“อุดม”ทุ่ม200ล.แยกวันทูโกบินเดี่ยวเพิ่มฝูงบิน-เข้าตลาดหุ้นขายแฟรนไชส์สู่ตปท.โวยกรมขนส่งฯไม่แฟร์


ผู้จัดการรายวัน(10 พฤษภาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

โอเรียนท์ไทย ปรับโครงสร้างใหญ่ แยก วัน ทู โก จดทะเบียนตั้งบริษัทใหม่ สู้ศึกตลาดโลว์คอสต์แข่งดุ ขายแฟรนไชส์ไปต่างประเทศ เล็งกู้เงินเพิ่มฝูงบินและเพิ่มเส้นทางบิน ก่อนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นใน 2 ปีข้างหน้า จ้างโอกิลวี่ ปั้นแบรนด์ วัน ทู โก เพิ่มมูลค่า จับมือ พันธมิตร เซเว่นอีเลฟเว่น เอ็ม-ชอป และ ไทย ทิกเก็ต มาสเตอร์ ขยายช่องทางจำหน่ายตั๋ว อัดงบ 20 ล้านบาทสร้างการรับรู้ โวยกรมการขนส่งทางอากาศเลือกปฏิบัติ ให้นกแอร์ และ แอร์เอเชียก่อน ระบุเส้นตายใน 2 สัปดาห์ หากไม่อนุญาตเส้นทาง กระบี่ และ นครศรีธรรมราช มีเรื่องแน่

นายอุดม ตันติประสงค์ชัย ประธานกรรมการ บริษัท วัน ทู โก แอร์ไลน์ จำกัด และ บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ จำกัด เปิดเผยแผนธุรกิจว่า บริษัทฯจะขยายธุรกิจในส่วนของบริษัท วัน ทู โก ทั้งตลาดในประเทศและตลาดต่างประเทศพร้อมกับเตรียมนำบริษัท วัน ทู โก แอร์ไลน์ จำกัด เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 2 ปี นับจากนี้ไป และได้ว่าจ้างบริษัท โอกิลวี่ ฯ เป็นที่ปรึกษาในการดูแลสร้างและปรับปรุงแบรนด์ “วัน ทู โก” เพื่อสร้างการรับรู้ให้กับผู้บริโภคในวงกว้างขึ้น โดยได้แยก วัน ทู โก ออกจาก บริษัท โอเรียนท์ ไทย แอร์ไลน์ มาเมื่อปลายปี 2548 โดยจดทะเบียนใหม่ เป็นบริษัท วัน ทู โก แอร์ไลน์ จำกัด ด้วยทุนจดทะเบียน 200 ล้านบาท

โดยครั้งนี้ ถือเป็นการปรับครั้งใหญ่ในรอบเกือบ 3 ปี ตั้งแต่เราได้เริ่มใช้แบรนด์ วัน ทู โก เพื่อทำธุรกิจการบินแบบต้นทุนต่ำภายในประเทศ จะเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายตั๋ว ล่าสุด เปิดตัว Ticket to Go ตั๋วเครื่องบินสะดวกซื้อ จับมือ 3 พันธมิตรให้เป็นช่องทางจัดจำหน่าย ได้แก่ เซเว่น อีเลฟเว่น , เอ็ม-ชอป และ ไทย ทิกเก็ต มาสเตอร์ จัดโปรโมชั่นซื้อครบ 10 ใบ แลกฟรี 1 ใบ เพื่อต้องการเพิ่มยอดการซื้อตั๋วล่วงหน้าของลูกค้าได้นานขึ้น ทำให้บริษัทฯมีกระแสเงินสดหมุนเวียนเพิ่มขึ้น

จากปัจจุบันยอดจองตั๋วล่วงหน้าของวันทูโกจะอยู่ประมาณ 30,000 ที่นั่ง และเป็นการจองล่วงหน้าเพียง 2-3 วัน ก่อนเดินทาง เพราะกลยุทธ์ตั๋วราคาเดียวทุกที่นั่ง ทำให้ลูกค้าไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้า ขณะที่ แอร์เอเชีย หรือ นกแอร์ จะมีการจองมากกว่า คืออยู่ที่ประมาณ 100,000 ที่นั่ง เพราะเขาใช้ระบบราคามาเกี่ยวข้อง

ทั้งนี้บริษัทฯคาดว่าจะช่วยเพิ่มยอดจองตั๋วล่วงหน้าให้ วัน ทู โก ให้เพิ่มเป็น 60,000 ที่นั่ง และมีอัตราผู้โดยสารต่อเที่ยวเพิ่มอีก 10% ซึ่งก่อนเปิดตัว Ticket to Go จะมีอัตราผู้โดยสารต่อเที่ยวเฉลี่ยอยู่ที่ 70-75% ปัจจุบัน วัน ทู โก มีส่วนแบ่งเป็นอันดับหนึ่งในตลาดโลวคอสต์แอร์ไลน์ ที่สัดส่วน 46% ขนผู้โดยสารต่อปีที่ 1.5 ล้านคน อันดับสอง แอร์เอเชีย 31% ขนผู้โดยสารต่อปีที่ ประมาณ 1.4 ล้านคน และอันดับสามคือ นกแอร์ 23% ขนผู้โดยสารต่อปีที่ 1.1 ล้านคน

**โวยขนส่งทางอากาศเลือกปฎิบัติ**

ทางด้านการขยายเส้นทางในประเทศปีนี้จะเพิ่มอีก 5 เส้นทางบินจากกรุงเทพ ไป นครศรีธรรมราช กระบี่ ตรัง พิษณุโลก และ ขอนแก่น โดยเส้นทางพิษณุโลกน่าจะเริ่มบินได้ในต้นเดือนมิถุนายน ส่วนเส้นทาง กระบี่และนครศรีธรรมราช ซึ่งเรายื่นขอสิทธิ์การบิน ต่อกรมขนส่งทางอากาศมานาน 14-15 เดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้คำตอบ ทั้งที่ตามกฎหมายกำหนดว่า เมื่อเอกชนยื่นขอสิทธิ์ กรมขนส่งทางอากาศ ต้องตอบกลับภายใน 7 วัน ว่าจะให้อนุญาตหรือไม่ ดังนั้น เราจะขอรอดูอีก 1-2 สัปดาห์ หาก ยังไม่ได้รับคำตอบ ก็จะต้องทำหนังสือร้องเรียนไปยัง กรมขนส่งทางอากาศ และ กระทรวงคมนาคม

“การยื่นหนังสือร้องเรียน เราจะให้เหตุผลว่า เจ้าพนักงานเลือกปฎิบัติเพราะเส้นทางนครศรีธรรมราช นกแอร์ กำลังจะเปิดทำการบินและเส้นทางกระบี่ แอร์เอเชียก็เปิดเส้นทางบิน ทั้งที่ทั้ง 2 สายการบิน ยื่นขออนุญาตหลังบริษัทเราตั้งนาน แต่ตอนแรกที่กรมขนส่งทางอากาศ ไม่อนุญาตให้เราบิน โดยอ้างว่าเป็นเส้นทางรอง ซึ่งต้องรอเวลา แต่เมื่อนกแอร์และแอร์เอเชียได้สิทธิ์ แล้วทำไมเราไม่ได้ ซึ่งบริษัทได้ลงทุนตั้งออฟฟิตที่สนามบินทั้ง 2 จังหวัดแล้วด้วย”

**เพิ่มเส้นทางบิน-ขายแฟรน์ไชส์**

สำหรับเส้นทางต่างประเทศปีหน้าแบรนด์ วัน ทู โก จะขยายเส้นทางบินไปต่างประเทศระยะใกล้ แถบอินโดจีน ได้แก่ ประเทศกัมพูชา พม่า ลาว เวียดนาม นอกจากนั้น ยังได้รับการติดต่อให้ไปร่วมทุน ทำธุรกิจ การบินเส้นทางในประเทศ ของ ประเทศบังคลาเทศ และ ปากีสถาน ซึ่งเบื้องต้น น่าจะเริ่มที่บังคลาเทศก่อน ในปีหน้า รูปแบบจะคล้ายลักษณะการขายแฟรนไชส์ โดยจะใช้แบรนด์ วัน ทู โก ไปเปิดเส้นทางบินในประเทศ ในลักษณะร่วมทุนกับพาร์ทเนอร์ โดยเราจะเข้าไปดูแลการวางระบบ และการจัดการ ให้เป็นมาตรฐาน วัน ทู โก เช่น ขายตั๋วเครื่องบินราคาเดียวทุกที่นั่ง มีการเสิฟร์น้ำและขนมขบเคี้ยว ตลอดเส้นทาง เป็นต้น

**เล็งกู้เงินซื้อฝูงบินเพิ่มขีดการแข่งขัน**

นายอุดม กล่าวว่า บริษัทฯเตรียมเพิ่มฝูงบินจากปัจจุบันที่มี 6 ลำ สิ้นปีนี้จะเพิ่มเป็น 10 ลำ และภายในปีหน้าจะเพิ่มเป็น 16 ลำ โดยเครื่องที่เพิ่มขึ้นจะเป็น MD-82 ขนาด 170 ที่นั่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างการเขียนโครงการเพื่อยื่นเสนอขอเงินกูจากสถาบันการเงิน

“ที่ผ่านมาเราทำธุรกิจแบบเงินสดมาตลอด ส่วนเครื่องบินจะใช้วิธีเช่าหรือเช่าซื้อ แต่ในภาวการณ์แข่งขันที่รุนแรง การเพิ่มเส้นทางบินจะทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้น เราจึงตัดสินใจที่จะกู้เงินมาซื้อฝูงบิน เพื่อเพิ่มศักยภาพให้กับบริษัทและเป็นการลงทุนเพื่อปูทางในการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ”

ปีนี้ตั้งงบการตลาดเพื่อใช้จัดกิจกรรมและเพื่อส่งเสริมการจัดจำหน่าย Ticket to Go พร้อมกับสร้างการรับรู้แบรนด์ วัน ทู โก ปีนี้ไว้ที่ราว 20 ล้านบาท จากปีก่อนใช้งบตลาดประมาณ 10-15 ล้านบาท โดยปีนี้ตั้งเป้ารายได้เฉพาะจาก วัน ทู โก ที่ 3,500 ล้านบาท จะขนผู้โดยสารเพิ่มอีก 10% จากปีก่อน ซึ่งบริษัทขนผู้โดยสารได้ 1.5 ล้านคน และมีรายได้ 2,000 ล้านบาท

สำหรับในส่วนของ โอเรียนท์ ไทย เก็บไว้เป็นธุรกิจของครอบครัว โดยลักษณะแผนงาน จะแยกธุรกิจชัดเจนคือ โอเรียนท์ ไทย จะบินต่างประเทศในเส้นทางไกลกว่า วัน ทู โก และ ให้บริการเครื่องบินเช่าเหมาลำ ปัจจุบันโอเรียนท์ ไทย จะบิน 2 เส้นทาง คือ เกาหลี และ ฮ่องกง โดยบินประเทศละ 1 ไฟล์ท ต่อวัน และในปลายเดือนมิถุนายนศกนี้จะเปิดเส้นทางบิน ภูเก็ต-ฮ่องกง 4 ไฟล์ทต่อสัปดาห์ ซึ่งเส้นทางบินนี้ เราเคยบินและหยุดไปหลังเกิดสึนามิ นอกจากนั้นยังเตรียมขยายธุรกิจ เปิดให้บริการเที่ยวบินขนส่งสินค้า(คาร์โก้) ภายในสิ้นปีนี้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.