้ง นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับรัฐบาลหลังการเลือกตั้งด้วยว่า จะคงนโยบายเดิมหรือไม่ หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงก็จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้
ส่วนการแยกการปกครองออกเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นแบบพิเศษ เช่นเดียวกับกรุงเทพฯ นั้นจะมีทั้งข้อดีและข้อเสีย ซึ่งข้อดีคือ การบริหารจัดการ ควบคุมการเจริญเติบโตของเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็วกว่าการต้องแยกออกเป็นสองจังหวัด ส่วนข้อเสียคือ ความเข้มงวดในการบริหารจัดการ การกำหนดผังเมือง ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์พัฒนาโครงการต่างๆได้ยากขึ้น
ปัจจุบันศุภาลัยมีโครงการที่อยู่ย่านสนามบินสุวรรณภูมิ 3 โครงการ และเตรียมเปิดใหม่ภายในปีนี้อีก 2 โครงการ มูลค่าโครงการรวมทั้งหมดประมาณ 10,000 ล้านบาท
"เชื่อว่าการที่รัฐบาลออกมาอนุมัติสุวรรณภูมิมหานครจะช่วยให้เกิดความตื่นตัวของนักลงทุนมากขึ้น จากที่ตอนนี้ตลาดอยู่ในภาวะทรงตัว แต่ก็ขอให้จริงก็แล้วกัน ไม่ใช่ถึงเวลากระตุ้นก็ออกมาเสนอโครงการ แต่พอเอาเข้าจริงๆ ก็ไม่มีความชัดเจนหรือเลื่อนไปเรื่อยเหมือนกับโครงการเมกะโปรเจกต์ ที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าจะเกิดสายไหนกันแน่ และนักลงทุนเองถ้าหลอกก็หลอกได้แค่ครั้งเดียวเพราะเค้าจะขาดความเชื่อมั่นในที่สุด" นายอธิป กล่าว
**ชี้ถนนหลายสายรอการพัฒนา
นายธำรง ปัญญาสกุลวงศ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัท นิรันดร์เรสซิเด้นท์ กล่าวถึงการพัฒนาที่ดินในย่านนี้ว่า รัฐบาลจะต้องกำหนดผังเมืองหรือการพัฒนาอย่างชัดเจน เพราะก่อนหน้านี้มีโรงงานเกิดขึ้นจำนวนมาก ซึ่งหากมีการกำหนดใช้ผังเมืองที่ชัดเจนก็จะทำให้เกิดการควบคุมให้เมืองพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น และที่ผ่านมารัฐได้ออกข้อกำหนดการพัฒนาพื้นที่โดยรอบเส้นทางที่จะเข้าไปสู่สนามบินในบางส่วนบ้างแล้ว
นอกจากนี้ยังต้องมีการพัฒนาในระบบสาธารณูปโภคอีกจำนวนมาก ซึ้งยังมีหลายเส้นทาง ถนนหลายสายที่การคมนาคมไม่สะดวกและรอการพัฒนา ซึ่งในโชนตะวันออกนี้ยังมีพื้นที่ว่างอีกจำนวนมาก แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีนักลงทุนเข้าไปกว้านซื้อที่ดินจำนวนมากก็ตาม แต่พัฒนาไปเพียงบางส่วนเท่านั้น ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงและขยายถนนใหม่เส้นทางอ่อนนุช-วัดศรีวารีน้อย ซึ่งสามารถเชื่อมต่อไปยังสนามบินได้ เป็นระยะทางกว่า 13 กิโลเมตร และที่ผ่านมาได้มีผู้ประกอบการเข้าไปพัฒนาที่อยู่อาศัยจำนวนหลายโครงการและเชื่อว่าหากมีการขยายถนนหรือระบบสาธารณูปโภคเพิ่มขึ้นก็จะทำให้เกิดการพัฒนาอสังหาฯตามไปด้วย ทั้งนี้ในโซนตะวันออกนี้เชื่อว่าจะไม่โตเช่นเดียวกับย่านรังสิตที่มีนักพัฒนาเข้าไปจำนวนมาก เนื่องจากเป็นจุดที่จะเชื่อมต่อไปอีกหลายจังหวัด แต่ในโซนตะวันออกนี้จะเป็นจุดเชื่อต่อเฉพาะภาคตะวันออกที่มีเพียงไม่กี่จังหวัดเท่านั้น
นายอภิสิทธ์ งามอัจฉริยะกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทเคซี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน)กล่าวว่า การที่รัฐบาลแสดงความชัดเจนของสุวรรณภูมิมหานคร ถือว่าเป็นข่าวดีของอสังหาฯ ในย่านนั้น แต่จะต้องไปดูในเรื่องของรายละเอียดของเมืองใหม่ว่าจะเป็นเช่นไร โดยเฉพาะข้อกำหนดผังเมือง เพราะที่ผ่านมากทม.ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อสนามบินเท่าใดนัก โดยสีผังเมืองไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงเท่าใดนัก อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ว่าจ้างให้เอกชนทำผังเมืองใหม่ซึ่งได้กล่าวถึงขีดความสามารถในการแข่งขันด้วย ดังนั้นรัฐบาลควรให้ความสำคัญในเรื่องนี้ด้วย
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|