|

"ปริญสิริ"ร่วมทุนนอกสัญชาติเอเชียเล็งขายหุ้นเพิ่มทุน20%คาดได้ข้อสรุปก่อน24เม.ย.
ผู้จัดการรายวัน(10 มีนาคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
"ปริญสิริ" ดึงทุนนอกสัญชาติเอเชียเสริมความแข็งเกร็ง คาดขายหุ้นเพิ่มทุนเกือบ 20% ขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาราคาซื้อ-ขายหุ้น คาดได้ข้อสรุปก่อนประชุมผู้ถือหุ้นในวันที่ 24 เมษายนนี้ แจงต้องการเม็ดเงินลงทุนเพิ่มและโนฮาวน์ในการพัฒนาตึกสูง ปี 50 ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากคอนโดฯ 20% จากปีนี้ตั้งเป้า 10%
นายชัยวัฒน์ โกวิทจินดาชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานบริหารโครงการ บริษัท ปริญสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงการเจรจาร่วมทุนกับพันธมิตรจำนวน 3-4 ราย เป็นบริษัทพัฒนาที่ดินในต่างประเทศในย่านเอเชีย อาทิ จีน, สิงคโปร์ และฮ่องกง เพื่อร่วมธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ โดยแนวทางการร่วมทุนอาจจะเป็นการขายหุ้นเพิ่มทุนประมาณ 10-20% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเจรจาในเรื่องของราคาซื้อ-ขายหุ้น คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนมีประชุมผู้ถือหุ้นวันที่ 24 เมษายนนี้ ปัจจุบันกลุ่มโกวิทจินดาชัยถือหุ้นจำนวน 76% ส่วนบริษัทที่ปรึกษาทางการเงินจะพิจารณาอีกครั้งว่าจำเป็นต้องใช้หรือไม่และจะใช้บริษัทอะไร ส่วนจะมีเม็ดเงินเข้ามาเท่าใดนั้นก็ขึ้นอยู่กับราคาที่จะตกลงเสนอขายกันได้
ส่วนสาเหตุที่บริษัทต้องการผู้ร่วมทุนเพิ่ม เนื่องจากต้องการเงินทุน เพื่อรองรับกับการขยายโครงการในช่วง 3-4 ปีหน้า ซึ่งตามแผนบริษัทต้องใช้เงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 5,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถือเป็นความจำเป็นเนื่องจากบริษัทต้องการเม็ดเงินใหม่ๆ เข้ามาเพื่อให้มีอัตราการเติบโตที่เร็วขึ้น นอกจากนี้ มองว่าการแข่งขันในธุรกิจอสังหาฯ จำเป็นต้องหาผู้ร่วมทุน เพื่อผนึกกำลังกันโต จะรอเติบโตเองก็เป็นไปได้ แต่อาจจะช้า เนื่องจากต้องการเงินทุนในการขยายธุรกิจเพิ่ม อีกทั้งบริษัทยังต้องการโนฮาวน์ของผู้ร่วมทุนที่จะเข้ามาใหม่ เพราะมีความเชี่ยวชาญในด้านการพัฒนาอาคารสูง โดยจะสามารถก่อสร้างได้รวดเร็วและประหยัดกว่าไทย
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาความไม่สงบทางการเมืองของไทยนั้น ทางกลุ่มทุนที่เข้ามาเจรจาไม่ได้มีท่าทีวิตกกังวลมากนัก เนื่องจากมองการลงทุนเป็นเรื่องระยะยาว ส่วนปัญหาทางการเมืองเป็นเรื่องระยะสั้น โดยในช่วงแรกของการร่วมทุน จะเป็นการใส่เงินเข้ามาในบริษัท หลังจากนั้นจะพิจารณาว่าควรนำเทคโนโลยีที่เป็นจุดเด่นของผู้ร่วมทุนเข้ามาเสริมซึ่งกันและกันโดยเฉพาะในการพัฒนาตึกสูง และอาจมีบางส่วนที่สามารถนำมาใช้กับแนวราบได้
สำหรับ แผนการดำเนินงานในปีนี้ เปิดโครงการทั้งหมด 11 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท และคาดว่าจะมียอดขาย 4,000 ล้านบาท ยอดรายรับรู้รายได้ 3,000 ล้านบาท โดยเป็นยอดรอรับรู้รายได้มาจากปี 2548 จำนวน 1,300 ล้านบาท ส่วนนโยบายการลงทุน ยังเน้นลงทุนในบ้านเดี่ยวทาวน์เฮาส์ระดับกลาง คิดเป็นสัดส่วนรายได้จากโครงการบ้านเดี่ยวระดับกลาง 60% ทาวน์เฮาส์ระดับกลาง 20% บ้านเดี่ยวระดับบน 10% และคอนโดมิเนียม 10%
"ส่วนแผนการลงทุนในปี 2550 นั้นจะต้องรอดูสถานการณ์ในปีนี้ว่าเศรษฐกิจจะเป็นไปในทิศทางใด เพราะที่ผ่านมามีความผันผวนสูง อย่างไรก็ตามบริษัทคาดว่าจะเพิ่มสัดส่วนโครงการคอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปีนี้" นายชัยวัฒน์กล่าว
นายชัยวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการพัฒนาคอนโดมิเนียมนั้น บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่ใน บนถนนราชปรารภ ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ บนเนื้อที่ 3 ไร่ พัฒนา 2 อาคาร สูง 33 ชั้นและ 24 ชั้น จำนวน 700 ยูนิต ราคายูนิตละประมาณ 1.7-1.8 ล้านบาท มูลค่าโครงการ 1,500 ล้านบาท คาดว่าจะสามารถเปิดขายได้ประมาณไตรมาส 3 ของปีนี้ ซึ่งในช่วงที่เปิดขายคาดว่าการก่อสร้างจะคืบหน้าไปแล้ว 80%
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|