|

แบงก์ลังเลขยับขึ้นดอกเบี้ยตามรัฐคาดสินเชื่อบ้านกระเตื้องครึ่งปีหลัง
ผู้จัดการรายวัน(29 พฤษภาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
แบงก์กสิกรฯเผยแบงก์พาณิชย์อาจตรึงดอกเบี้ยตามแบงก์รัฐ จากสภาพคล่องในระบบที่ยังมีอยู่กว่า 600,000 ล้าน คาดว่าอัตราดอกเบี้ยจะปรับอีกไม่เกิน 0.50% หลังจากนี้ไป มั่นใจยอดสินเชื่อบ้านครึ่งปีหลังจะสูงกว่าครึ่งปีแรก หลังดอกเบี้ยอาร์พีเริ่มคงที่ในช่วงเดือนมิ.ย.-ก.ค. รับการอนุมัติสินเชื่อช่วงที่ผ่านมามีลูกค้าผ่านเกณฑ์น้อยลง จากผลกระทบดอกเบี้ยขาขึ้น
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส ฝ่ายสินเชื่อผู้บริโภค ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ในทางปฏิบัตินั้นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยต่อจากนี้ไปจะสูงขึ้นเล็กน้อย เนื่องจาก ทิศทางอัตราดอกเบี้ยธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) และอัตราดอกเบี้ยตลาดซื้อคืนพัธบัตรระยะ 14 วัน (อาร์พี)ของไทย และยังมีปัญหาที่นโยบายของทางกระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)ที่มองต่างมุมกัน ทั้งนี้แม้ว่าจะไม่มีการแทรกแซงใดๆ ก็เชื่อว่าน่าจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยอีกไม่เกิน 0.50% นับตั้งแต่วันนี้จนถึงเดือนก.ย. ที่สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐทั้ง 4 แห่งคือธนาคารออมสิน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) ตรึงอัตราดอกเบี้ย
ทั้งนี้ การตรึงอัตราดอกเบี้ยนั้นถือเป็นการชะลอให้การขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นช้าลง สำหรับธนาคารพาณิชย์เอง ขณะนี้ยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากสภาพคล่องยังมีอยู่กว่า 600,000 ล้านบาท ซึ่งเมื่อไม่มีความจำเป็นในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยธนาคารพาณิชย์ก็อาจจะตรึงอัตราดอกเบี้ยตามธนาคารของรัฐ
อย่างไรก็ตาม สภาพการแข่งขันในช่วงครึ่งปีหลังนี้ เมื่อพิจารณาจากในไตรมาสที่ 1 ที่ผ่านมาที่อัตราการเติบโตของสินเชื่อบ้านหดตัวลงพอสมควร 10-20% ซึ่งถือว่าค่อนข้างแรง โดยต่อจากนี้ไปจนถึงสิ้นปี เชื่อว่าการแข่งขันนั้นจะมีความรุนแรงขึ้นเนื่องจากขนาดตลาดยังคงระดับเดิมขณะที่สัดส่วนผู้แข่งขันมีมากขึ้น
นายชาติชายกล่าวว่า ที่ผ่านมาอัตราการเติบโตของสินเชื่อบ้านนั้นหดตัวลงอย่างเห็นได้ชัด รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ต่างๆที่ออกมาพูดในแง่ของอัตราดอกเบี้ยที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ประชาชนเกิดความไม่มั่นใจสอดรับกับกระทรวงการคลังที่ออกมาประกาศไม่ต้องการให้มีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อพยุงตลาด ทั้งนี้คาดว่าหลังจากที่อัตราดอกเบี้ยอาร์พีของไทยที่จะเริ่มคงที่ในช่วงเดือนมิ.ย-ก.ค.ประชาชนจะเริ่มกลับมามั่นใจอีกครั้ง มีความกล้าที่จะกู้มากขึ้น และการปล่อยกู้สินเชื่อบ้านในครึ่งปีหลังนี้จะมียอดการปล่อยสินเชื่อมากกว่าครึ่งปีแรก เนื่องจากต้นปีที่ผ่านมามีปัจจัยต่างๆรุมเร้าทั้งเรื่องของอัตราดอกเบี้ย ราคาน้ำมัน ค่าเงิน ทำให้ธุรกิจเกิดการหดตัวลง
สำหรับการอนุมัตสินเชื่อของธนาคารในขณะนี้นั้นมีมาตรฐานเท่าเดิม ในขณะที่ภาระในการชำระหนี้ของประชาชน หรือ ลูกค้าด้อยลง ทำให้มีผู้ที่ผ่านเกณฑ์ของธนาคารในการกู้น้อยลงเหลือ 50-60% ซึ่งก่อนหน้านี้มีอัตราการอนุมัต 70% ซึ่งจากการที่อัตราการอนุมัติลดลงเนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ขึ้นสูง แต่รายได้ของประชาชนเท่าเดิม และปัจจัยต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งค่าวัสดุก่อสร้าง และราคาบ้านที่สูงขึ้น ส่งผลให้ถ้าอัตราดอกเบี้ยขึ้น 1% ลูกค้าจะต้องผ่อนชำระเพิ่ม 6% หรือ ลูกค้ามีรายได้ 20,000 บาทจากที่ผ่อนชำระหนี้ 8,000 บาทจะต้องเพิ่มเป็น 8,480 บาท ทำให้เกิดการชะลอการอนุมัติสินเชื่อลงเนื่องจากรายได้ของลูกค้าไม่ผ่านเกณฑ์ของธนาคาร
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|