ไอเฟิร์มไล่บี้บัลลังก์สปอนเซอร์ ปั้นแพกเกจกระป๋องเจาะภูธร


ผู้จัดการรายวัน(27 มีนาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ตลาดเครื่องดื่มเกลือแร่ 3 พันล้านสุดคึก “ยูนิฟ ไอเฟิร์ม” คลอดบรรจุภัณฑ์กระป๋องขยายตลาดต่างจังหวัด ลุยเข้าทั้งช่องทางโมเดิร์นเทรด-เทรดดิชันนัลเทรด หวังกวดแชร์ผู้นำตลาดสปอนเซอร์-ทิ้งห่างเอ็มสปอร์ต ล่าสุดเปิดตัวน้ำผลไม้ยูนิฟ เดลี่ซี่ 25% บรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ทรับเทรนด์เอเชียบูม

แหล่งข่าวจากบริษัท ยูนิ-เพรสซิเดนท์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายน้ำผักและผลไม้ตรายูนิฟ เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวยูนิฟ ไอเฟิร์ม เครื่องดื่มน้ำผลไม้ที่มีส่วนผสม แอล-คาร์นิทีน ขนาดบรรจุภัณฑ์กระป๋องลงสู่ตลาด จากปัจจุบันไอเฟิร์มมีบรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ทขนาด 500 มล.เท่านั้น ทั้งนี้เป็นเพราะบริษัทได้เตรียมขยายฐานลูกค้าไปสู่ตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น จากที่ผ่านมาจะมุ่งเน้นทำตลาดในกรุงเทพฯเป็นหลักหรือราว 60% ส่วนตลาดจังหวัดเพียง 40% โดยบริษัทจะปรับสัดส่วนระหว่างการทำตลาดกรุงเทพฯและต่างจังหวัดเป็น 50:50

อีกทั้งเมื่อเทียบกับคู่แข่งที่เป็นผู้นำตลาดอย่างสปอนเซอร์ จะมีบรรจุภัณฑ์ครอบคลุมมากกว่า คือ กระป๋อง ขวดฝาจีบ และขวดฝาเกลียว ซึ่งการเปิดตัวบรรจุภัณฑ์กระป๋อง ทำให้ไอเฟิร์มมีบรรจุภัณฑ์ที่ครอบคลุมผู้นำตลาดมากยิ่งขึ้น จากปัจจุบันสปอนเซอร์ยังคงเป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่งถึง 50% และหลังจากไอเฟิร์มลงสู่ตลาดในช่วง 9 เดือนมีส่วนแบ่ง 22% เป็นอันดับสองของตลาดแทนที่เอ็มสปอร์ตของค่ายโอสถสภามีส่วนแบ่ง 13% จากมูลค่าตลาด 3,000 ล้านบาท

ส่วนช่องทางการจำหน่ายยูนิฟ ไอเฟิร์มในตลาดต่างจังหวัด บริษัทจะให้ความสำคัญกับช่องทางโมเดิร์นเทรดและเทรดดิชันนัลเทรดในสัดส่วนที่เท่ากัน คือ 50:50 เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของยูนิฟ ไอเฟิร์ม เป็นกลุ่มคนรุ่นใหม่ วัยเริ่มทำงาน และนักศึกษา จึงต้องให้ความสำคัญกับสองช่องทาง แต่เมื่อเทียบกับสินค้าคู่แข่งเครื่องดื่มเกลือแร่ อาทิ สปอนเซอร์ เอ็มสปอร์ต จะเน้นช่องทางเทรดดิชันนัลเทรด 60% และโมเดิร์นเทรด 40%

แนวโน้มตลาดเครื่องดื่มสปอร์ตดริงก์มูลค่า 3,000ล้านบาท ปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 10% โดยแผนการทำตลาดยูนิฟ ไอเฟิร์ม จะเน้นการสร้างภาพลักษณ์ตราสินค้า ควบคู่กับการให้ความรู้เกี่ยวกับสารแอล-คาร์นิทีน แก่กลุ่มเป้าหมายที่วางไว้เป็นกลุ่มวัยเริ่มทำงาน นักศึกษา โดยการจัดโรดโชว์ตามฟิตเนส จัดกิจกรรมในรูปแบบกีฬาในมหาวิทยาลัยทุกเดือน เนื่องจากพบว่ากลุ่มเป้าหมายยังไม่ค่อยรับรู้เกี่ยวกับสารแอล-คาร์นิทีนว่ามีคุณสมบัติอย่างไร ในขณะที่การรับรู้ตราสินค้า “ยูนิฟ ไอเฟิร์ม”ถือว่าดีอยู่แล้ว

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวน้ำผลไม้25%”ยูนิฟ” เดลี่ซี บรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ทลงสู่ตลาด นำร่องด้วยกัน 3รสชาติ ได้แก่ ลิ้นจี่ องุ่น และส้ม เนื่องจากกระแสขวดเพ็ทกำลังมาแรงในภูมิภาคเอเชีย ไม่ว่าจะเป็น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี โดยพบว่าตลาดดังกล่าวได้มีการเปลี่ยนแปลงหันมาใช้ขวดเพ็ทมากกว่าบรรจุภัณฑ์ในรูปแบบยูเอชทีในสัดส่วนถึง 60:40 ในขณะที่ประเทศไทยการใช้บรรจุภัณฑ์กล่องยูเอชทียังมีมากกว่าขวดเพ็ท

ปัจจัยที่ทำให้ตลาดเอเชียเปลี่ยนมาใช้ขวดเพ็ท เนื่องจากสอดรับกับไลฟ์สไตล์ของคน ที่ต้องการความสะดวกรวดเร็วมากขึ้น เพราะคุณสมบัติของขวดเพ็ท คือสามารถดื่มได้ทุกที่ โดยไม่จำเป็นต้องมีหลอด และมีฝาปิด ซึ่งมีความสะดวกสบายมากกว่าบรรจุภัณฑ์ยูเอชที อย่างไรก็ตาม มองว่าการทำบรรจุภัณฑ์ขวดเพ็ทของน้ำผลไม้ในไทย คงจะต้องใช้เวลาสร้างตลาดพอสมควร เนื่องจากอัตราการดื่มน้ำผลไม้ของคนไทยยังมีน้อยมาก คือแค่ 10 ลิตรต่อคนต่อปี เมื่อเทียบกับขวดเพ็ทมีความจุถึง 500 มิลลิลิตร

ภาพรวมตลาดน้ำผลไม้มูลค่า 3,400 ล้านบาท ในปีนี้คาดว่าจะมีอัตราการเติบโต 17-18% โดยตลาดน้ำผลไม้ 100% มีอัตราการเติบโตสูงถึง 20% ส่วนตลาดน้ำผลไม้ 25% และ 40% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ตลาดยังสามารถเติบโตได้อีกมาก โดยปีนี้คาดว่าตลาดน้ำผลไม้ 25% และ 40% จะมีอัตราการเติบโต 4-5% เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาโต 1-2%

ปัจจุบันตลาดน้ำผลไม้ 25% ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดทำตลาดอย่างจริงจัง โดยในเซกเมนต์นี้น้ำผลไม้ดีโด้ เป็นผู้นำตลาดครองส่วนแบ่ง 37% ดีดี 8% กรีนเมท 5% ที่เหลือเป็นรายเล็กรายน้อยแบ่งส่วนแบ่งกันไป โดยยูนิฟอาศัยต่อยอดจากการเป็นผู้นำตลาดน้ำผักและผลไม้ 40% ด้วยการครองส่วนแบ่งกว่า30% ลุยตลาดน้ำผลไม้ 25%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.