|

'Missha' จับกระแสนิยมเกาหลีรุกธุรกิจแฟรนไชส์เครื่องสำอาง
ผู้จัดการรายสัปดาห์(12 มิถุนายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
มิชชา เครื่องสำอางน้องใหม่ในไทย แต่เติบโตมานานในเกาหลี และอีก 10 กว่าประเทศทั่วโลก พร้อมบุกไทย หลังจากเห็นว่าสินค้าแบรนด์มิชชาราคาไม่แพง-คุณภาพดี เหมาะกับคนไทย พร้อมจับกระแสนิยมสินค้าเกาหลีมาแรงหวังช่วยดันสินค้ารุ่ง วางกลุ่มเป้าหมายเป็นคนทุกระดับ ครอบคลุมตั้งแต่ 14-50 ปี คาดปีนี้เตรียมขยายสาขาของบริษัทเพิ่มเป็น 30 สาขา ส่วนแฟรนไชส์ 5 สาขา ตั้งเป้าอีก 2 ปีข้างหน้าเตรียมผลิตแพคเกจจิ้งเอง และเตรียมผลิตสินค้าเองในไทย ส่วนการขยายสาขาต่างจังหวัดยังไม่มีในปีนี้ขอทำสาขาในกรุงเทพฯ ให้ดีก่อน
คิม อิน โยบ CEO บริษัท แม็กซ์ แอนด์ ไมตี้ (ประเทศไทย) ผู้จำหน่ายเครื่องสำอางจากเกาหลียี่ห้อ "มิชชา" กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการเปิดธุรกิจมิชชาเกิดจากการที่ตนเองทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกสินค้าอยู่ในประเทศไทยมานานเป็นเวลากว่า 10 ปี และเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาตนได้เห็นว่าสินค้าแบรนด์มิชชาซึ่งเป็นสินค้าจากประเทศเกาหลีนั้นเป็นสินค้าที่เหมาะกับผู้บริโภคคนไทย เนื่องจากมิชชาเป็นสินค้าที่มีคุณภาพดี และราคาไม่แพง
นอกจากนี้ สินค้าแบรนด์มิชชายังมีความโด่งดังไปทั่วโลก โดยมีสาขาจำหน่ายทั่วโลกถึง 86 สาขาใน 10 กว่าประเทศ อย่างประเทศออสเตรเลีย ฮ่องกง สิงคโปร์ อเมริกา ญี่ปุ่น และจีน ประกอบกับตลาดไทยในขณะนี้ยังนิยมสินค้าเกาหลีด้วย จึงได้ไปติดต่อของเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ซึ่งตนได้สิทธิในการเป็นมาสเตอร์แฟรนไชส์ถึง 10 ปี
โดยในช่วงแรกได้นำสินค้าแบรนด์มิชชาเข้ามาทดลองตลาด ด้วยวิธีการแจกสินค้าตัวอย่างให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และแม่บ้าน เป็นเวลา 3 เดือนเต็มๆ ซึ่งได้รับผลการตอบรับเป็นอย่างดี หลังจากนั้นจึงได้เปิดชอป 3 แห่ง โดยชอปแรกเปิดที่สีลมเพื่อรองรับตลาดคนทำงาน นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการไปทดลองตลาดนอกเมืองอย่างซีคอนสแควร์หวังจับกลุ่มเป้าหมายนักศึกษา และคนระดับกลาง และต่อมาได้เปิดสาขาที่รัชดาภิเษกจับกลุ่มเป้าหมายคนทำงานแถวนั้น ทั้ง 3 ชอปทำให้บริษัทเห็นว่ากลุ่มเป้าหมายทุกระดับได้ให้การตอบรับสินค้าเป็นอย่างดี ทั้งนี้ แต่ละสาขาสามารถจำหน่ายได้วันละ 30,000-40,000 บาท หลังจากนั้นจึงขยายสาขาไปที่อื่น
สำหรับสินค้าแบรนด์มิชชานั้นมีทั้งหมด 14 ไลน์ และสามารถครอบคลุมการใช้ได้ตั้งแต่ผู้บริโภคอายุ 14-50 ปี และสินค้าแบรนด์มิชชาถือเป็นสินค้าที่มีผลิตภัณฑ์ตั้งแต่หัวจรดเท้าและในอนาคตจะมีการออกสินค้าให้ครอบคลุมทุกอย่างเพื่อให้ชอปมิชชาเป็นวันสตอปเซอร์วิสสำหรับลูกค้า นอกจากนี้ แต่ละเดือนมิชชาจะมีสินค้าใหม่ๆ ออกสู่ตลาดอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบันสินค้าแบรนด์มิชชามีทั้งหมด 1,000 SKU โดยจุดเด่นของสินค้าแบรนด์มิชชานั้นเป็นสินค้าที่เน้นคุณภาพ และพร้อมที่จะรับฟังความต้องการของลูกค้าเป็นสำคัญ
ส่วนการขยายรูปแบบการลงทุนแบบแฟรนไชส์นั้น บริษัทคิดที่จะทำมาตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่นำสินค้าเข้ามาจำหน่าย แต่ขณะนั้นยังไม่สามารถทำได้เนื่องจากหากจะทำในรูปแบบแฟรนไชส์ต้องคิดถึงวิธีการควบคุมแฟรนไชซี และการส่งสินค้าให้กับแฟรนไชซี ฯลฯ บริษัทจึงชะลอตัวไว้ก่อน อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีผู้ที่สนใจติดต่อเพื่อของเป็นแฟรนไชซี 200 กว่ารายมีทั้งผู้ประกอบการคนไทย เกาหลี และญี่ปุ่น ซึ่งผู้ที่สนใจติดต่อเข้ามาส่วนใหญ่เป็นผู้ที่เคยเห็นสินค้ามิชชาที่เกาหลี และฮ่องกง ฯลฯ แต่ที่ผ่านมาบริษัทเลือกเพียง 2 เจ้าให้เป็นแฟรนไชส์ ซึ่งขณะนี้มีการเปิดสาขาไปแล้ว 1 สาขาที่ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต และอีกหนึ่งสาขายังไม่ได้เปิดดำเนินการเนื่องจากกำลังดูพื้นที่อยู่
ปัจจุบันมิชชามีสาขาทั้งหมด 8 สาขา และคาดว่าในปีนี้จะขยายสาขาของบริษัทเพิ่มเป็น 30 สาขา ส่วนสาขาแฟรนไชส์คาดว่าจะมีการขยายสาขาประมาณ 5 สาขา ปัจจุบันมิชชาในไทยมีสมาชิกถึง 3,000 กว่าราย ส่วนในเกาหลีมีสมาชิกประมาณ 3 ล้านกว่าคน เนื่องจากผู้ที่เป็นสมาชิกจะได้รับประโยชน์มากมาย นอกจากนี้ ยังได้รับส่วนลด รวมทั้งสินค้าทดลองไปจำหน่าย สำหรับราคาในการจำหน่ายสินค้ามิชชาอยู่ที่ 80-800 กว่าบาท
สำหรับตลาดเครื่องสำอางในไทยนั้นตนมองว่าตลาดเครื่องสำอางในไทยนั้นมีสินค้าแบรนด์จากทั่วโลกเข้ามาแข่งขันกันอยู่มากมาย และมีการเติบโตที่รวดเร็ว คาดว่าแต่ละปีตลาดเครื่องสำอางในไทยมีการเติบโตประมาณ 20% แต่การเติบโตของตลาดเครื่องสำอางไทยก็ยังไม่เท่ากับตลาดในประเทศเกาหลีเนื่องจากคนไทยยังมีการใช้ที่น้อยอยู่ แต่ตนเชื่อว่าต่อไปตลาดเครื่องสำอางไทยจะมีการเติบโตขึ้นกว่าเดิมอย่างแน่นอน
ด้านการแข่งขันของธุรกิจเครื่องสำอางในไทยนั้นถือว่ามีการแข่งขันสูง โดยแบ่งเป็น 2 ตลาด คือการแข่งขันกันเรื่องคุณภาพจะเป็นการแข่งขันกับตลาดแบรนด์ดัง และการแข่งขันเรื่องราคาจะแข่งขันกับสินค้าราคาถูก แต่สินค้าแบรนด์มิชชาจับกลุ่มเป้าหมายทุกระดับ และยังเป็นสินค้าทีมีคุณภาพในราคาที่ไม่สูงทำให้สามารถแข่งขันได้ทุกตลาด
นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการพัฒนาคุณภาพของพนักงานที่ให้บริการเป็นพิเศษด้วยการเชิญเมคอัพอาร์ตทิสต์จากเกาหลี ญี่ปุ่น และไทย มาให้คำแนะนำในเรื่องเทรนด์การแต่งหน้าให้กับพนักงานของบริษัท เพื่อให้พนักงานนำสิ่งเหล่านี้ไปแนะนำให้กับลูกค้า ซึ่งการเทรนนิ่งตรงนี้จะเป็นการให้บริการฟรีกับลูกค้า และทุกสาขาของมิชชาจะต้องมีผู้ให้บริการที่ปรึกษาความงามประจำอยู่ เพื่อให้ลูกค้าประทับใจและต้องการเป็นลูกค้าของบริษัทอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ บริษัทจะเน้นการทำตลาดด้วยการแจกสินค้าตัวอย่าง และของแถมอย่างเพื่อให้ลูกค้าเกิดการทดลองใช้ เมื่อประทับใจก็จะกลับมาซื้อใหม่อีก ซึ่งตรงนี้ก็เป็นนโยบายสำคัญของบริษัทแม่ที่เกาหลีด้วย
สำหรับแผนการในอนาคตของบริษัทนั้นคิดว่าภายใน 2 ปีอาจจะผลิตแพคเกจจิ้งในไทยเอง หลังจากนั้นจะขยายการผลิตสินค้าในเมืองไทยโดยจะดูเทรนสินค้าจากประเทศเกาหลีเป็นหลักแต่ต้องมีปรับปรุงสินค้าให้เหมาะสมกับคนไทย ด้านการขยายสาขาไปต่างจังหวัดนั้น มีแผนจะไปขยายสาขาต่างจังหวัดในปี 2550 โดยจะเป็นลักษณะของการเป็นตัวแทนจำหน่ายประจำภูมิภาค
'มิชชา' แฟรนไชส์สัญชาติเกาหลี
1.ค่าแฟรนไชซี 500,000 บาท
2.อายุสัญญา 2 ปี
3.ค่าตกแต่งต่อตารางเมตร 15,000-20,000 บาท
4.ต้องมีการสต๊อกสินค้าครั้งแรกประมาณ 2-4 ล้านบาท
5.พื้นที่ในการเปิดจะใช้พื้นที่ 50 ตารางเมตรขึ้นไป
6.โลเกชั่นย่านชุมชนหรือชอปปิ้งมอลล์ต่างๆได้
7.แฟรนไชซีจะหาพื้นเองหรือให้บริษัทหาพื้นที่ให้ก็ได้
8.แฟรนไชซีควรเข้าใจตลาดธุรกิจเครื่องสำอางและเรื่องของการทำธุรกิจด้วย
9.หนึ่งชอปจะต้องมีพนักงาน 2-4 คน
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|