|

AMATAมั่นใจนิคมฯบียนหัวโต30%
ผู้จัดการรายวัน(13 มีนาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
AMATA มั่นใจนิคมฯ เบียนหัวที่เวียดนาม จะเติบโตได้ถึง 30% จากปี 48 หลังการเจรจาให้เกิด FTA ระหว่างเวียดนามกับญี่ปุ่น แจงทำเลเอื้อและคมนาคมสะดวก เผยเตรียมปรับราคาเพิ่มเล็กน้อย
นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ รองประธานอาวุโส บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชั่น จำกัด(มหาชน) (AMATA) เปิดเผยว่าขณะนี้นิคมอุตสาหกรรมอมตะ เบียนหัวที่เวียดนามจะยังเติบโตได้ 30% จากปี48 ซึ่งเป็นผลจากการจะเปิด FTA ระหว่างเวียดนามและญี่ปุ่นทำให้นิคมฯ ดังกล่าวได้ประโยชน์เนื่องจากนิคมอมตะ เบียนหัว อยู่ในทำเลที่คมนามคมสะดวกและอยู่ใกล้เมือง
“อมตะเบียนหัวโตเร็วมาก ถือว่าเป็นสิ่งที่ดี เพราะปี48 เขาก็สามารถอยู่ได้ด้วยตัวเองแล้ว โดยพบว่ามีกำไรสุทธิ 5.42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ปี48 มีกำไรสุทธิ 2.06 ล้านดอลลลาร์สหรัฐ ” นายวิบูลย์กล่าว
โดยคิดป็นอัตราการเติบโตถึง 163% ขณะที่มีกำไรขั้นต้นก็โตจนดันให้มาร์จิ้นปีนี้เพิ่มจากปีก่อนหน้าที่มี 44% เป็น 49% ผลดีที่เกิดขึ้นดังกล่าว เนื่องจากนิคมฯ แห่งนี้อยู่ใกล้เมืองมากที่สุด จึงได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการและนักลงทุนมาก และเป็นโอกาสที่ AMATA ตัดสินใจปรับราคาขายที่ดินที่เบียนหัวเพิ่มเล็กน้อย ซึ่งปี48 ขายพื้นที่ได้ 45 แปลง
ดังนั้น AMATA จึงคาดว่าผลจากการเกิด FTA นักลงทุนไต้หวัน ญี่ปุ่น เกาหลี ที่ต้องการเข้าไปยังแหล่งที่มีค่าแรงถูกมากกว่าไทย เมื่อมุ่งไปเวียดนามก็ยังมีทางเลือกที่จะลงทุนในเวียดนามได้ โดยไม่ต้องเสียลูกค้า เพราะหลายบริษัทที่มองว่าเรื่องค่าแรงจำเป็นก็เข้าสู่เวียดนาม โดยที่ยังใช้บริการในนิคมฯ ของ AMATA เช่นเดิม
อย่างไรก็ตาม ภาพรวมของ AMATA ปีนี้ 5,500 ล้านบาท จากการขายที่ดินเพิ่มเป็น 2 พันไร่ จากปีก่อนหน้าที่ขายได้ 1,400 ไร่ พร้อมกับเน้นการลดต้นทุนการดำเนินด้วยการควบคุมอย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นจากการเพิ่มขึ้นด้วย
สำหรับปีนี้ AMATA เตรียมงบลงทุนไว้ 1 พันล้านบาท ซึ่งเป็นงบลงทุนที่ใกล้เคียงกับปี48 เพื่อนำใช้ไปพัฒนาที่ดินก่อสร้างเพิ่มเติม รวมถึงลงทุนในธุรกิจใหม่ เพื่อให้มีบริษัทในเครือ 50 แห่งใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งปีนี้จะมีบริษัทในเครือเพิ่มอีก 15 แห่งรวมเป็น 30 แห่ง ซึ่งจะยังคงเป็นพันธมิตรที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับการพัฒนาที่ดินเพื่อขาย
นอกจากนี้ ยังพัฒนาระบบชลประทานซึ่งขณะนี้กำลังอยู่ระหว่างขุดบ่อกักเก็บน้ำ 2 แห่ง 35 ล้านคิวบนพื้นที่ 1,300 ไร่ ที่จะทำให้สามารถรองรับการใช้น้ำได้ถึง 1 ปีและเพื่อป้องกันปัญหาภาวการณ์ขาดแคลนน้ำ ขณะที่ได้ร่วมทุนผลิตกระแสไฟฟ้าที่ร่วมกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ด้วยสัดส่วน 13.77% ของงบลงทุน 1600 ล้านบาท และเข้าถือโดย บริษัท อมตะ พาวเวอร์ จำกัด ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 50 ด้วยกำลังการผลิต 55 เมกะวัตต์ อันจะส่งผลให้บริษัทประหยัดและลดต้นทุนการดำเนินงานเรื่องค่าไฟฟ้าได้
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|