|

"เอ.ที."ส่ง"Arayga"รุกตลาดอสังหาฯเจาะกลุ่มลูกค้าไฮเอนตั้งเป้าขาย100ล.
ผู้จัดการรายวัน(30 มีนาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
"เอ.ที." ผนึกทรีแอร์โรว์ฯแบรนด์ญี่ปุ่น นำเข้า Arayga สารเคลือบกระจกป้องกันUV-รังสีอินฟาเรด รุกตลาดบ้าน-รร.- รีสอร์ท-วิลล่า-คอนโดหรู จับกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง พร้อมเตรียมรุกต่อตลาดรถยนต์ ตั้งเป้า รายได้ปี49 กว่า 100ล้าน แจงยอดขาย 2 เดือนแรก 10 กว่าล้านบาท ด้าน"อภิรัตน์"ประธานบริษัทแย้มแผนพัฒนาโครงการโรงแรม-วิลล่า ส่วนตัวในจังหวัดกระบี่ เตรียมหาทุนพัฒนาต่ออีก 600ล้านบาท หลังเทงบก่อสร้างไปแล้วกว่า 300ล้านบาท
นายอภิรัตน์ เกียรติไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท เอ.ที.สยาม จำกัด ผู้นำเข้าสารเคลือบกระจกป้องกันรังสี ยูวี และอินฟาเรด แบรนด์ARAYGA กล่าวภายหลังการเซ็นสัญญาเป็นผู้แทนจำหน่าย ร่วมกับ บริษัท ทรี แอโรว์ จำกัด ว่า "ทรีแอโรว์" เป็นเจ้าขอลิขสิทธิ์ และคิดค้นผลิตภัณฑ์เคลือบกระจกดังกล่าวได้ตกลงแต่งตั้งให้ เอ.ที.ฯ เป็นตัวแทนจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบริษัท จะต้องจ่ายค่าลิขสิทธิ์ให้กับ "ทรีแอโรว์" มูลค่า 10 กว่าล้านบาท ซึ่งจะทำให้ เอ.ที.ฯ เป็นผู้แทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดังกล่าวในภูมิภาคนี้ในระยะ5 ปี และจะมีการต่อสัญญาใหม่ ทุกๆ 5 ปี
ทั้งนี้ บริษัท เอ.ที.ฯ เป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัท ทรีแอรโรว์ กับตนเองในสัดส่วน 50-50% เพื่อนำเข้าสารเคลือบกระจกมาขายในประเทศ โดยกลุ่มเป้าหมายของบริษัทจะเป็นกลุ่มผู้ประกอบการโครงการบ้านเดี่ยว ราคาแพง ย่านเมืองท่องเที่ยว กทม.-ปริมณฑล อาคารสูง และโครงการคอนโดมิเนียมราคาแพง โชว์รูม ห้างสรรพสินค้า ซึ่งกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ เป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ต้องการวัสดุที่ช่วยลดคาวามร้อน ป้องการรังสียูวี โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าในโครงการบ้านหรู โรงแรม คอนโดมิเนียมราคาแพง และรีสอร์ท ซึ่งโครงการเหล่านี้ ส่วนใหญ่จะเป็นโครงการที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ทำเลที่มีทัศนียภาพที่สวยงาม ซึ่งหากใช้ฟิล์มกรองแสงในการป้องกันแสงแดด จะทำให้เสียทัศนียภาพไป
ส่วนกลุ่มลูกค้าบ้านและโครงการระดับกลางนั้น ขณะนี้ บริษัทยังมีปัญหาในเรื่องของการตั้งราคาขาย เนื่องจากสารเคลือบกระจกดังกล่าวเป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ ทำให้มีปัญหาในการกำหนดราคาขายให้เหมาะสมกับลูกค้าในตลาดดังกล่าว ซึ่งปัจจุบันราคาขายและการเคลือบสารดังกล่าวจะอยู่ที่ 1,800บาท ต่อตารางเมตร ซึ่งเป้ฯราคาที่ถูกกว่าราคาขายในประเทศญี่ปุ่นประมาณ 50% ดังนั้นในช่วงการเริ่มต้นในการทำตลาดนี้ บริษัท จึงมีการจัดแคมเปญ กรึ่งโปรโมชัน โดยมอบส่วนลดให้กับลูกค้าที่ซื้อและเคลือบกระจก20% จากราคาขายในช่วงฤดูร้อน และมีการจัดทีมงานของบริษัท ออกตรวจสอบและให้บริการลูกค้าที่เคลือบกระจกกับบริษัทในระยะเวลา 5 ปี โดยในแต่ละปีจะมีการเดินสายพบลูกค้าปีละ 2 ครั้ง เพื่อเก็บข้อมูลและบริการหลังการขายให้ลูกค้า
"ลูกค้าที่ใช้สารเคลือบกระจก Arayga ไปแล้วมีหายๆ รายอาทิ บริษัท ชาญอิสระ จำกัด (มหาชน) ซึ่งใช้ในโครงการ บ้านอิสระพระราม9 และศรีพันวา นอกจากนี้ยังมี โชว์รูมรถยนต์ย่านสยาม ห้างสรรพสินค้าสยามแสควร์ ฯลฯ "นายอภิรัตน์ กล่าว
สำหรับช่องทางด้านการขายของบริษัทนั้น เอ.ที.ฯจะ แบ่งการจำหน่ายออกเป็น 2 ส่วนคือ กลุ่มลูกค้าโครงการ และการขายผ่านดีลเลอร์ โดยในช่วงแรกจะทีมขายจากบริษัทเข้าไปช่วยให้ความรู้ และเทรนลีดเลอร์ ของบริษัทที่มีการแบ่งออกตามภูมิภาคของประเทศ และจะมีการตั้งโชว์รูมในเมืองท่องเที่ยวหลักๆ ที่มีโครงการลิลล่า โรงแรม รีสอร์ท จำนวนมาก อาทิ ภูเก็ต พัทยา และจะมีการทำตลาดผ่านสื่อโฆษณา ประเภทนิตยาสารบ้าน และการจัดกิจกรรมโดยคาดว่าทั้งปีจะใช้งบประมาณ ในการโฆษณาและจัดกิจกรรมทางการตลาดรวม 10 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรก จะใช้งบประมาณดังกล่าว5 ล้านบาท
นายอภิรัตน์ กล่าวว่า สำหรับยอดขายสารเคลือบกระจก Arayga ในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีมูลค่าขายต่อปี 300ล้านบาท ซึ่งนับว่ามีมูลค่าที่สูงมาก เนื่องจากประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีช่วงฤดูร้อนสั้นเพียง 3 เดือน ส่วนประเทศไทยนับว่าเป็นประเทศที่อยู่ในโซนร้อนและมีอากาศร้อนตลอดปี ทำให้บริษัทมั่นใจว่าจะมีอัตราการใช้สารเคลือบกระจก Arayga ที่ขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปีนี้ บริษัทตั้งเป้าว่าจะมียอดขายทั้งปี 100ล้านบาท โดยในช่วง2 เดือนแรกที่ผ่านมาบริษัทมียอดขายแล้ว 10 กว่าล้านบาท
ทั้งนี้ หลังจากเปิดตัว Arayga อย่างเป็นทางการแล้ว บริษัทจะมียอดขายเข้ามาจำนวนมาก โดยขณะนี้ บริษัทได้มีการพูดคุยกับผู้ประกอบการจัดสรรหลายๆ โครงการ ซึ่งผู้ประกอบการจัดสรรอยู่ระหว่างการพูดคุยและตกลงกันว่าหากมีการเคลือบกระจกด้วย Arayga และต้นทุนในส่วนนี้ บริษัทจะรับไว้เองหรือผลักภาระดังกล่าวให้กับผู้บริโภครับไป ส่วนในตลาดต่างประเทศนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกับตัวแทนในประเทศ อินโดนีเซีย โดยคาดว่าในปีนี้ จะสามารถเปิดตลาดต่างประเทศได้3-4 ประเทศ นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนจำนำเข้าในส่วนของสารเคลือบกระจกรถยนต์ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทยด้วย ซึ่งการทำตลาดรถยนต์นั้น คาดว่าจะทำได้ในราคาที่ถูกกว่าการการติดฟิล์มกรองแสง UV Cool ประมาณ 30%
นายอภิรัตน์ กล่าวถึงการลงทุนส่วนตัวในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ว่า ปัจจุบันตนมีที่ดินในจังหวัดกระบี่ 25 ไร่ ซึ่งได้มีการหารือร่วมกับ กลุ่มผู้บริหารโรงแรม โฟร์ซีซั่น ในการพัฒนาโรงแรม โดยในช่วงแรกตนได้ลงทุนในโครงการไปแล้ว 300ล้าน และนอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะพัฒนาโครงการลิลล่าราคาแพงขายด้วย ซึ่งหากจะมีการพัฒนาโครงการทั้งสองส่วนไปด้วยกันนั้น จะต้องหาเงินลงทุนเพิ่มอีก ประมาณ 600ล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|