|

ทหารไทยเลื่อนออก"ไฮบริดบอนด์"เจอพิษดอกเบี้ยขาขึ้น-การเมืองระส่ำ
ผู้จัดการรายวัน(2 มิถุนายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
จากภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น สถานการณ์ทางการเมืองที่ยังไม่นิ่ง และแนวโน้มเศรษฐกิจที่ชะลอตัว เริ่มทำให้หลายแบงก์ชะลอแผนการระดมทุนออกไป ล่าสุดแบงก์ทหารไทยต้องเลื่อนการออกไฮบริดจ์ บอนด์จำนวน 200 ล้านเหรียญ เพื่อเพิ่มเงินกองทุนขั้นที่ 1 ออกไปก่อน เพื่อรอดูสถานการณ์ทางการเมือง ขณะที่อัตราการขยายตัวของสินเชื่อยังทรงตัวเท่ากับไตรมาสแรก แต่ยังสามารถเพิ่มสเปรดไว้ที่ระดับ 2.39%
นายธเนศ ภู่ตระกูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการออกตราสารกึ่งหนี้กึ่งทุน(ไฮบริดจ์ บอนด์)ของธนาคารว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถกำหนดราคาและวันจำหน่ายได้ เพราะต้องรอดูปัจจัยหลายๆอย่าง ทั้งสถานการณ์ทางการเมือง ภาวะตลาดหุ้น รวมถึงความจำเป็นของธนาคารด้วย ซึ่งปัจจุบันธนาคารยังไม่มีความจำเป็นในการระดมทุนหากเทียบกับช่วงปี 2548 ที่ผ่านมา ที่ธนาคารควบรวมกิจการ เพื่อเพิ่มเงินกองทุนให้ได้เกณฑ์ที่ธปท.กำหนด
ก่อนหน้านี้ ธนาคารมีแผนที่จะออกไฮบริดจ์ บอนด์จำนวน 200 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 8 ,000 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขั้นที่ 1 ให้เพิ่มขึ้นจาก 6.5% เป็น 7.5 % และหากการออกหุ้นเพิ่มทุนที่ขออนุมัติไว้สำเร็จสิ้น ก็จะทำให้เงินกองทุนขั้นที่ 1 เป็น 8.5% ตามเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย( ธปท.) กำหนดไว้ และจะทำให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงขั้นที่ 1 และขั้นที่ 2 เป็น 12 % ทั้งนี้ ในส่วนของผลตอบแทนผู้ถือหุ้น(ROE)ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมาอยู่ที่ 16-17% ซึ่งหากมีการนำเงินจากไฮบริดจ์ บอนด์ไปขยายธุรกิจส่งผลต่อกำไรการดำเนินงานก็จะทำให้ ROE เพิ่มขึ้นได้
ทั้งนี้ การออกหุ้นเพิ่มทุนครั้งนี้จะต้องออกภายใน 6 เดือนหลังจากที่ขออนุมัติที่ประชุมผู้ถือหุ้นไว้เมื่อวันที่ 27 เม.ย.ที่ผ่านมา แต่ถ้าหากธนาคารไม่สามารถออกได้ตามระยะเวลาที่กำหนดภายในคือ ภายเดือนต.ค.นี้ ก็จะสามารถขอมติที่ประชุมผู้ถือหุ้นอีกครั้ง
ด้านการปล่อยสินเชื่อในไตรมาสที่ 2 อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าเป้า ซึ่งธนาคารได้พิจารณาทบทวนในทุกไตรมาส อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเรื่องปกติที่สินเชื่อในไตรมาสที่ 1 และ 2 จะมีอัตราการเติบโตน้อยกว่าไตรมาสที่ 3 และ 4 แต่ก็ถือว่าภาพรวมแล้วยังดีกว่าช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา แต่กำไรของธนาคารปีนี้ ยังมาจากการปล่อยสินเชื่อปกติและการทำธุรกิจ เพราะปีนี้ธนาคารมีรายได้พิเศษน้อยมาก อีกทั้งในไตรมาสที่ 2 ธนาคารไม่มีนโยบายในการจำหน่ายหุ้นที่ถืออยู่ในธุรกิจที่ไม่ใช่ธุรกิจหลักออกไปด้วย
สำหรับส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ย (สเปรด) ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา ธนาคารสามารถเพิ่มสเปรดขึ้นได้เนื่องจากธนาคารมีนโยบายลดต้นทุนการดำเนินงาน และในการปรับอัตราดอกเบี้ยแต่ละครั้งที่ผ่านมาธนาคารจะมีการปรับดอกเบี้ยทั้งด้านเงินกู้และเงินฝากควบคู่กันมาตลอด ส่งผลให้สเปรดในไตรมาสแรกนี้อยู่ที่ 2.39 % โดยคาดว่าทั้งปี 2549 นี้ธนาคารจะเพิ่มขึ้นเป็น 2.5%
อนึ่ง ก่อนหน้านี้ ธนาคารกรุงไทยได้เลื่อนแผนที่จะออกไฮบริดจ์ บอนด์จำนวน 200-300 ล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากรอดูแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยซึ่งอยู่ในขาขึ้น การขยายงานยังไม่สามารถทำได้มากนักในช่วงเศรษฐกิจชะลอ ดังนั้น หากมีการออกไฮบริดจ์ บอนด์ออกมาก็จะทำให้ต้นทุนของธนาคารสูงขึ้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|