|

น้ำมันพุ่งฉุดธุรกิจเดินเรือกำไรไตรมาสแรกวูบ50%
ผู้จัดการรายวัน(15 พฤษภาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ราคาน้ำมันพุ่ง - เศรษฐกิจซบเซา กระทบธุรกิจเดินเรือ ฉุดกำไรไตรมาสแรกลดลงเกือบ 50% "TTA" หนักสุด กำไรสุทธิลดลงกว่า 56% ตามด้วย PSL และ RCL กำไรลด 51% และ 37% ตามลำดับ ขณะที่ JUTHA สวนกระแสกำไรพุ่ง 94% ด้านนักวิเคราะห์ แนะเก็งกำไร PSL-RCL และลงทุนระยะยาว TTA
หลังจากที่ราคาน้ำมันได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งผลกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกชะลอตัว รวมถึงภาวะเศรษฐกิจของไทยด้วย โดยเฉพาะภาคธุรกิจที่ต้องอาศัยน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นต้นทุนหลักในการผลิต ขณะที่กลุ่มธุรกิจเดินเรือเองได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นเดียวกัน แม้ว่าผู้ประกอบการจะผลักดันต้นทุนในส่วนนี้ให้กับลูกค้าเป็นผู้รับผิดชอบ แต่ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรง ทำให้ไม่สามารถผลักภาระให้กับลูกค้าได้ทั้งหมด
จากการสำรวจผลประกอบการประจำไตรมาส 1 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2549 ของกลุ่มธุรกิจเดินเรือที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย รวมทั้งสิ้น 3 ราย ประกอบด้วย บริษัท จุฑานาวี จำกัด (มหาชน) หรือ JUTHA บริษัท พรีเชียสชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL และบริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) หรือ RCL ขณะที่บริษัท โทรีเซนไทย เอเยนต์ซีส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TTA (ไตรมาส 1 สิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2548)
ปรากฏว่า กลุ่มธุรกิจเดินเรือทั้ง 4 ราย มีผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2549 ลดลงจากงวดเดียวกันของปี 2548 คือ มีกำไรสุทธิรวม 2,685.97 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนกำไรสุทธิรวม 5,311.03 ล้านบาท หรือลดลงประมาณ 49.43% (ตารางประกอบข่าว)
หากพิจารณาเป็นรายบริษัทแล้ว พบว่า มี JUTHA เพียงรายเดียวที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น โดยกำไรสุทธิไตรมาส 1/49 อยู่ที่ 63.20 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.75 บาท เทียบกับปีก่อนกำไรสุทธิ 32.52 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.38 บาท หรือกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 94.34%
ส่วนที่เหลือทั้ง 3 ราย มีกำไรสุทธิลดลง และสามารถเรียงตามลำดับได้ดังนี้ คือ TTA กำไรสุทธิ 927.57 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 56.92% PSL กำไรสุทธิ 883.51 ล้านบาท ลดลง 51.55% และ RCL กำไรสุทธิ 811.69 ล้านบาท ลดลง 37.64% ตามลำดับ
*** JUTHA ผลักต้นทุนนำมันให้ลูกค้า***
นายชเนศร์ เพ็ญชาติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จุฑานาวี จำกัด (มหาชน) หรือ JUTHA กล่าวว่า กำไรสุทธิไตรมาส 1 ปี 2549 และ 2548 ได้รวมผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ด้วยจำนวน 18.88 ล้านบาท และขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 0.73 ล้านบาท ตามลำดับ
หากไม่รวมกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนดังกล่าว JUTHA จะมีกำไรสุทธิ 44.32 ล้านบาท และ 33.25 ล้านบาทตามลำดับ หรือกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33.29% เนื่องจากรายได้จากการให้บริการเรือเช่า (TIME CHARTER) ซึ่งเป็นรายได้หลักของบริษัทไม่มีภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะเป็นค่าใช้จ่ายของผู้เช่าเรือ ทำให้สามารถทำกำไรได้เพิ่มมากขึ้น
***PSL รายได้ลดจากปีก่อน 30%***
นายคาลิด มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL กล่าวว่า กำไรสุทธิไตรมาสแรกลดลง เกิดจากรายได้จากการเดินเรือสุทธิ (สุทธิจากรายจ่ายท่าเรือและน้ำมันเชื้อเพลิง) ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อนประมาณ 30% เนื่องจากจำนวนกองเรือเฉลี่ยลดลงจาก 54 ลำ เหลือ 52 ลำ บวกกับรายได้จากการเดินเรือโดยเฉลี่ยต่อวันต่อลำเรือลดลงอยู่ที่ 10,391 ดอลล่าร์สหรัฐ จากไตรมาสแรกปี 2548 อยู่ที่ 15,928 ดอลล่าร์สหรัฐ หรือลดลง 35% เนื่องจากการอัตราค่าระวางในตลาดสากลปรับตัวลดลง
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเดินเรือไตรมาสแรกปี 2549 เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปี 2548 ประมาณ 18% สาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนลูกเรือ โดยค่าใช้จ่ายในการเดินเรือโดยเฉลี่ยต่อวันต่อลำเรือ ไตรมาสแรกปี 2549 เท่ากับ 3,492 ดอลล่าร์สหรัฐ เทียบกับไตรมาสแรกปี 2548 อยู่ที่ 2,969 ดอลล่าร์สหรัฐ
*** RCL เจอพิษค่าระวางลดฮวบ***
นายสุเมธ ตันธุวนิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) หรือ RCL กล่าวว่า ไตรมาสแรกปี 2549 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้รวม 5,077 ล้านบาท (ไม่รวมผลกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน) เทียบกับปีก่อนที่มีรายได้รวม 5,001 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยเกิดจากอัตราค่าระวางในภูมิภาคเอเซียที่ลดลงอย่างต่อเนื่องมาจากไตรมาส4 ของปี 2548 อย่างไรก็ตาม ในช่วงปลายเดือนมีนาคมปริมาณระวางบรรทุกได้กลับเพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตราค่าระวางเริ่มคงที่
ด้านต้นทุนการเดินเรือไตรมาสแรกปี 2549 จำนวน 3,977 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีต้อนทุน 3,344 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 19% เกิดจากต้นทุนน้ำมันของการเดินเรือที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันบริษัทยังได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ ทำให้บริษัทบันทึกกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนในไตรมาสแรกปี 2549 จำนวน 124.5 ล้านบาท เทียบกับปี 2548 ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 25.7 ล้านบาท
***แนะลงทุนยาวหุ้น TTA***
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า ราคาหุ้นในกลุ่มธุรกิจเดินเรือได้มีการปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมานับตั้งแต่ต้นปี 2549 ที่ผ่านมา ทำให้ราคาหุ้นอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐาน ดังนั้นจึงเริ่มมีแรงซื้อกลับเข้ามาบ้างในหุ้นกลุ่มนี้ โดยได้ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ PSL , RCL และ TTA ไว้ที่ 36 บาท , 27.50 บาท และ 26 บาท ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม ยังตั้งจับตาปัจจัยเสี่ยงในแง่ของจำนวนเรือที่มีอยู่ในปริมาณที่สูงยิ่งกดดันให้มีการแข่งขั้นสูง รวมทั้งอุปสงค์ที่อาจลดลงหากเศรษฐกิจโลกชะลอตัวหลังจากที่ราคาน้ำมันได้ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงแนกนำให้ลงทุนระยะยาวในหุ้น TTA ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันน้อยกว่ารายอื่น รวมทั้ง TTA ยังกระจายได้รายได้อิงกับธุรกิจพลังงานที่มีโอกาสขยายตัวได้สูง ส่วนหุ้น PSL และ RCL เป็นเพียงการซื้อเก็งกำไรเท่านั้น เนื่องจากเรามองเห็นความเสี่ยงของการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกจะมีผลต่อ PSL และ RCL มากกว่า TTA ในระยะกลางถึงยาว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|