เจ.พี.มอร์แกนเชส บนเส้นทางสู่ชื่อเสียงและความมั่งคั่ง


นิตยสารผู้จัดการ( พฤศจิกายน 2543)



กลับสู่หน้าหลัก

บนเส้นทางสู่ชื่อเสียง และความมั่งคั่ง

แง่มุม ที่น่าตระหนกตกใจที่สุดเมื่อเชสแมนฮัตตันซื้อกิจการเจ.พี.มอร์แกนมูลค่า 30 พันล้านดอลลาร์ คือ กรณีซื้อกิจการดังกล่าวช่างเป็นเรื่อง ที่ธรรมดาเรื่องหนึ่ง

ทั้ง ที่ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ไม่นานนัก เรื่องนี้คงจะดูประหลาดเป็นที่สุด เพราะเมื่อปี 1990 เจ.พี.มอร์แกนเป็นกิจการที่มีมูลค่าตลาดสูงสุดในกลุ่มธุรกิจธนาคาร และโบรกเกอร์สหรัฐฯ ในขณะที่ปัจจุบันเชสฯ ยังคงเป็นหนึ่งในสามธนาคารชั้นนำของนิวยอร์ก

อาจเป็นเคราะห์หามยามร้ายก็ได้ เมื่อต้นเดือนกันยายน ที่ผ่านมาชื่อของ "มอร์แกน" ยังหมายถึงมอร์แกน สแตนเลย์ และเจ.พี.มอร์แกนไม่ได้ติดอันดับหนึ่งในสิบของธนาคารหรือบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำ กิจการที่มีศักยภาพพอ ที่จะเข้ามาช่วยอุ้มกิจการเจ.พี.มอร์แกนได้ มีน้อยรายเต็มที

ยูบีเอส วอร์เบิร์กประกาศว่าจะเข้าซื้อเพน เว็บเบอร์ภายในฤดูร้อนนี้ และเมื่อเดือนกันยายน ที่ผ่านมา ซีเอสเอฟบีก็ฮุบกิจการดีแอลเจ ในขณะที่เชสฯ กำลังมองหาลู่ทางซื้อกิจการเช่นกัน โดยเล็งเป้าหมาย ที่แฮมเบรชท์ แอนด์ ควิสต์ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตพลังงาน

หากมองผิวเผิน ดูเหมือนว่าเชสฯ และเจ.พี. มอร์แกนป็นกิจการที่เข้าคู่กันได้ดี แต่เจ.พี.มอร์แกนไม่ใช่ตัวเลือกอันดับแรก เชสฯ เคยทำวิจัยหาคู่ร่วมธุรกิจมาก่อนหน้านี้ ซึ่งตัวเลือกหนึ่งเป็นกิจการมีชื่อเสียงอย่างเมอร์ริล

ดังนั้น คำพูดของวิลเลี่ยม แฮริสัน ซีอีโอของเชสฯ ที่ว่า "ผมคิดว่าการควบกิจการกับเจ.พี.มอร์แกนเป็นการควบกิจการที่ดีที่สุด" จึงอาจเป็นการพูด ที่เกินจริงไป ยิ่งกว่านั้น เชสฯ ยังซื้อกิจการในราคาสูงมากภายหลังการควบกิจการเป็น "เจ.พี.มอร์แกนเชส" กิจการใหม่จึงยังห่างไกลจากบริษัทชั้นนำอย่างโกลด์แมน ซาคส์ และมอร์แกน สแตนเลย์ ในแง่ของการอันเดอไรต์หุ้น

จึงไม่น่าแปลกใจ ที่แฮริสันต้องการจะเปลี่ยนแปลงบางอย่าง "คิดว่าภายในระยะเวลาอีกไม่นานนัก เราจะเป็นผู้นำในด้านตลาดทุน" ซึ่งสอดคล้องกับความเห็นของมาร์ค เชบไพโรรองประธานกรรมการเชสฯ ที่ว่า "ในเดือนพฤศจิกายนนี้เราจะได้ทำธุรกิจบางอย่างร่วมกัน"

ความคิดนี้อาจจะถูกเพราะเจ.พี.มอร์แกนเชส จะกลายเป็นโฮลดิ้งคอมปะนีธุรกิจธนาคาร ที่ใหญ่อันดับสามของสหรัฐฯ มีมูลค่าสินทรัพย์ถึง 660 พันล้านดอลลร์ โดยมีจุดแข็งสำคัญๆ อาทิ เป็นอันดับสามในเชิงการจัดการสินทรัพย์ เป็นอันดับสี่ของกิจการที่มีการควบกิจการระดับโลก และเป็นผู้ให้บริการสินเชื่อภาคธุรกิจในระดับชั้นนำ

ที่สำคัญเชสฯ ได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีความเชี่ยวชาญทางธุรกิจอย่างแท้จริง "ผลงานเดิมก็มีอยู่แล้ว" เดวิด เบอรี่ หัวหน้าส่วนวิจัยของคีฟ บรูเยตต์ แอนด์ วูดส์บอก ผลงาน ที่น่าภูมิใจอย่างหนึ่งเห็นจะเป็นกรณีการซื้อกิจการมอร์แกน ซึ่งใช้ชื่อกิจการใหม่โดยให้ขึ้นต้นด้วยเจ.พี.มอร์แกน ซึ่งทำให้ฝ่าย ที่ถูกซื้อกิจการรู้สึกเหมือนกับเป็นผู้ร่วมธุรกิจกันมากกว่าเป็นฝ่ายถูกซื้อ แต่นี่ก็เป็นลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น เพราะยังมีงานใหญ่รอให้ทำอีกมาก ดัง ที่ จิมมี่ ลี รองประธานกรรมการของเชสฯ กล่าวในการประชุมพนักงานเมื่อเร็วๆ นี้ว่า "เรากำลังจะโตขึ้น ดีขึ้น และมีขีดความสามารถ ที่มากขึ้นสำหรับความรัก"

เรียบเรียงจากนิตยสารฟอร์จูน



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.