|

"ซับแบรนด์" กลยุทธ์สร้างตลาด"โตชิบา" มั่นใจขึ้นแป้นเบอร์สาม
ผู้จัดการรายสัปดาห์(12 มิถุนายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
โตชิบา ปรับกลยุทธ์รุกตลาดโน้ตบุ๊ก ชู "ซับแบรนด์" สร้างส่วนแบ่งตลาด มั่นใจปีนี้สร้างส่วนแบ่งตลาดแตะ 10% ขึ้นขั้นเบอร์สองรองจากเอเซอร์ เอชพี หลังจากหลุดเป้าปีที่แล้ว หลังจากปรับสเปกไม่ทันตลาด
"ปีนี้เราต้องการส่วนแบ่งตลาดโน้ตบุ๊กประมาณ 10% หรือเป็นอันดับ 3 รองจากเอเซอร์และเอชพี ขณะที่ในปีที่แล้ว โตชิบามีส่วนแบ่งอยู่แค่ 7% ซึ่งเชื่อว่าจะแซงหน้าไอบีเอ็ม เลอโนโวขึ้นมา" ถกล นิยมไทย ผู้จัดการประจำประเทศไทย บริษัท โตชิบา ไทยแลนด์ จำกัดบอกถึงเป้าหมายที่ต้องการผลักดันชื่อโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ของโตชิบาให้กลับมาโดดเด่นในตลาดเมืองไทยอีกครั้งหลังจากที่เคยขึ้นแป้นเบอร์หนึ่งในตลาดเมื่อหลายปีที่แล้ว
ถกลย้อนกิจกรรมการตลาดในปีที่ผ่านของโตชิบาให้ฟังว่า ปีที่ผ่านมา ยอดขายของโตชิบาตกลงไปบ้าง เนื่องจากโตชิบาไม่สามารถส่งโน้ตบุ๊กที่มีสเปกทันต่อความต้องการของตลาดได้ทัน แม้ว่าจะมาเร่งทำตลาดในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีที่แล้ว ที่ทำให้โตชิบาสามารถมีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 7% ของตลาดรวม แต่ในช่วงไตรมาสแรกปีนี้ โตชิบาสามารถทำยอดขายแซงหน้าเบอร์สาม แต่ก็ยังเป็นรองเบอร์หนึ่งเอเซอร์ และเบอร์สอง เอชพี
ส่วนในปีนี้ โตชิบาได้ปรับกลยุทธ์ในการบุกตลาดปีนี้ใหม่ โดยกถลได้อธิบายถึงกลยุทธ์ที่เปลี่ยนแปลงนี้ให้ฟังว่า กลยุทธ์ปีนี้ โตชิบาจะเน้นรักษาส่วนแบ่งตลาดด้วยการเพิ่มสินค้า โดยเฉพาะการเน้นไปที่ซับแบรด์ของโน้ตบุ๊กแต่ละตระกูล
"ปีนี้เราจะหันมาใช้การโปรโมท "ซับแบรนด์" ให้มากขึ้นแทนที่จะเน้นแบรนด์ "โตชิบา" อย่างเดียว ซึ่งตลาดมีการรับรู้ในแบรนด์ของการเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านเป็นหลัก"
ซับแบรนด์ของโตชิบานั้นได้แบ่งออกเป็น 4 ซับแบรนด์โดยแต่ละซับแบรนด์ก็มีการออกแบบมาให้เหมาะกับกลุ่มผู้ใช้ที่แตกต่างกันไป โดยประกอบไปด้วย "โปรทิเจ" เป็นโน้ตบุ๊กและแทบเล็ตพีซีที่เน้นการดีไซน์และมีน้ำหนักต่ำกว่า 2 กิโลกรัม ตอบสนองความต้องการสำหรับผู้บริหาร อาทิ รุ่นเอ็ม400 ที่เป็นแทบเล็ตพีซีมาพร้อมกับดีวีดี ซูเปอร์ในตัวและรุ่น เอ็ม 500 ที่มีน้ำหนักเพียง 1.8 กิโลกรัม มีกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้บริหารที่ต้องใช้งานคอมพิวเตอร์ตามสถานที่ต่างๆ และมีความต้องการขีดความสามารถทางด้านโมบิลิตี้
"แซทเทลไลท" ซับแบรนด์ที่ออกแบบมาเพื่อตอบสนองผู้ใช้คอนซูเมอร์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในครอบครัวหรือนักเรียนนักศึกษา มีตั้งแต่รุ่นเอ็ม 100 จอไวด์สกรีนขนาด 14.1 นิ้ว รุ่น เอ100 ที่ออกแบบมาสำหรับงานกราฟิกและรุ่นแอล100 เป็นรุ่นที่มีราคาต่ำกว่า 4 หมื่นบาท
ส่วน "คอสมิโอ" เป็นเอวีโน้ตบุ๊กที่มีความสามารถเป็นทั้งคอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ เล่นเพลงดิจิตอล และบันทึกดีวีดีได้ ซึ่งเป็นอีกซับแบรนด์ที่มีเป้าหมายเน้นไปที่กลุ่มผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการฟีเจอร์ทางด้านมัลติมีเดีย
"ผมมองว่าต่อไปอีก 3 ปีข้างหน้าเอวีโน้ตบุ๊กจะมีสัดส่วน40-50% ของตลาดโน้ตบุ๊ก"
"เทคร่า" เป็นซับแบรนด์ที่โตชิบาออกแบบโน้ตบุ๊กมาเพื่อใช้ในองค์กร จึงได้นำเทคโนโลยี "อีซี่ การ์ด" รวมถึงคุณสมบัติกันน้ำหกใส่หรือ Spill Resistant การตกกระแทกหรือ Shock Protection หรือระบบรักษาความปลอดภัยด้วยการสแกนลายนิ้วมือหรือ Fingerprint ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใส่มาเฉพาะในโน้ตบุ๊กซับแบรนด์นี้โดยเฉพาะ แถมยังมีรับประกันแบบอินเตอร์เนชั่นแนลให้ถึง 3 ปี ทั้งค่าแรกและอะไหล่
"ตอนนี้เรามีโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ที่ทำตลาดอยู่ทั้งหมดประมาณ 11 รุ่นคาดว่าปีนี้จะมี 16 รุ่นด้วย โดยที่คอสมิโอกับโปรทิเจจับกลุ่มลูกค้าตอนซูเมอร์เป็นหลัก ส่วนเทคราจับกลุ่มลูกค้าองค์กร ส่วนแซทเทลไลท์จับกลุ่มแมส"
ถกล นิยมไทยยังบอกถึงตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ในปีนี้ว่า ตลาดโน้ตบุ๊กคอมพิวเตอร์ในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตทีสูงมาก ปีนี้คาดการณ์ยอดขายโน้ตบุ๊กอยู่ที่ 3.9 แสนเครื่อง โตขึ้นจากปีก่อนที่มียอดขาย 3.4 แสนเครื่อง
นอกจากการปรับกลยุทธ์ทางด้านแบรนด์มาเน้นซับแบรนด์แล้ว ถกลยังได้ทำการปรับช่องทางจัดจำหน่ายเพิ่ม โดยเฉพาะโตชิบาช้อปที่ปีนี้จะเพิ่มอีก 8 ช้อปจากเดิมที่มีอยู่แล้ว 4 ช้อป ปีนี้เป็นปีที่โตชิบาจะบุกตลาดไอทีอย่างเต็มที่
"โตชิบาจะใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท สำหรับทำตลาดสินค้าไอที โดยจะเน้นไปที่โน้ตบุ๊กเป็นหลัก รองลงมาเป็นมือถือ โดยคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ไม่ต่ำกว่า 1.5 พันล้านบาท คิดเป็น 30% ของรายได้รวมทั้งกลุ่มที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4 พันล้านบาทในปีนี้"
นอกจากนี้ โตชิบายังเปิดตัวโน้ตบุ๊กรุ่นบอลโลก สำหรับ แซทเทลไลท์ เอ100 ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อเฉลิมฉลองฟุตบอลโลก ด้วยรูปทรงโฉบเฉี่ยวหนัก 2.72 กิโลกรัม ฝาเปิดปิดเครื่องทำเป็นสีทองอร่ามมีรูปถ้วยบอลโลกปรากฏอยู่ตรงกลาง แถมด้วยวอลเปเปอร์และสกรีนเซฟเวอร์เป็นรูปเกี่ยวกับฟุตบอลโลก โดยโตชิบาไทยแลนด์ได้โควตาเครื่องรุ่นพิเศษนี้ 50 เครื่อง ในราคาขายประมาณ 5 หมื่นเศษ ซึ่งจะเปิดให้จองในงานคอมมาร์ตที่จะถึงนี้
สำหรับโทรศัพท์มือถือนั้น โตชิบาอยู่ระหว่างการวางโพสิชันของตัวเองว่าจะมีเป้าหมายอย่างไรในตลาดมือถือ เนื่องจากโตชิบาจะมีสินค้าจำนวนมากถึง 40 กว่ารุ่นสำหรับโทรศัพท์มือถือ 3G ซึ่งทำให้ในปัจจุบันโตชิบายังไม่มีสินค้าหลากหลายพอสำหรับตลาดในประเทศไทย
อย่างไรก็ตามเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี โตชิบาเปิดตัวมือถือรุ่น TS-30 ซึ่งขายในราคา 8,900 บาท โดยที่โตชิบาจะนำเงินที่ได้จากการขายมือถือเครื่องละ 1 พันบาทสมทบทุนมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่ง TS-30 มีความโดดเด่นที่มีการอัญเชิญตราสัญลักษณ์ฉลองสิริราชสมบัติ ปรากฏตอนเปิดเครื่อง และภาพพื้นหลังเป็นข้อความ "เรารักพระเจ้าอยู่หัว"
สำหรับโปรเจกเตอร์นั้น โตชิบาเปิดตัวรุ่น ทีดีพี-เอฟเอฟ1เอ ซึ่งเป็นโปรเจกเตอร์ที่ใช้เทคโนโลยีหลอดภาพแบบแอลซีดีสามารถใช้งานได้ถึง 1 หมื่นชม.พร้อมแบตเตอรี่ในตัวใช้งานได้นาน 2 ชั่วโมงโดยไม่ต้องต่อสายไฟ น้ำหนักเพียง 0.5 กิโลกรัม รวมทั้งโตชิบายังมีเทคโนโลยีเครื่องฉายภาพโปรเจกเตอร์ที่รองรับไม่ว่าจะเป็นแอลซีดี ดีแอลพีและแอลซีดี
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|