บล.บีฟิทเล็งปีนี้โกยมาร์เกตแชร์4%เจาะลูกค้าสถาบันในประเทศเพิ่ม


ผู้จัดการรายวัน(8 พฤษภาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

บล.บีฟิท รุกลุกค้าสถาบันเป็นปีแรก เผยมีคำสั่งซื้อขายแล้ว ย้ำยังคงเน้นรายย่อยคาดปีนี้มีลูกค้าเปิดบัญชีมากกว่า 4,000 บัญชี เหตุเดินสายจัดสัมมนาแต่ละครั้งได้ลูกค้าใหม่ 20-30 ราย พร้อมเปิดสาขาอีก 2 แห่ง มั่นใจมาร์เกตแชร์ปีนี้ 4% เพิ่มขึ้นจากปี 48 ที่มี 3.19% ส่วนความคืบหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ขณะนี้รอให้ก.ล.ต.เยียมชมบริษัท

นางพรรณี เถกิงเกียรติ กรรมการผู้จัดการบริษัทหลักทรัพย์(บล.) บีฟิท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์)ปีนี้ 4% เพิ่มขึ้นจากปี2548ที่มีมาร์เกตแชร์ 3.19% เนื่องจากบริษัทจะมีการเพิ่มจำนวนนักลงทุนรายย่อยให้มากขึ้นจากการที่บริษัทได้มีการจัดสัมมนาเดือนละ 2-3 ครั้งและเจ้าหน้าที่การตลาด(มาร์เกตติ้ง) ก็จะมีการติดต่อให้นักลงทุนมีการเข้ามาซื้อขายหุ้นกับบริษัท โดยแต่ละครั้งที่มีการจัดสัมมนาก็จะได้ลูกค้าใหม่ประมาณ 20-30 ราย

ขณะนี้มีนักลงทุนเปิดบัญชีกับบริษัทประมาณ 3,000-4,000 ล้านบาท ซึ่งมีการซื้อขายสม่ำเสมอกว่า 1,000 บัญชี ซึ่งคาดว่าจากการที่บริษัทมีการจัดสัมมนาและมีลูกค้าเปิดบัญชีใหม่ก็คาดว่าปีนี้จะมีนักลงทุนเปิดบัญชีกับบริษัทมากกว่า 4,000 บัญชี โดยบริษัทมีจำนวนเจ้าหน้าที่การตลาดที่จะให้บริการจำนวนกว่า 150 คนก็จะมีการเพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้บริษัทก็มีการรับนักศึกษาจบใหม่เข้ามาให้ความรู้

“บริษัทยังคงเน้นนักลงทุนรายย่อย ซึ่งบริษัทจะมีการไปจัดสัมมนาเดือนละ 2-3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งที่จัดสัมมนาจะมีนักลงทุนเปิดบัญชีกับบริษัทประมาณ 20-30 ราย โดยลูกค้าที่จะมาเปิดบัญชีกับบริษัทจะต้องมีวงเงินขึ้นต่ำไม่ต่ำกว่า 1 แสนบาท ซึ่งคาดว่าจะทำให้มาร์เกตแชร์ของบริษัทเพิ่มขึ้น 4% และเชื่อว่าจะมีนักลงทุนเปิดบัญชีกับบริษัทมากว่า 4,000 บัญชี”นางพรรณีกล่าว

อย่างไรก็ตามในช่วงไตรมาส1 ของปี 2549มาร์เกตแชร์ของบริษัทมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 3.65% เนื่องจากมีเจ้าหน้าที่การตลาดจากบล.ฟินันซ่า ซึ่งมาจากสาขาหาดใหญ่และสาขาเพลินจิต ย้ายเข้ามาทำงานที่บล.บีฟิท ทำให้บริษัทมีมูลค่าการซื้อขายมากขึ้น

นางพรรณีกล่าวว่า ภายในปีนี้บริษัทจะมีการเน้นในเรื่องลูกค้าสถาบันเป็นปีแรก ซึ่งขณะนี้บริษัทได้มีการจัดตั้งทีมเจ้าหน้าที่มาร์เกตติ้งด้านลูกค้าสถาบันจำนวน 2-3 ราย โดยนักลงทุนสถาบันเริ่มมีคำสั่งซื้อขายหลักทรัพย์ของบริษัทบ้างแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคำสั่งซื้อขายจากนักลงทุนสถาบันประเทศ โดยบริษัทยังไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะมีจำนวนนักลงทุนสถาบันมาเปิดบัญชีกับบริษัท เพราะบริษัทเพิ่งเริ่มในการดำเนินงาน

นอกจากนี้บริษัทมีแผนที่จะมีการเปิดสาขาบริการค้าหลักทรัพย์แห่งใหม่ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาว่าจะเป็นที่ จังหวัดเชียงใหม่ 1 สาขา และที่ปิ่นเกล้าอีก 1 สาขา แต่ก็อาจะมีการเปิดมากว่านี้อีก ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม และสามารถบริหารจัดการให้สามารถเติบโตได้ดี จากขณะนี้ที่มีสาขาอยู่ 4 สาขา ส่วนเจ้าหน้าที่การตลาดนั้น ก็จะให้ผู้จัดการสาขาที่จะไปเปิดสาขามีการจัดทีมในการดำเนินงานซึ่งทางบริษัทจะไม่เข้าเกี่ยวข้องด้านนี้ เพื่อให้อำนาจแก่ผู้จัดการสาขา

ส่วนธรุกิจด้านการซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือการให้บริการอินเทอร์เน็ตเทรดดิ้ง ก็มีลูกค้าทยอยเข้ามาเปิดบัญชีมากขึ้น หลังจากที่มีการหยุดการดำเนินงานไประยะหนึ่ง ซึ่งบริษัทก็มีการพัฒนาในเรื่องการให้บริการทางอินเทอร์เน็ตที่ดีขึ้น โดยนักลงทุนสามารถฟังบทวิเคราะห์หุ้นของบริษัทได้และดูข้อมูลต่างๆได้เช่นกัน

นายสุวิช รัตนยานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ บีฟิท จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงความคืบหน้าในการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างรอให้ตลาดหลักทรัพย์ฯและสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)เข้ามาสัมภาษณ์ผู้บริหารของบริษัทและเยี่ยมชมบริษัท ซึ่งยังไม่สามารถที่จะเปิดเผยได้ว่าจะเข้าจดทะเบียนได้ในช่วงไหนขึ้นอยู่กับ ก.ล.ต.จะมีการพิจารณาอนุมัติแบบแสดงรายได้ข้อมูลของบริษัท (ไฟลิ่ง)เมื่อใด


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.