|

บล.กิมเอ็งฯไม่หวั่นมาร์เกตแชร์ร่วงชั้น"ผู้บริหาร"มั่นใจปีนี้ครองอันดับ1แน่นอน
ผู้จัดการรายวัน(3 เมษายน 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
บล.กิมเอ็ง มั่นใจครองมาร์เกตแชร์อันดับหนึ่ง ไม่หวั่นแม้บางช่วงหล่นอยู่ในอันดับ 4 "มนตรี" เผย บริษัทแม่แนะนำลูกค้าต่างประเทศให้ดันสัดส่วนนักลงทุนสถาบันเพิ่มเป็น 25% จากเดิม 15% ขณะที่วงการแจงโบรกเกอร์ ที่จะมีมาร์เกตแชร์อันดับต้นๆ ต้องมีฐานลูกค้าต่างประเทศเป็นหลัก เหตุนักลงทุนต่างประเทศมีสัดส่วนการลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น
นายมนตรี ศรไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กิมเอ็ง (ประเทศไทย ) จำกัด (มหาชน)หรือ KEST เปิดเผยว่า บริษัทมีความมั่นใจที่จะสามารถรักษาส่วนแบ่งการตลาด (มาร์เกตแชร์) ของบริษัทเป็นอันดับ 1 ติดต่อเป็นปีที่ 5 ได้ และไม่รู้สึกกังวลถึงแม้ว่าในบางวันมาร์เกตแชร์ของบริษัทจะมีการปรับตัวลดลงบ้าง เนื่องจากมองว่าหากภาวะตลาดปรับตัวดีขึ้นลูกค้าของบริษัทจะมีการกลับมาซื้อหุ้นตามปกติ
ประกอบกับ ขณะนี้สัดส่วนนักลงทุนสถาบันทั้งต่างประเทศและในประเทศของบริษัทมีการปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 25% จากเดิมที่มีเพียง 15% เนื่องจากบริษัทมีเครือข่ายและกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทจะมีการแนะนำลูกค้าสถาบันต่างประเทศให้กับบริษัท รวมถึงบริษัทได้มีการเจรจากับกองทุนภายในประเทศเช่นกัน จึงทำให้สัดส่วนลูกค้าสถาบันของบริษัทเพิ่มขึ้น ดังนั้นทำให้บริษัทสามารถรักษามาร์เกตแชร์ของบริษัทเป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้
สำหรับการที่มาร์เกตแชร์ของบริษัทมีการลดลง เนื่องจากภาวะตลาดหุ้นไม่ดี จึงทำให้ลูกค้าของบริษัทมีการชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องปกติ
อย่างไรก็ตาม ในเดือนมี.ค.นี้ บล.กิมเอ็ง มีมาร์เกตแชร์ปรับตัวลดลงจากอันดับ 1 จำนวน 4 วัน คือ วันที่ 24 มี.ค.มีมาร์เกตแชร์ 7.37% อันดับที่ 2 วันที่ 27 มี.ค.มีมาร์เกตแชร์ 6.51% อันดับที่ 2 วันที่ 28 มี.ค.มีมาร์เกตแชร์ 6.78% อยู่อันดับที่ 4% วันที่ 29 มี.ค.มีมาร์เกตแชร์ 6.94% อยู่อันดับที่ 3
แหล่งข่าวจากบริษัทหลักทรัพย์ กล่าวว่า ในอนาคตนั้นบล.ที่จะมีมาร์เกตแชร์ในอันดับตั้นๆนั้นจะเป็นบล.ที่มีสัดส่วนลุกค้าเป็นนักลงทุนสถาบันต่างประเทศและนักลงทุนภายในประเทศ เนื่องจากสัดส่วนการลงทุนของนักลงทุนในตลาดหุ้นไทยในขณเะนี้เป็นนักลงทุนต่างประเทศ และนักลงทุนสถาบันมากขึ้น จากเดิมที่สัดส่วนนักลงทุนที่ลงทุนในตลาดหุ้นไทยเป็นนักลงทุนรายย่อย
ดังนั้นจึงทำให้บริษัทหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนลูกค้ารายย่อยต้องพยายามหารายได้ด้านอื่น เช่น ด้านวาณิชธนกิจ หรือหาพันธมิตรที่เป็นต่างประเทศเพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจของบริษัท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|