สามชัยตั้งเป้ารายได้6พันล.


ผู้จัดการรายวัน(2 เมษายน 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

"สามชัย สตีลฯ" ยอมรับผลงานไตรมาสแรกปีนี้ต่ำกว่าปีก่อน แต่มั่นใจสามไตรมาสที่เหลือจะเติบโต เนื่องจากแนวโน้มราคาเหล็กปรับตัวเพิ่มขึ้น และการผลิตท่อขนาด 18 นิ้วจะเริ่มดำเนินการได้ พ.ค. นี้เป็นต้นไป มั่นใจดันรายได้เติบต่อเนื่องตามเป้าปีนี้ 6 พันล้านบาท ก่อนจะเพิ่มเป็น 8 พันล้านบาทในปีหน้า

นายพัชวัฎ คุณชยางกูร รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท สามชัย สตีล อินดัสทรี จำกัด (มหาชน) หรือ SAM เปิดเผยถึง ผลการดำเนินงานประจำไตรมาส 1 ปี 2549 ว่า รายได้และกำไรสุทธิในไตรมาสแรกปีนี้ต่ำกว่าไตรมาสแรกปี 48 เนื่องจาก 2 เดือนแรกของปีราคาเหล็กยังอยู่ในช่วงของขาลง ส่งผลให้การดำเนินงานไตรมาสแรกปีนี้ตกลงด้วย

“ราคาเหล็กปรับตัวขึ้นมาในช่วงปลายเดือนมีนาคมแล้ว เป็นแนวโน้มที่ดี แต่ช่วยไตรมาสแรกเราไม่ทัน เพราะราคาเหล็กจะปรับขึ้นก็ใกล้ปิดบัญชีไตรมาสแรกแล้ว ” นายพัชวัฎ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังมั่นใจว่าผลการดำเนินงานทั้งปี 49 จะสูงกว่าปี 48 เนื่องจากบริษัทจะมีรายได้จากท่อเหล็กขนาด 18 นิ้ว ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่บริษัทซื้อเครื่องจักรและสร้างโรงงานแห่งใหม่ที่ขณะนี้อยู่ในระหว่างการทดลองผลิต และคาดว่าจะเริ่มผลิตและจำหน่ายได้เดือนหน้า ขณะที่มาร์จิ้นของสินค้าตัวนี้มีถึง 15% ซึ่งถือว่ามากสุดในบรรดาสินค้าทุกตัว

ดังนั้น รายได้จากท่อเหล็กชนิดนี้จะเป็นตัวที่จะมาดึงรายได้ให้กับ SAM เติบโตได้อย่างไม่ยากในปีนี้ เพราะสามไตรมาสที่เหลือบวกกับแนวโน้มราคาเหล็กอยู่ในช่วงขาขึ้น จะทำให้ SAM โตจากปีก่อนได้ หลังจากที่ปี 47 ราคาเหล็กทะยานขึ้น ส่งผลให้ปี 48 ราคาเหล็กตกลงอย่างต่อเนื่องและนานกว่าที่ผ่านมา จึงทำให้ผู้ประกอบการเหล็กต่างบอบช้ำไปตาม ๆ กัน แต่ขณะนี้ภาวะราคาก็ดีขึ้น

นายพัชวัฎกล่าวว่า ปีนี้ทั้งปีตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ประมาณ 6 พันล้านบาทหรือหากจะต่ำกว่านี้ก็เพียงเล็กน้อย ซึ่งก็ยังคงเป็นตัวเลขที่ยังถือว่าสูงกว่าปีที่ผ่านมาแม้ว่าไตรมาสแรกจะต่ำลงก็ตาม

“ผมเชื่อว่า ผลงานของเราโดยรวมยังดี เพราะอย่างน้อยตัวท่อ 18 นิ้ว ที่จะผลิตเริ่มแรก 3 พันตัน ของกำลังการผลิตทั้งหมด 15,000 ตันนั้น จะเป็นตัวหลัก และที่เหลืออีก 7-8 เดือนที่เราจะผลิตและขาย น่าจะทำเงินได้ประมาณ 500-600 ล้านบาท และมีกำไรจากตัวนี้ 70-80 ล้านบาท ” นายพัชวัฎกล่าว

โดยหากผลิตท่อเหล็กขนาด 18 นิ้วได้เต็มปี จะทำเงินได้เกิน 1 พันล้านบาทต่อปี และจะดันให้รายได้รวมของบริษัทเกินกว่า 8 พันล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นเป้าของรายได้ในปีต่อไป และแนวโน้มราคาเหล็กต้องปรับเพิ่มด้วย

โดยล่าสุด SAM ควบรวมกิจการ กับบริษัท อินเตอร์ สตีล อินดัสทรี จำกัด โดยรับโอนทรัพย์สินและ หนี้สินทั้งหมด ซึ่งมีสินทรัพย์มูลค่า 1,325.53 ล้านบาท และเงินกู้ระยะยาวจากสถาบันการเงินจำนวน 245.53 ล้านบาท คงเหลือมูลค่าสินทรัพย์สุทธิจำนวน 1,080 ล้านบาท ซึ่งบริษัทจะชำระโดยออกหุ้นสามัญ จำนวน 60 ล้านหุ้นนั้นส่งผลให้บริษัทได้เข้าครอบครองและใช้ประโยชน์จากทรัพย์สินทั้งหมดของ บริษัท อิน เตอร์ สตีล อินดัสทรี จำกัด รวมทั้งบันทึกในบัญชีของบริษัทแล้วทั้งหมดตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม 2548 ปัจจุบันบริษัทยังมิได้รับโอนทางทะเบียนสำหรับที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของบริษัท อินเตอร์ สตีล อินดัสทรี จำกัด เนื่องจากบริษัท อินเตอร์ สตีล อินดัสทรี จำกัด ได้ใช้สินทรัพย์ดังกล่าวเป็นหลักประกัน สินเชื่อกับสถาบันการเงินแห่งหนึ่ง

ดังนั้นบริษัทจึงอยู่ระหว่างการจัดหาสินเชื่อเพื่อชำระเงินกู้ระยะยาว ดังกล่าวข้างต้น เพื่อไถ่ถอนสินทรัพย์ดังกล่าว หลังจากนั้นบริษัทจึงจะสามารถโอนแล้วรับสินทรัพย์ดัง กล่าวมาเป็นสินทรัพย์ของบริษัท ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณต้นเดือนพฤษภาคมนี้

นายพัชวัฎ กล่าวว่า จากปัจจัยที่เกิดขึ้นหลายอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจ็กต์ที่จะล้าช้ากว่ากำหนด แต่ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท เพราะโครงการที่ซื้อท่อเหล็กจะเป็นโครงการที่ดำเนินการแล้ว อย่างสนามบินสุวรณภูมิ ที่ยังคงเดินหน้าต่อไป และอีกหลายโครงการที่จะเห็นเชื่อว่าปี 50 ก็น่ามีเกิดขึ้นหลายโครงการ

“ ของเรามีการจำหน่ายท่อให้กับโครงการใหญ่ ๆ เยอะ อย่างาสนามบินสุวรรณภูมิก็ใช้ท่อของเราเยอะมาก รถไฟฟ้ามหานครก็มีโครงการที่จะเชื่อมต่ออีก เราก็จะได้อานิสงส์จากโครงการเหล่านี้เพิ่มขึ้นและปัญหาการเมืองรุมเร้าไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท เพราะพบว่าบริษัทยังมีงานเข้ามาต่อเนื่อง ”วัฎกล่าว

สำหรับการส่งท่อเหล็กไปขายยังต่างประเทศนั้น ขณะนี้ได้รับความสนใจจากหลายประเทศ แต่เนื่องจากเป้าหมายการผลิตของ SAM คือการผลิตเพื่อรองรับความต้องการในประเทศ จึงจะส่งออกเป็นลำดับต่อไป แต่แผนการส่งออกก็ยังมีอยู่เพียงแต่รอโอกาสและจังหวะ


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.