|

SOLARเตรียมบุกตลาดเพื่อนบ้านหลังพบความต้องการไฟฟ้ามีมาก
ผู้จัดการรายวัน(13 มีนาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
โซลาร์ตรอน เตรียมลุยพม่าหลังได้งานติดตั้งระบบไฟฟ้าที่เจดีย์โกลเด้นท์ร็อค พร้อมลุยหาลูกค้าเพิ่ม หลังพบมีพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้าถึง 80% เล็งผลิตและส่งออกแผงเซลล์แสงอาทิตย์ในประเทศเพื่อนบ้านทำเงิน ขณะที่โซลาร์โฮมเฟสแรกและสองจะหมดลงปีนี้ คาดโซลาร์โฮมเฟส 3 จะมีต่อเนื่องมูลค่า 500-600 ล้านบาท โดยเป็นพื้นที่ภาคเหนือและใต้ที่ความต้องการยังมีสูง และลุยอีกหลายโครงการหากได้รับการอนุมัติจากภาครัฐ ปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 20-30%
นางสาววันดี กุญชรยาคง ประธานกรรมเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โซลาร์ตรอน จำกัด (มหาชน) หรือ SOLAR เปิดเผยว่า บริษัทสามารถประมูลงานโครงการติดตั้งระบบไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อให้แสงสว่าง ณ Golden Rock pagoda หรือเจดีย์ โกลเด้นท์ร็อค ประเทศพม่าจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทน และอนุรักษ์พลังงานกระทรวงพลังงานได้ ซึ่ง บริษัทจะเริ่มทำการติดตั้งระบบดังกล่าวในช่วงเดือนมีนาคม 2549 นี้ โดยมีมูลค่าโครงการเกือบ 15 ล้านบาท และบริษัทจะสามารถทยอยรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 2 ปีนี้
โดยทางกรมฯได้ตรวจคุณสมบัติของเราแล้วว่าสามารถทำงานนี้ได้จึงได้ส่ง SOLAR ไปทำสัญญาติดตั้งโครงการผลิตไฟฟ้าที่ Golden Rock pagoda ซึ่งเป็นเจดีย์ที่ใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเจดีย์พระบรมธาตุชเวดากอง ซึ่งการได้งานครั้งนี้ถือเป็นการสานสัมพันธ์ระหว่างไทยกับพม่าด้านหนึ่ง
“การที่เรามีโอกาสได้เข้าไปทำงานให้กับพม่านั้น เป็นโอกาสดีที่จะเราจะได้รู้จักและเป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่เราจะเข้าไปทำตลาดในอนาคต เพราะพม่ายังมีไฟฟ้าใช้น้อยมาก เราได้เข้าทำงานตรงนี้จะเป็นช่องทางในการที่จะสำรวจลูกค้าเพิ่มขึ้น เพราะพม่ายังมีพื้นที่ขาดแคลนไฟฟ้าอีกมากถึง 80% ของประเทศเขา และเป็นการเปิดตัวของเราให้เขาได้รับรู้ว่าเรามีสิ่งที่เขาต้องการ ” นางสาววันดีกล่าว
ดังนั้น ตลาดของประเทศเพื่อนบ้านอย่าง พม่า ลาว เวียดนามและกัมพูชา จะเป็นฐานลูกค้าที่สำคัญของ SOALR ในอนาคคตหลังจากที่บริษัทได้สร้างโรงงานผลิตเซลล์แสงอาทิตย์ ซึ่งมีมูลค่าโครงการประมาณ 1,100 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเข้าหาต้นน้ำมากขึ้น แม้จะใช้เงินลงทุนมาก แต่บริษัทจะลดต้นทุนการผลิตได้ถึง 20% เพราะปัจจุบันยังนำเข้าจากต่างประเทศ
นางสาววันดีกล่าวอีกว่า นอกจากที่พม่าแล้ว ยังจะเข้าไปประมูลติดตั้งตามโครงการไอพีสตาร์ด้วย เนื่องจากในพื้นที่ตั้งของโครงการดังกล่าว ความต้องการใช้ไฟฟ้าย่อมมีสูงและหากพ่วงไปด้วยกันได้ จะให้ระบบการศึกษาผ่านดาวเทียม การใช้คอมพิวเตอร์ในพื้นที่สูง และการใช้ไฟฟ้าจากเซลล์แสงอาทิตย์ก็จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขณะนี้เตรียมเรื่องที่จะเสนอต่อกระทรวงไอซีที เพื่อเสนอโครงการดังกล่าว คาดว่าน่าจะได้รับความสนใจอีกโครงการหนึ่ง
การรุกงานที่หลากหลายโครงการมากขึ้น เพราะ SOLAR ต้องการสร้างรายได้ให้เติบโตต่อเนื่อง เพราะโครงการโซลาร์โฮมเฟสแรกจะหมดลงแล้วในไตรมาสแรกปีนี้ ขณะที่เฟส 2 ก็จะจบลงในปีนี้เช่นกัน แต่ผู้บริหารของ SOLAR ยังมั่นใจว่าโซลาร์โฮมเฟส 3 จะเกิดขึ้นต่อเนื่องอีกแน่นอน
“เพราะภาคใต้พบว่ายังมีพื้นที่ขาดไฟฟ้าใช้อีกมากถึง 8 พันครัวเรือน ขณะที่ภาคเหนือแม้จะมีติดตั้งในพื้นที่ภูเขาสูง แต่ก็ยังมีเป็นหมื่นครัวเรือน คิดว่าน่าจะเป็นเม็ดเงิน 500-600 ล้านบาท ”นางสาววันดีกล่าว
ดังนั้น การที่SOLAR สร้างโรงงานและขยายกำลังการผลิตของบริษัทเพิ่มอีก เพื่อรองรับตลาดที่จะมีใหม่เกิดขึ้น เนื่องจากเป้าหมายของลูกค้านอกจากรองรับความต้องการในประเทศแล้ว ยังจะส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านด้วย โดยเบื้องต้นก็ต้องสร้าง ดีลเลอร์ เน็ตเวิร์ค ไว้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เพื่อขยายงานไปยังลูกค้าที่หลากหลาย
นางสาววันดีกล่าวต่อว่า การเดินสายเพื่อเสนอโครงการต่าง ๆ รวมทั้งการได้ลูกค้าใหม่เข้ามานั้น เป็นการปูทางเพื่อสร้างรายได้ที่จะรับรู้ในปี 50 ซึ่งเป็นช่วงที่โรงงานแห่งใหม่เดินเครื่องผลิตได้พอดี จึงเป็นการหาตลาดเพื่อรองรับลูกค้าใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
“ความต้องการใช้ในประเทศมีสูงมาก แต่เราต้องทำความเข้าใจกับเขาก่อน อย่างงาน ROOF TOP ที่ติดแผงโซล่าร์เซลล์บนหลังคา และงานการใช้ระบบน้ำหยด โดยใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์ เราต้องให้ความรู้และทำความเข้าใจ เพราะสิ่งเหล่านี้เกิดประโยชน์กับเขา ” นางสาววันดีกล่าว
นอกจาก SOLAR จะเดินหน้าหาลูกค้าเพิ่มแล้ว ยังต้องมีการทำการตลาดแบบ โมเดิร์น เทรด แทนการนำเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐเพียงอย่างเดียว เพราะในอนาคตจะรุกตลาดให้กว้างขึ้นแทนการอิงงานกับภาครัฐ แม้ว่าโดยแท้จริงแล้วจะต้องเกี่ยวเนื่องกับภาครัฐก็ตาม เพราะเรื่องของพลังงานยังต้องอาศัยภาครัฐเป็นแกนหลัก
สำหรับปีนี้ SOLAR ตั้งเป้ารายได้ปีนี้เติบโต 20-30% โดยรายได้ส่วนใหญ่ ยังคงเป็นการรับรู้รายได้จากโครงการโซลาร์โฮมเฟสแรกและเฟส 2 ขณะที่ช่วงปลายปีงานใหม่ที่นำเสนอต่อหน่วยงานภาครัฐนั้น จะได้ข้อสรุปและดำเนินการได้ปลายปีนี้ เพื่อที่จะรับรู้รายได้เข้ามาในปี 50 ต่อเนื่องจากโซลาร์โฮมเฟส 2 ที่จะจบลง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|