|

นครหลวงไทยลุยปล่อยมาร์จิ้นโลนหลังก.ล.ต.ไฟเขียว-ตั้งเป้าปีนี้พันล้านบ.
ผู้จัดการรายวัน(9 พฤษภาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
สำนักงานก.ล.ต. ไฟเขียวบล.นครหลวงไทยสามารถปล่อยมาร์จิ้นโลนได้ ตั้งเป้าภายในปีนี้จะปล่อยในระดับ 1 พันล้านบาท ชูจุดแข็งการคิดอัตราดอกเบี้ยต่ำสุด MOR-2% พร้อมขยายฐานนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้น เดินสายทาบทามบลจ. ตั้งเป้าจะมีจำนวน 4-5 รายที่พร้อมส่งคำสั่งซื้อขายมาให้ ดึงเจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งจาก บล.ฟาร์อีสท์เข้ามา ทำให้ได้บัญชีลูกค้าเพิ่มกว่า 100 บัญชี
นายสาธิต วรรณศิลปิน รองกรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2549 สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ให้ความเห็นชอบให้บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ได้ โดยขั้นแรกบริษัทจะนำเงินทุนมาใช้ในการปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์จำนวน 250 ล้านบาท จากปัจจุบันที่มีเงินทุนประมาณ 2 พันล้านบาท ซึ่งจะคิดอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำสุดในระบบคือ MOR-2% หรือประมาณ 5.75% และตั้งเป้าว่าภายในปีนี้จะสามารถปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อขายหลักทรัพย์ได้ประมาณ 1 พันล้านบาท
"เดิมบริษัทจะกู้เงินจากบริษัทหลักทรัพย์เพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ หรือ TSFC เพื่อนำมาปล่อยมาร์จิ้นโลนให้กับลูกค้า ดังนั้นเมื่อสำนักงานก.ล.ต.ให้ความเห็นชอบให้บริษัททำธุรกิจด้านปล่อยสินเชื่อเพื่อซื้อขายหุ้นได้ ดังนั้นบริษัทจะมีการทบทวนบัญชีลูกค้าเดิมที่ใช้เงินกู้จากทีเอสเอฟซี ให้หันมาใช้บริการของบริษัทแทน ซึ่งมั่นใจว่าจะได้รับความสนใจจากนักลงทุนเป็นอย่างดี" นายสาธิต กล่าว
พร้อมกันนี้ บล.นครหลวงไทย ยังมีแผนที่จะทำธุรกิจเกี่ยวกับการให้ยืมหลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมการ รวมถึงการทำธุรกิจด้านอนุพันธ์ แม้ว่าบริษัทจะไม่ใช่เป็นโบรกเกอร์ใน 20 รายแรก แต่บริษัทก็เป็นบริษัทหลักทรัพย์ 6 รายที่อยู่ระหว่างการยื่นขอเป็นโบรกเกอร์กับบริษัทตลาดอนุพันธ์ (ประเทศไทย) จำกัด โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณา
นายสาธิต กล่าวว่า ภายในปีนี้บริษัทตั้งเป้ามาร์เกตแชร์ด้านนายหน้าค้าหลักทรัพย์ประมาณ 1% จากปัจจุบัน ณ สิ้นเดือนมีนาคม อยู่ที่ระดับ 0.68% โดยภายในไตรมาสแรกของปีนี้มีนักลงทุนมาเปิดบัญชีเพิ่มแล้วจำนวน 507 บัญชี ซึ่งเมื่อรวมกับบัญชีเดิม จะทำให้มีจำนวนบัญชีทั้งหมดจำนวน 4,567 บัญชี และตั้งเป้าจะเพิ่มขึ้นเป็น 5,500 บัญชีภายในสิ้นปีนี้ โดยส่วนหนึ่งจะเป็นลูกค้าของธนาคารนครหลวงไทย ที่มาเปิดบัญชีกับบริษัท ขณะนี้มีบัญชีที่ซื้อขายสม่ำเสมอประมาณ 35% และตั้งเป้าว่าจะเพิ่มเป็นเกิน 50%
ขณะเดียวกัน บริษัทยังมีแผนที่จะเพิ่มสัดส่วนลูกค้าสถาบันมากขึ้น โดยที่ผ่านมาได้มีไปแนะนำข้อมูลให้กับบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนหรือ บลจ.หลายแห่งเพื่อที่จะให้บลจ.ส่งคำสั่งซื้อขายผ่านบริษัท โดยบริษัทตั้งเป้าว่าจะมีบลจ.จำนวน 4-5 บริษัทที่ส่งคำสั่งซื้อขายมาให้ปัจจุบันนี้บล.นครหลวงไทย มีสัดส่วนลูกค้าเป็นนักลงทุนรายย่อยประมาณ 90% และนักลงทุนสถาบันประมาณ 10% แต่บริษัทก็ตั้งเป้าว่าสัดส่วนของนักลงทุนเพิ่มขึ้นเป็น 20% คาดว่าจะได้เห็นภายในครึ่งปีแรกนี้
นอกจากนี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดสาขาบริการค้าหลักทรัพย์เพิ่มอีก 1 แห่งจากปัจจุบันที่มีจำนวน 5 แห่ง ซึ่งสาขาดังกล่าวถึงจุดคุ้มทุนแล้ว ส่วนสาขาใหม่ที่จะเปิดนั้นอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะเลือกเปิดที่เยาวราช หรือย่านรัชดา คาดว่าจะสามารถเปิดได้ภายในไตรมาส 2 นี้
นายสาธิต กล่าวต่อว่า ในช่วงที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ทีมมาร์เก็ตติ้งจากบล.ฟาร์อีสท์ เข้ามาร่วมงาน คือนางสาวรวีวรรณ ชัยกิต โดยเข้ามาดำรงตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ดูแลนักลงทุนรายย่อย โดยเข้ามาร่วมงานตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
ส่วนการหาพันธมิตรจากต่างประเทศมาร่วมทำธุรกิจนั้น นายสาธิต กล่าวว่า ยอมรับว่ามีความจำเป็นที่จะต้องหาพันธมิตรในอนาคต ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษา โดยบริษัทก็หวังว่าพันธมิตรจากต่างประเทศนั้นจะสามารถเกื้อหนุนในด้านธุรกรรมวาณิชธนกิจ, งานวิจัย, เทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงช่องทางการหาลูกค้าเพิ่ม ส่วนในด้านของเงินทุนนั้นถือว่าบริษัทมีความพร้อมแล้ว
นางสาวรรีวรรณ ชัยกิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.นครหลวงไทย กล่าวว่า ได้เข้ามาร่วมงานกับ บล.นครหลวงไทย โดยนำทีมมาด้วยทั้งหมด 5 คน ซึ่งลูกค้าประมาณ 100 บัญชี
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|