เรฟล่อน เน้นธุรกิจเสริมความงามลูกค้าเกิน 50 ทำกำไรงาม


ผู้จัดการรายสัปดาห์(8 พฤษภาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

เรฟล่อน กิจการเครื่องสำอางค์ที่มีประวัติกรครองตำแหน่งทางการตลาดยาวนานมานับสิบปีปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์การดำเนินธุรกิจใหม่โดยหันมาเพิ่มความพยายามและการส่งเสริมการตลาด สำหรับตลาดสาวอายุเกิน 50 ปีอย่างจริงจัง เพราะเชื่อว่าจะทำกำไรงามกว่าตลาดกลุ่มอื่น

จากการประเมินสถานการณ์ทางการตลาด เรฟล่อนเชื่อว่าปัจจุบันกลุ่มตลาดสาวใหญ่วัยเกินกว่า 50 ปีได้รับการดูแลด้านผิวพรรณจากนักการตลาดเครื่องสำอางค์น้อยกว่าที่ต้องการ ทำให้เชื่อว่าน่าจะมีช่องทางที่จะขยายตลาดในส่วนนี้ได้อีก

ในการขยายตลาดของกลุ่มลูกค้าวัยเกิน 50 ปีนั้นไม่น่าจะใช่เรื่องยากเย็นสำหรับยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจเครื่องสำอางค์จากนิวยอร์คอย่างเรฟล่อน เนื่องจาก ประการแรก เรฟล่อนได้สั่งสมความนิยมและคุณค่าของแบรนด์ย่อย ๆ อย่าง " Vital Radiance" ซึ่งเป็นสายผลิตภัณฑ์กลุ่มเมค-อัพ สำหรับคนสูงวัยโดยตรง

ประการที่สอง ที่ผ่านมา การทำตลาดของทั้งเรฟล่อนและคู่แข่งรายใหญ่อย่าง ลอรีอัลมุ่งเน้นไปที่การลดริ้วรอยบนใบหน้าให้กับกลุ่มลูกค้าวัยต้นอย่าง 30 ปีหรือ 40 ปีมากกว่า และดูเหมือนว่ายังไม่ค่อยมีผู้ประกอบการรายอื่นหันมาสนใจกลุ่มลูกค้าวัยเกิน 50 ปีอย่างเรฟล่อน จึงทำให้ช่องว่างทางการตลาดในส่วนนี้เปิดกว้างอยู่ไม่น้อย

ประการที่สาม การสำรวจตลาดกลุ่มผู้หญิงที่มีอายุมากกว่า 45 ปีและเป็นหัวหน้าครอบครัวด้วย หรือทำงานเท่าเทียมกับผู้ชาย ได้พบว่ามีสัดส่วนถึง 69.3% ของตลาดที่เป็นฐานลูกค้าของกิจการเครื่องสำอางทั้งหมด ที่ระดับร้านค้าปลีก ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าการดำเนินงานปรับกลยุทธ์ทางการตลาดของเรฟล่อนมาถูกทิศทางแล้ว

อย่างไรก็ตาม คู่แข่งของเรฟล่อนที่น่าจะเข้าไปชนกับเรฟล่อนในตลาดอายุเกิน 50 ปีน่าจะมีอย่างน้อย 2 รายคือ รายแรกเป็นยักษ์ใหญ่จากยุโรปอย่างลอรีอัล ก็เป็นอีกรายที่มีสายตากว้างไกล ด้วยการสั่งสมแบรนด์ ให้มีคุณค่าเป็นที่ยอมรับของตลาดมาพอสมควร ภายใต้กลุ่มของ "Age Perfect collection" ที่เน้นตลาดที่เน้นลูกค้ายุคเบบี้ บูม ที่กำลังก้าวเข้าสู่วัยทองไปตาม ๆ กัน รายที่สอง คือ พี แอนด์ จี ที่มีกลุ่มตลาดภายใต้แบรนด์ย่อย "age-defying beauty line" ที่จำหน่ายผ่านโคเวอร์ เกิร์ล แอดว้านซ์ เรเดียนซ์

สำหรับแนวทางการพัฒนาและยกระดับตลาดลูกค้าเกิน 50 ปี ของเรฟล่อนภายใต้กลุ่มแบรนด์ Vital Radiance นั้น คาดว่าจะดำเนินการควบคู่ไปกับการพลิกฟื้นตลาดของแบรนด์ Almay เพื่อให้มียอดการจำหน่ายเพิ่มมากขึ้น ซึ่งน่าจะรวมไปถึงการออกแคมเปญใหม่ๆ ที่น่าสนใจมาส่งเสริมการตลาดอีกในอนาคต

กลุ่มสินค้าที่คาดว่าจะขายดีกับลูกค้ากลุ่มเกิน 50 ปี น่าจะเป็นกลุ่มที่มีสีสัน เช่น บลัช ออน และลิปสติกซึ่งยังเป็นส่วนตลาดที่ยังมีการแข่งขันสูงมากเมื่อเปรียบเทียบกับสินค้าในกลุ่มเดียวกัน ที่อยู่กับคู่แข่งรายใหญ่อย่างลอรีอัล เมเบลลีน และโคเวอร์ เกิร์ล

หากย้อนหลังประวัติศาสตร์การดำเนินงานของเรฟล่อนจะพบว่าบริษัทมีปัญหาด้านการดำเนินงานค่อนข้างมากเมื่อปี 1985 จนในที่สุดต้องขายกิจการอออกไป ให้แก่กิจการย่อของ แมคแอนดริวส์ แอนด์ ฟอร์บส์

โฮลดิ้ง ที่ควบคุมกิจการโดยนักการเงินชื่อ รอน เพเรลแทน ที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทเรฟล่อน หลังจากนั้น เรฟล่อนได้พยายามหาทางลดภาระหนี้สินของตนเองลงตามลำดับ รวมทั้งการออกหุ้นไปชำระหนี้สินเจ้าหนี้ด้วย

เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเรฟล่อนได้ดำเนินการรื้อปรับโครงสร้างทางธุรกิจใหม่ซึ่งได้ส่งผลให้มีการว่างงานเพิ่มขึ้นราว 25% ของแรงงานทั้งหมดเพื่อลดต้นทุนการดำเนินงานโดยรวม

ผลของความพยายามปรับตัวในหลายๆ ทางของเรฟล่อนได้ส่งผลดีให้แก่กิจการทำให้เรฟล่อน ได้รับความไว้วางใจจากตลาดอีกครั้งและมีการเพิ่มเนื้อที่วางสินค้าในร้านค้าปลีกให้กับเรฟล่อนเพิ่มขึ้น 23% จากปีก่อน ขณะที่ยอดการขาดทุนลดลง จาก 2 ปีก่อน

การลงทุนในกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้ร่วมแบรนด์ของ Vital Radiance ครั้งนี้นับว่าเป็นการลงทุนครั้งใหญ่ของเรฟล่อน อาจจะถือว่ามากที่สุดเทียบกับที่ผ่านมาและเทียบกับการลงทุนครั้งก่อนในกลุ่มสินค้า Long-lasting เมื่อปี 1994 ด้วย โดยเรฟล่อนคาดหวังอย่างมากกว่า การลงทุนปรับกลุ่มแบรนด์ของตนใหม่ครั้งนี้จะทำให้ลูกค้าที่ไม่ได้รับความพอใจจากบริการและผลิตภัณฑ์ในอดีตกลับมาเป็นลูกค้าที่จงรักภักดีต่อตรายี่ห้อของเรฟล่อนอีกครั้งหนึ่งด้วยการเสนอความโดดเด่นด้วยคุณลักษณะ

* ที่เจาะจงกลุ่มลูกค้าที่มีวัยเกิน 50 ปี เป็นการบริการที่ดูแลส่วนบุคคลจริงๆ

* ที่เจาะตลาดผ่านช่องทางใหม่ เช่น ตามร้านขาย และร้านค้าปลีกแบบให้ส่วนลด

* เรฟล่อนใช้เวลาในการพัฒนาและวิจัยสินค้าที่จะออกวางตลาดใหม่นี้ถึงกว่า 2 ปีกว่าจะมั่นใจว่าจะถูกใจชูกค้าเป้าหมาย

สำหรับลูกค้ากลุ่มเกิน 50 ปีแล้ว แทบจะไม่มีเวลาใดที่จะได้ใช้เครื่องสำอางจนมีการมีใช้สำนวนว่าหน้านวลทั้งวัน หรือ ware cosmetic เป็นหน้ากากเพื่อเพิ่มความมั่นใจอยู่ตลอดเวลา รายจ่ายในส่วนนี้ไม่น่าจะต่างกับค่าทรีทเมนต์หน้าซึ่งเชื่อว่าลูกค้าพร้อมที่จะยอมแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงลิ่วได้อย่างสบายใจหากทำการเมค-อัพใบหน้าแล้วลดปัญหาที่มีอยู่ได้ นับตั้งแต่รองพื้นที่มักแห้งไปหากเป็นสินค้าปกติไปจนถึงรองพื้นและเมค-อัพที่มีสีสันอ่อนเกินไป จนไม่สามารถปกปิดริ้วรอยและกระที่กระจายตามใบหน้าได้ หรืออายชาโดว์ที่แห้งเกินไป ไม่ชุ่มชื้นเหมาะกับผิวแห้ง ๆ และย่น ๆ ของคนสูงอายุ

อย่างไรก็ตาม หากการคาดการณ์ของเรฟล่อนถูกต้อง เชื่อว่าในไม่ช้าผู้ผลิตเครื่องสำอางยี่ห้ออื่นที่เป็นคู่แข่งขันของเรฟล่อนจะเข้าไปมาแย่งส่วนแบ่งในตลาดสาวสูงวัยตามอย่างแน่นอน


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.