“พูม่า”ห้าวงัดเกมตลุยตลาด ลุยขยายสโตร์อัดงบเพิ่มดันยอดโต20%


ผู้จัดการรายวัน(20 เมษายน 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

เยอรมันสปอร์ตฯ เปิดเกมรุก ทำตลาด พูม่า เต็มสปีด หลังปูฐานมาแล้ว 3 ปี วางแผนเปิด พูม่าสโตร์ 3 สาขาในปีนี้ ประเดิมที่สยามดิสคัฟเวอร์รี่เซ็นเตอร์ ลงทุน 20 ล้านบาท แพงสุด เล็งต่อที่เซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่า และสยามพารากอน ขยายจุดจำหน่ายอีก 15% พร้อมอัดงบตลาดเพิ่ม 10% ทำตลาดหลากรูปแบบ ลุยเป็นสปอนเซอร์รายการกีฬา มั่นใจปีนี้ยอดขายเติบโต 20%

นางสาวนุสารี แฝงทอง ผู้จัดการฝ่ายการตลาด บริษัท เยอรมันสปอร์ต แอนด์ ไลฟ์สไตล์ ผู้ซึ่งได้รับสิทธิ์ในการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ พูม่า รายเดียวในไทยและเวียดนาม กล่าวว่า หลังจากที่บริษัทฯได้บริหารสิทธิ์นี้มาประมาณ 3 ปีแล้วนั้นยังถือว่าอยู่ในช่วงของการเริ่มต้นและการวางรากฐาน ซึ่งในปีนี้บริษัทฯวางแผนที่จะเริ่มทำตลาดอย่างจริงจัง รวมทั้งการลงทุนขยายช่องทางจำหน่ายเพิ่มขึ้นด้วยเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต

โดยแผนการขยายจุดจำหน่ายนั้น ล่าสุดได้ลงทุนไม่ต่ำกว่า 20 ล้านบาทในการเปิด พูม่าสโตร์ สาขาที่ 3 บนชั้น 3 ที่สยามดิสคัฟเวอร์รี่เซ็นเตอร์ พื้นที่ประมาณ 150 ตารางเมตร ซึ่งใหญ่ที่สุดและลงทุนสูงที่สุด เนื่องจากใช้วัสดุตกแต่งนำเข้าจากเบอรมัน ภายใต้คอนเซ็ปท์ พูม่า รีเทล ซิสเต็ม ( Puma Retail System) ไม่ว่าจะเป็นกล่องโชว์ ชั้นวางสินค้า เบาะที่นั่ง ชั้นวางรองเท้า เป็นต้น เพื่อให้เป็นมาตรฐานของ พูม่า อินเตอร์เนชั่นแนล

สินค้าในร้านพูม่าสโตร์จะเป็นรุ่นใหม่สุด ไม่ว่าจะเป็น Ferrari, Motor Sport, Mahanuala, Swim wear เป็นต้น โดยเฉพาะ Golf Collection ได้ทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกพร้อมกันทั่วโลก ขณะนี้สินค้าได้ทยอยนำเข้ามาเรื่อยๆโดยทางพูม่าได้จัดจำหน่ายตามศูนย์การค้าขั้นนำเพียง 11 แห่งทั่วประเทศเท่านั้น

ก่อนหน้านี้บริษัทฯได้เปิดไปแล้ว 2 สาขาคือ พูม่าสโตร์ที่เซ็นทรัลลาดพร้าว พูม่าสโตร์ที่ศูนย์การค้ารอยัลการ์เด้นพลาซ่าพัทยา และมีเป้าหมายที่จะขยายอีกอย่างต่ำ 2 สาขาเน้นทำเลใจกลางเมือง เช่นที่เซ็นทรัลเวิลด์พลาซ่าได้พื้นที่แล้ว และมองที่สยามพารากอนด้วย

สำหรับสาขาที่สยามดิสคัฟเวอร์รี่เซ็นเตอร์นี้จะจับตลาดทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยใกล้เคียงกัน ส่วน 2 สาขาแรกนั้นเน้นจับกลุ่มเป้าหมายนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นหลัก นอกจากนั้นยังมีแผนขยายจุดจำหน่ายที่เป็นเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้าต่างๆให้มากขึ้นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด โดยจะเพิ่มประมาณ 15% จากจำนวนที่มีอยู่ในปัจจุบันประมาณ 70 กว่าจุด

ส่วนแผนการตลาดนั้นปีนี้จะบุกเต็มที่โดยตั้งงบประมาณด้านการตลาดและส่งเสริมการขายรวมทั้งกิจกรรมต่างๆ เพิ่มจากปีที่แล้วอีกไม่ต่ำกว่า 10% จากปีที่แล้วที่ใช้ประมาณ 10 กว่าล้านบาท อย่างไรก็ตาม แต่จะเน้นการเป็นสปอนเซอร์ในรายการต่างๆเช่น อินทูเดอะเอ็นโซนทางยูบีซี รายากรทันโลกกีฬาทางช่อง 3 เป็นต้น รวมทั้งการเป็นสปอนเซอร์การแข่งขันกีฬาต่างๆที่มีความเหมาะสม

ด้านการโฆษณานั้นจะไม่เน้นการโฆษณาผ่านสื่อทีวีหรือสื่อสิ่งพิมพ์ แต่จะเน้นในสื่อต่างๆเช่น สื่อโฆษณาบนตัวรถไฟฟ้าบีทีเอสซึ่งเริ่มแล้ว สื่อบัสบอดี้ที่เชียงใมหม่ สื่อโรงหนัง เป็นต้น

“บริษัทฯจะใช้แผนการตลาดที่ต่างจากแบรนด์อื่น โดยจะขายสินค้าแต่ละรุ่นแต่ะละแบบในปริมาณจำกัด ซึ่งมากที่สุดคือ 500 ชิ้นต่อแบบเท่านั้น เพื่อสร้างความรู้สึกให้กับผู้บริโภคที่เป็นลูกค้าให้มีความเป็นพิเศษ ไม่ใช่มีมากมายเหมือนแบรนด์อื่น”

ทั้งนี้สินค้าทั้งหมดจะเป็นการนำเข้ามาจากต่างประเทศ โดยบริษัทฯจะทำการสั่งซื้อไปยังศูนย์กลางของเอเชียซึ่งตั้งอยู่ที่ฮ่องกง ส่วนยุโรปนั้นศูนย์การรับคำสั่งซื้อจะอยู่ที่เยอรมัน หลังจากนั้นศูนย์รับคำสั่งซื้อจะจัดการส่งสินค้าเข้ามายังประเทศไทยตามออร์เดอร์ จึงยอมรับว่าทำให้สินค้ามีราคาค่อนข้างสูงกว่าแบรนด์อื่น

โดยสินค้าพูม่านั้นมีราคาสูง เช่น รองเท้า ราคาตั้งแต่ 2,000 บาทขึ้นไป เสื้อผ้าราคาตั้งแต่ 700 บาทขึ้นไป ซึ่งกลุ่มสินค้าที่มียอดขายดีที่สุดของพูม่าคือ รองเท้า สัดส่วนประมาณ 50% เสื้อผ้าประมาณ 20% และอื่นๆเช่น หมวก อุปกรณ์ต่างๆ 30%

นอกจากแบรนด์พูม่าแล้วบริษัทฯยังมีแบรนด์ของบริษัทฯเองคือ HUSTAR หรือ ฮูสตาร์ ทำตลาดมาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยมีจุดจำหน่ายของตัวเองแยกต่างหากจากพูม่า คือ ร้านจีเอส และร้านจีเอสเอฟ จำนวน 26 สาขา เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยว ส่วนใหญ่ตั้งกระจายอยู่ตามสถานที่ท่องเที่ยวเช่น พัทยา ภูเก็ต เชียงใหม่ หัวหิน และสุขุมวิท เป็นต้น

จากการรุกตลาดอย่างเต็มที่ในปีนี้ บริษัทฯมั่นใจว่า จะมียอดขายที่เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วไม่ต่ำกว่า 20% แน่นอน


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.