|

“นีโอ”บุกตลาดจัดงานสนามอินเตอร์ร่วมทุนบ.ท้องถิ่นลุยเอเชียแปซิฟิก
ผู้จัดการรายวัน(26 เมษายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
นีโอ หรือ เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ เดินหน้ารุกตลาดธุรกิจจัดงานประชุมและงานแสดงสินค้าในต่างชาติ เริ่มต้น 3 ประเทศแรก คือ เวียดนาม อินเดีย และ จีน พร้อมการร่วมทุนแบบ Join Project ของแต่ละประเทศ เผยภายใน 5 ปี ขึ้นแท่นเป็นผู้นำ 1 ใน 5 ของตลาดเซาท์อีสต์เอเชีย คาดมีรายได้ไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
นางลัดดา มงคลชัยวิวัฒน์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอ็น.ซี.ซี. เอ็กซิบิชั่น ออกาไนเซอร์ จำกัด หรือ นีโอ ผู้ดำเนินธุรกิจจัดงานประชุมและงานแสดงสินค้าระดับชาติและนานาชาติในเครือ เอ็น.ซี.ซี. กรุ๊ป เปิดเผยว่า หลังจากที่ทางนีโอได้แยกตัวออกมาจากกลุ่มบริษัท เอ็น.ซี.ซี. กรุ๊ป ตั้งแต่ปี 2547 มาดำเนินธุรกิจเองเต็มตัวนั้น ปรากฎว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการรุกตลาดตลาดต่างประเทศ
โดยขณะนี้บริษัทฯได้เข้าไปดำเนินธุรกิจแล้ว 3 ประเทศ คือ เวียดนาม อินเดียและจีน ในเรื่องของการจัดงานเอ็กซิบิชั่นในธุรกิจกลุ่มปศุสัตว์และวัวนม เนื่องจากเป็นกลุ่มธุรกิจที่อยู่ในระดับรากหญ้า เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวของทั้ง 3 ประเทศ เป็นกลุ่มธุรกิจที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใด รวมถึงภาครัฐที่เข้ามาทำตลาดนี้อย่างจริงจัง
“การรุกตลาดต่างประเทศนั้น 3 ปีแรกนี้ ถือเป็นการลงทุนที่ไม่มีผลกำไร แต่ทางบริษัทฯคาดหวังว่าจะกระตุ้นให้แต่ละประเทศมีการจัดงานมากขึ้น รวมไปถึงพื้นที่การจัดงานที่จะเพิ่มขึ้น ดังนั้นบริษัทฯมั่นใจว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า นีโอจะมีรายได้และกำไร มูลค่ารวมกว่า 400-500 ล้านบาท และสามารถก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำ 1 ใน 5 ของตลาดธุรกิจจัดงานประชุมและงานแสดงสินค้าในต่างชาติ ในกลุ่มเซาท์อีสต์เอเชียได้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะงานปศุสัตว์นานาชาติ โดยจะขยายพื้นที่จัดงานรวม 1,000 ตารางเมตรต่อปี และจะเพิ่มอีก 9,000 ตารางเมตรภายในปี 2010”
สำหรับประเทศเวียดนาม ขณะนี้บริษัทฯได้ร่วมทุนกับบริษัท VINEXAD เป็นหน่วยงานภายใต้ Ministry of trade Vietnam Trade Fair Advertising National Company ในการจัดงาน International Livestock and Dairy Expo หรือ ILDEX เป็นงานแสดงสินค้าและเทคโนโลยีนานาชาติ ด้านปศุสัตว์ สัตว์ปีก และ โคนม ณ. ประเทศ เวียดนาม ระหว่างวันที่ 16-18 มีนาคม ที่ผ่านมา บริษัทฯใช้งบลงทุนในการจัดงานกว่า 10 ล้านบาท
นอกจากนี้บริษัทฯยังได้ร่วมทุนลักษณะเป็นโครงการกับบริษัทในประเทศอินเดียชื่อ PIXIE Publication India pvt.ltd. เพื่อการจัดงาน ILDEX ระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2549 ในอินเดีย และในประเทศจีนกับบริษัท Huatai Exhibition Beijing ในการจัดงาน ILDEX ระหว่างวันที่ 10-12 ตุลาคม 2550 อีกด้วย
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯยังได้มีการรุกตลาดในแถบอินโดจีนอีก 2 ประเทศ ซึ่งถือเป็นโปรเจ็กเสริม คือ ลาวและพม่า ในการเข้าไปจัดงานในลักษณะร่วมแสดงสินค้าของกลุ่มธุรกิจประเภทหัตถกรรมพื้นบ้าน
ในปีนี้บริษัทฯมีงานทั้งหมด 11 งาน แบ่งเป็นงานในประเทศ 7 งาน ต่างประเทศ 4 งาน คิดเป็นพื้นที่การจัดงานทั้งหมดกว่า 20,000 ตารางเมตร ก่อให้เกิดการหมุนเวียน 140-150 ล้านบาท ทั้งนี้ตลาดธุรกิจรับจัดงานฯในประเทศนั้น มีมูลค่า 11,000 ล้านบาท
สำหรับงานในประเทศนั้นได้แก่ งานประชุมสัมมนาเชิงเทคนิคด้านปศุสัตว์เอเชีย (Pig & Poultry Focus Asia) จัดขึ้นทุกๆ 2 ปี โดยครั้งแรกจัดขึ้นในปี 2004 มีผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 200 คน ในครั้งที่สองนั้นมีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมงานเพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว คือประมาณ 500 คน โดย 80% นั้นเป็นชาวต่างประเทศที่เดินทางมาจาก 30 ประเทศทั่วโลก ทั้งนี้ “นีโอ” คาดว่าจะมีชาวต่างชาติมากกว่า 600 คนเข้าร่วมสัมมนาในปี 2008
ส่วนงานต่างประเทศที่ประสบความสำเร็จเกินความคาดหมายคือ งานแสดงสินค้าและนิทรรศการด้านปศุสัตว์ หรือ International Livestock and Dairy Expo (ILDEX 2006) จัดไปเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมชมงาน 10,500 คน และมีบูธจากบริษัทฯ ผู้ประกอบการด้านปศุสัตว์และโคนมจากประเทศต่างๆ มาแสดงในงานจำนวน 80 บริษัท หรือ 130 บูธ และต่อไปยังประเทศอินเดียและประเทศจีน ซึ่งงาน ILDEX India นั้นจะ
จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27-29 สิงหาคม 2549 ตั้งเป้าจำนวนผู้แสดงงานแสดงสินค้ามากกว่า 200 บริษัท หรือ 300 บูธ และงาน ILDEX China ที่มหานครปักกิ่ง ตั้งเป้าจำนวนบูธจากบริษัทต่างๆ มากกว่า 250 บริษัทหรือ 400 บูธ และกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 -12 ตุลาคม 2550
“เราเล็งเห็นศักยภาพของตลาดไมซ์ในทุกๆ ด้านทั้งการจัดประชุมทั่วไป (Meeting) การจัดรายการท่องเที่ยวแบบให้รางวัลตอบแทน (Incentive) การจัดประชุมสัมมนา (Convention) และการจัดงานแสดงสินค้า (Exhibition) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในธุรกิจปศุสัตว์ซึ่งถือเป็นตัวจักรสำคัญในการป้อนตลาดเนื้อสัตว์และการแปรรูปในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในแต่ปีการจัดงานแสดงสินค้าด้านปศุสัตว์มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้นทุกๆ ปี ซึ่งมีประเทศคู่แข่งด้านการจัดงานประชุมและแสดงสินค้าที่สำคัญตามลำดับคือ สิงคโปร์ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย” นางลัดดากล่าว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|