จุฑามาศ" พลิกโฉมททท. ครั้งใหญ่ มุ่งสู่องค์กรการตลาดเชิงรุกสร้างความแตกต่างจากการบริหารยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง
ดึงหัวกระทิภาคเอกชนเข้าร่วมทีมที่ปรึกษา 18 คน อาทิ ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์,
ศุภลักษณ์ อัมพุช, เดช บุลสุข, กร จาติกวณิช หวังผนึกแรงสร้างพลังทางการตลาด
ตามแนวทางยกระดับไทยสู่มหานครแห่งการท่องเที่ยวของเอเชีย
นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผย "ผู้จัดการรายวัน"
ถึงการพลิกโฉมหน้าครั้งสำคัญของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปีหน้าว่า จะเปลี่ยนบทบาทองค์กรรัฐวิสาหกิจเข้าสู่องค์กรการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ
เพื่อทำการตลาดเชิงรุกด้านการท่องเที่ยวทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ
"เราได้เชิญภาคเอกชนเข้ามาร่วมเป็นทีมที่ปรึกษา โดยมีทั้งหมด 18 คน
ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีความพร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือประเทศ ในการกำหนดกลยุทธ์
และแนวทางการตลาดที่เชื่อว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าททท.ไปจากเดิมอย่างแน่นอน"
วัชระ ประสานงานหอการค้า
ทั้งนี้ ทีมที่ปรึกษาส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และมีผลงานที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จในภาคธุรกิจมาแล้ว
ประกอบด้วย ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์ กรรมการเลขานุการหอการค้าไทย และปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา
บริษัท เอ็มเอ็มซี สิทธิผล จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธิผล เซลส์
จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถ ยนต์มิตซูบิชิภายในประเทศ ส่วนตำแหน่งทางสังคมนั้น
เป็นประธานที่ปรึกษาประธานเอเปก, บอร์ดบีโอไอ, ประธานที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และการลงทุน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาห-กรรม เป็นต้น ทั้งนี้ดร.วัชระ จะช่วยงานด้านการ
ตลาด ซึ่งททท.มีแนวคิดที่จะบุกตลาดด้านองค์กร เพิ่มมากขึ้น จึงมั่นใจว่า
ดร.วัชระ จะสามารถให้ข้อมูลเรื่องของลูกค้าองค์กรได้ดี เพราะเป็นผู้ที่อยู่ในวงการนี้มานาน
โดยปัจจุบัน ดร.วัชระ มานั่งเป็นที่ปรึกษาได้ 2 เดือนแล้ว
"การโปรโมตการท่องเที่ยวจะต้องทำทั้งประเทศ ซึ่งหน่วยงานที่จะเป็นตัวประสานงานได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งก็คือหอการค้าจังหวัด
ซึ่งดร.วัชระ มีความเหมาะสมและมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับหอการค้าทุกจังหวัด
ซึ่งจะช่วยให้การ ประสานงานด้านการท่องเที่ยวมีความคล่องตัวมากขึ้น"
นางจุฑามาศ กล่าว
ศุภลักษณ์ ดูแลด้านชอปปิ้ง
สำหรับนางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารอาวุโส
เดอะมอลล์ กรุ๊ป และเป็นรองประธานคณะกรรมการ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเมนท์
จำกัด เป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการค้าปลีกมานานนับสิบปี ด้วยเป็นผู้บริหารศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์
ดิเอ็มโพเรียม และโครงการใหม่ที่จะเปิดให้บริการในปี 2548 คือ สยามพารากอน
นางสาวศุภลักษณ์ เป็นผู้รอบรู้ด้านการชอปปิ้ง ซึ่งที่ผ่านมาททท.ได้มีการโปรโมต
โครง การชอปปิ้ง สตรีท ที่ครั้งแรกจัดขึ้นในย่านสี่แยก ราชประสงค์ และได้ขยายพื้นที่จากสี่แยกปทุมวัน
ตั้งแต่ศูนย์การค้ามาบุญครอง ไปจนถึงดิเอ็มโพเรียม สุขุมวิท ซอย 24 รวมทั้งโครงการอะเมซิ่ง
ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลส์ ที่ทุกห้างจะพร้อมใจกับลดราคาสินค้าในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่
ด้วย
นางจุฑามาศ กล่าวว่า ไม่เพียงการทำเรื่องการชอปปิ้ง เพื่อกระตุ้นให้คนเข้ามาซื้อสินค้าในประเทศเท่านั้น
แต่ททท.กับภาคเอกชนยังมีแผนระยะยาว ที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการชอปปิ้งที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก
โดยจะนำเสนอ รัฐบาลเพื่อปรับโครงสร้างภาษีสินค้าแบรนด์เนม ที่นำเข้าจากต่างประเทศใหม่
เพื่อให้ราคาที่จำหน่ายในประเทศไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้
นอกจากนี้ ยังต้องช่วยสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เกิดความรู้สึกให้ได้ว่าหากต้องการชอปปิ้ง
จะต้องเดินทางมาซื้อสินค้าที่ประเทศไทย
ทั้งนี้ในระยะสองเดือนที่ผ่านมา นางสาวศุภลักษณ์ มักจะนำเสนอแนวคิดด้านการท่องเที่ยวกับสื่อมวลชนอยู่เสมอ
โดยเฉพาะการหาข้อมูลด้านโครงสร้างภาษีสินค้านำเข้า ที่เป็นสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง
เปรียบเทียบกับเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อให้ทางกระทรวงการคลังนำไปพิจารณาในการปรับโครงสร้างภาษีสินค้านำเข้าของไทยได้ลดลง
กร ดูแลสิ่งแวดล้อม
นางจุฑามาศ กล่าวอีกว่า นอกจากงานด้าน ชอปปิ้งแล้ว การรักษาสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยวของไทย
ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ทีมที่ปรึกษาในชุดนี้ ได้ นายกร จาติกวณิช
กรรม การอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เจพี มอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านความคิดและการประสานงาน
โดยเฉพาะในเรื่องการเงิน และการสนใจด้านสิ่งแวด ล้อมเป็นอย่างมาก จะช่วยให้การนำเสนอแนว
คิดด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะแนวทางการอนุรักษ์และรักษาสถานที่ท่องเที่ยวของไทย
"เราตระหนักดีเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะนั่นหมายถึงการทำลายประเทศด้วย
แต่การจะรักษาสิ่งแวดล้อมได้นั้น จะเป็นต้องอาศัย คนที่มีมุมมองเข้าไปพัฒนา
เพื่อให้มันคงอยู่และสวยงามตลอดไป ซึ่งคุณกรเขามีแง่คิดที่น่าสนใจมาก"
ศุภเดช เก่งเรื่องเรือ
สำหรับทีมที่ปรึกษาอีกคนหนึ่งที่คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการทำกิจกรรมใหญ่ของททท.
ในปีหน้าก็คือ นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ รองประ ธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม
บี เค ดีเวลล็อป-เมนท์ จำกัด เจ้าของศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งเป็นผู้มีความรอบรู้และสนใจเรื่องเรือเป็น
พิเศษ ทั้งนี้ททท.มีโครงการที่จะจัดกิจกรรมโบทโชว์ครั้งใหญ่เป็นประจำทุกปี
เช่นเดียวกับการจัดงานมอร์เตอร์โชว์ในต่างประเทศ เนื่องจากททท.เห็นว่าประเทศไทยมีจุดเด่นที่มีทะเลยาวนับพันกิโลเมตร
ภายในงานจะมีทั้งการแสดงเรือยอร์จ อุปกรณ์ตกแต่งเรือ อะไหล่ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่เข้ามาชมงานก็มักจะเป็นมหาเศรษฐี
"ผลพวงจากการจัดงานโบทโชว์นั้น พบว่าบรรดาภรรยาที่ติดตามสามีมาชมเรือที่เมืองไทย
จะนิยมซื้อเครื่องเพชร เครื่องประดับเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้เราได้เงินจากทั้งสองธุรกิจในคราวเดียวกัน"
เดช บุลสุข รับอาสาพีอาร์เมืองไทย
สำหรับนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่ง ที่ถูกจัดให้อยู่ในทีมที่ปรึกษาของผู้ว่าททท.
ก็คือ นายเดช บุลสุข ประธานกรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด เจ้าของร้านแมคโดนัลด์ในประเทศไทย
ที่จะช่วยด้านการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านเครือข่ายร้านแมคโดนัลด์ทั่วโลก
ซึ่งในปัจจุบันนายเดช ก็ได้นำโปรเตอร์เกี่ยวกับประ เทศไทย ไปติดในร้านแมคโดนัลด์ในต่างประเทศ
บ้างแล้ว
นอกจากนี้นางจุฑามาศ ยังเห็นว่า นายเดช มีความสนใจเรื่องดนตรีเป็นพิเศษ
และมีการผลิตซีดีเพลงบรรเลงเพลงที่สะท้อนอารมณ์ของความเป็นไทยได้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยการจัดกิจกรรมด้านดนตรีระดับประเทศได้
"คุณเดชเป็นคนที่มีครีเอทีฟสูงมาก และจัดเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่หาตัวจับยาก
การเข้ามาช่วยงานททท. เพียงเฉพาะการนำโปสเตอร์ของไทยไปติดที่ร้านแมคโดนัลด์ทั่วโลกก็คุ้มค่ามากแล้ว"
นางจุฑามาศ กล่าว
นางจุฑามาศ กล่าวว่า การนำภาคเอชนเข้า มาร่วมในครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนๆที่ผ่านมา
ซึ่งสมัยก่อนการร่วมมือกับภาคเอกชน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม ทัวร์
และสายการบิน ซึ่งธุรกิจเหล่านี้จะเน้นเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว ที่ททท.จะต้องช่วยดึงนำเข้าประเทศ
ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่พอใจ เมื่อททท.ขอความร่วมมือเรื่องการลดราคา ก็ลังเล ทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย
เป็นไปอย่างล่าช้า
"เราต้องการคนที่แอกเกรซซีพ จะเห็นได้ว่าคนที่เข้ามาเป็นทีมที่ปรึกษาและเป็นผู้สืบ
ทอดธุรกิจของตระกูล ที่สำคัญทุกคนมีความคิดและความพร้อมที่จะทำงานด้านท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด
และเราได้แนวคิดใหม่ๆจากคนเหล่านี้อย่างมากมาย"
นางจุฑามาศ กล่าวว่า ทีมที่ปรึกษากลุ่มนี้จะช่วยขยายฐานลูกค้าของททท.ได้อย่างมาก
จากเดิมที่ททท.ทำกิจกรรม ก็เน้นลูกค้ากลุ่ม เดิมๆ เมื่อมาเที่ยวเมืองไทยแล้วก็มีกิจกรรม
ซ้ำๆ ทำให้ตลาดท่องเที่ยวของไทยไม่ขยายตัว แต่ทีมที่ปรึกษาจะช่วยขยายตลาด
ทั้งการดึง ลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามา การจัดกิจกรรมที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน
รวมทั้งการคิดวิธีทำการตลาด แนวใหม่ที่คุ้มค่ากว่า การโฆษณาในต่างประเทศ
แบบเดิมๆที่ใช้เงินมาก เชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดก็ช่วยทำให้นักท่องเที่ยวสนใจเมืองไทยมากขึ้น
สำหรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรในครั้งนี้ นางจุฑามาศ กล่าวว่า มีความหนักใจพอสมควร
เนื่องจากมีคนในททท.บางคนที่ต่อต้าน เพราะคิดว่าการทำการตลาดแบบเดิมนั้นดีอยู่แล้ว
ซึ่งในความเห็นของตนนั้นเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ททท.จะต้องเปลี่ยนแปลง ต้องทำงานเชิงรุก
ทั้งการสร้างอิมเมจและการดึงคนเข้าประเทศไปพร้อมๆกัน ถ้าเราทำสำเร็จเชื่อว่าในที่สุดแล้ว
ไทยจะกลายเป็นมหานครทางด้านการท่องเที่ยวของเอเชีย