พลิกโฉมหน้าททท. ตังกุนซือ18คนดัง


ผู้จัดการรายวัน(25 ธันวาคม 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

จุฑามาศ" พลิกโฉมททท. ครั้งใหญ่ มุ่งสู่องค์กรการตลาดเชิงรุกสร้างความแตกต่างจากการบริหารยุคก่อนอย่างสิ้นเชิง ดึงหัวกระทิภาคเอกชนเข้าร่วมทีมที่ปรึกษา 18 คน อาทิ ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์, ศุภลักษณ์ อัมพุช, เดช บุลสุข, กร จาติกวณิช หวังผนึกแรงสร้างพลังทางการตลาด ตามแนวทางยกระดับไทยสู่มหานครแห่งการท่องเที่ยวของเอเชีย

นางจุฑามาศ ศิริวรรณ ผู้ว่าการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เปิดเผย "ผู้จัดการรายวัน" ถึงการพลิกโฉมหน้าครั้งสำคัญของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยในปีหน้าว่า จะเปลี่ยนบทบาทองค์กรรัฐวิสาหกิจเข้าสู่องค์กรการตลาดอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อทำการตลาดเชิงรุกด้านการท่องเที่ยวทั้งในระดับประเทศ และระดับนานาชาติ

"เราได้เชิญภาคเอกชนเข้ามาร่วมเป็นทีมที่ปรึกษา โดยมีทั้งหมด 18 คน ซึ่งบุคคลเหล่านี้มีความพร้อมที่จะเข้ามาช่วยเหลือประเทศ ในการกำหนดกลยุทธ์ และแนวทางการตลาดที่เชื่อว่าจะเปลี่ยนโฉมหน้าททท.ไปจากเดิมอย่างแน่นอน"

วัชระ ประสานงานหอการค้า

ทั้งนี้ ทีมที่ปรึกษาส่วนใหญ่จะเป็นบุคคลนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง และมีผลงานที่โดดเด่นและประสบความสำเร็จในภาคธุรกิจมาแล้ว ประกอบด้วย ดร.วัชระ พรรณเชษฐ์ กรรมการเลขานุการหอการค้าไทย และปัจจุบันยังดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา บริษัท เอ็มเอ็มซี สิทธิผล จำกัด และกรรมการผู้จัดการ บริษัท สิทธิผล เซลส์ จำกัด ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายรถ ยนต์มิตซูบิชิภายในประเทศ ส่วนตำแหน่งทางสังคมนั้น เป็นประธานที่ปรึกษาประธานเอเปก, บอร์ดบีโอไอ, ประธานที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และการลงทุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาห-กรรม เป็นต้น ทั้งนี้ดร.วัชระ จะช่วยงานด้านการ ตลาด ซึ่งททท.มีแนวคิดที่จะบุกตลาดด้านองค์กร เพิ่มมากขึ้น จึงมั่นใจว่า ดร.วัชระ จะสามารถให้ข้อมูลเรื่องของลูกค้าองค์กรได้ดี เพราะเป็นผู้ที่อยู่ในวงการนี้มานาน โดยปัจจุบัน ดร.วัชระ มานั่งเป็นที่ปรึกษาได้ 2 เดือนแล้ว

"การโปรโมตการท่องเที่ยวจะต้องทำทั้งประเทศ ซึ่งหน่วยงานที่จะเป็นตัวประสานงานได้ดีที่สุดแห่งหนึ่งก็คือหอการค้าจังหวัด ซึ่งดร.วัชระ มีความเหมาะสมและมีความสัมพันธ์ที่ดีมากกับหอการค้าทุกจังหวัด ซึ่งจะช่วยให้การ ประสานงานด้านการท่องเที่ยวมีความคล่องตัวมากขึ้น" นางจุฑามาศ กล่าว

ศุภลักษณ์ ดูแลด้านชอปปิ้ง

สำหรับนางสาวศุภลักษณ์ อัมพุช ซึ่งปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารอาวุโส เดอะมอลล์ กรุ๊ป และเป็นรองประธานคณะกรรมการ บริษัท สยามพารากอน ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการค้าปลีกมานานนับสิบปี ด้วยเป็นผู้บริหารศูนย์การค้าและห้างสรรพสินค้าเดอะมอลล์ ดิเอ็มโพเรียม และโครงการใหม่ที่จะเปิดให้บริการในปี 2548 คือ สยามพารากอน

นางสาวศุภลักษณ์ เป็นผู้รอบรู้ด้านการชอปปิ้ง ซึ่งที่ผ่านมาททท.ได้มีการโปรโมต โครง การชอปปิ้ง สตรีท ที่ครั้งแรกจัดขึ้นในย่านสี่แยก ราชประสงค์ และได้ขยายพื้นที่จากสี่แยกปทุมวัน ตั้งแต่ศูนย์การค้ามาบุญครอง ไปจนถึงดิเอ็มโพเรียม สุขุมวิท ซอย 24 รวมทั้งโครงการอะเมซิ่ง ไทยแลนด์ แกรนด์ เซลส์ ที่ทุกห้างจะพร้อมใจกับลดราคาสินค้าในช่วงก่อนเทศกาลปีใหม่ ด้วย

นางจุฑามาศ กล่าวว่า ไม่เพียงการทำเรื่องการชอปปิ้ง เพื่อกระตุ้นให้คนเข้ามาซื้อสินค้าในประเทศเท่านั้น แต่ททท.กับภาคเอกชนยังมีแผนระยะยาว ที่จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการชอปปิ้งที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก โดยจะนำเสนอ รัฐบาลเพื่อปรับโครงสร้างภาษีสินค้าแบรนด์เนม ที่นำเข้าจากต่างประเทศใหม่ เพื่อให้ราคาที่จำหน่ายในประเทศไทยสามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้

นอกจากนี้ ยังต้องช่วยสร้างการรับรู้ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติ เกิดความรู้สึกให้ได้ว่าหากต้องการชอปปิ้ง จะต้องเดินทางมาซื้อสินค้าที่ประเทศไทย

ทั้งนี้ในระยะสองเดือนที่ผ่านมา นางสาวศุภลักษณ์ มักจะนำเสนอแนวคิดด้านการท่องเที่ยวกับสื่อมวลชนอยู่เสมอ โดยเฉพาะการหาข้อมูลด้านโครงสร้างภาษีสินค้านำเข้า ที่เป็นสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง เปรียบเทียบกับเมืองท่องเที่ยวทั่วโลก เพื่อให้ทางกระทรวงการคลังนำไปพิจารณาในการปรับโครงสร้างภาษีสินค้านำเข้าของไทยได้ลดลง

กร ดูแลสิ่งแวดล้อม

นางจุฑามาศ กล่าวอีกว่า นอกจากงานด้าน ชอปปิ้งแล้ว การรักษาสิ่งแวดล้อมในสถานที่ท่องเที่ยวของไทย ก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญ ทีมที่ปรึกษาในชุดนี้ ได้ นายกร จาติกวณิช กรรม การอำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เจพี มอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีความพร้อมทั้งด้านความคิดและการประสานงาน โดยเฉพาะในเรื่องการเงิน และการสนใจด้านสิ่งแวด ล้อมเป็นอย่างมาก จะช่วยให้การนำเสนอแนว คิดด้านสิ่งแวดล้อมของประเทศมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเฉพาะแนวทางการอนุรักษ์และรักษาสถานที่ท่องเที่ยวของไทย

"เราตระหนักดีเรื่องการทำลายสิ่งแวดล้อม เพราะนั่นหมายถึงการทำลายประเทศด้วย แต่การจะรักษาสิ่งแวดล้อมได้นั้น จะเป็นต้องอาศัย คนที่มีมุมมองเข้าไปพัฒนา เพื่อให้มันคงอยู่และสวยงามตลอดไป ซึ่งคุณกรเขามีแง่คิดที่น่าสนใจมาก"

ศุภเดช เก่งเรื่องเรือ

สำหรับทีมที่ปรึกษาอีกคนหนึ่งที่คาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในการทำกิจกรรมใหญ่ของททท. ในปีหน้าก็คือ นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ รองประ ธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม บี เค ดีเวลล็อป-เมนท์ จำกัด เจ้าของศูนย์การค้ามาบุญครอง ซึ่งเป็นผู้มีความรอบรู้และสนใจเรื่องเรือเป็น พิเศษ ทั้งนี้ททท.มีโครงการที่จะจัดกิจกรรมโบทโชว์ครั้งใหญ่เป็นประจำทุกปี เช่นเดียวกับการจัดงานมอร์เตอร์โชว์ในต่างประเทศ เนื่องจากททท.เห็นว่าประเทศไทยมีจุดเด่นที่มีทะเลยาวนับพันกิโลเมตร ภายในงานจะมีทั้งการแสดงเรือยอร์จ อุปกรณ์ตกแต่งเรือ อะไหล่ เป็นต้น ซึ่งผู้ที่เข้ามาชมงานก็มักจะเป็นมหาเศรษฐี

"ผลพวงจากการจัดงานโบทโชว์นั้น พบว่าบรรดาภรรยาที่ติดตามสามีมาชมเรือที่เมืองไทย จะนิยมซื้อเครื่องเพชร เครื่องประดับเป็นอย่างมาก ซึ่งจะทำให้เราได้เงินจากทั้งสองธุรกิจในคราวเดียวกัน" เดช บุลสุข รับอาสาพีอาร์เมืองไทย

สำหรับนักธุรกิจที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่ง ที่ถูกจัดให้อยู่ในทีมที่ปรึกษาของผู้ว่าททท. ก็คือ นายเดช บุลสุข ประธานกรรมการ บริษัท แมคไทย จำกัด เจ้าของร้านแมคโดนัลด์ในประเทศไทย ที่จะช่วยด้านการประชาสัมพันธ์ประเทศไทยผ่านเครือข่ายร้านแมคโดนัลด์ทั่วโลก ซึ่งในปัจจุบันนายเดช ก็ได้นำโปรเตอร์เกี่ยวกับประ เทศไทย ไปติดในร้านแมคโดนัลด์ในต่างประเทศ บ้างแล้ว

นอกจากนี้นางจุฑามาศ ยังเห็นว่า นายเดช มีความสนใจเรื่องดนตรีเป็นพิเศษ และมีการผลิตซีดีเพลงบรรเลงเพลงที่สะท้อนอารมณ์ของความเป็นไทยได้ ซึ่งจะมีส่วนช่วยการจัดกิจกรรมด้านดนตรีระดับประเทศได้

"คุณเดชเป็นคนที่มีครีเอทีฟสูงมาก และจัดเป็นนักประชาสัมพันธ์ที่หาตัวจับยาก การเข้ามาช่วยงานททท. เพียงเฉพาะการนำโปสเตอร์ของไทยไปติดที่ร้านแมคโดนัลด์ทั่วโลกก็คุ้มค่ามากแล้ว" นางจุฑามาศ กล่าว

นางจุฑามาศ กล่าวว่า การนำภาคเอชนเข้า มาร่วมในครั้งนี้ต่างจากครั้งก่อนๆที่ผ่านมา ซึ่งสมัยก่อนการร่วมมือกับภาคเอกชน ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มธุรกิจโรงแรม ทัวร์ และสายการบิน ซึ่งธุรกิจเหล่านี้จะเน้นเรื่องจำนวนนักท่องเที่ยว ที่ททท.จะต้องช่วยดึงนำเข้าประเทศ ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่พอใจ เมื่อททท.ขอความร่วมมือเรื่องการลดราคา ก็ลังเล ทำให้การพัฒนาการท่องเที่ยวของไทย เป็นไปอย่างล่าช้า

"เราต้องการคนที่แอกเกรซซีพ จะเห็นได้ว่าคนที่เข้ามาเป็นทีมที่ปรึกษาและเป็นผู้สืบ ทอดธุรกิจของตระกูล ที่สำคัญทุกคนมีความคิดและความพร้อมที่จะทำงานด้านท่องเที่ยวอย่างเห็นได้ชัด และเราได้แนวคิดใหม่ๆจากคนเหล่านี้อย่างมากมาย"

นางจุฑามาศ กล่าวว่า ทีมที่ปรึกษากลุ่มนี้จะช่วยขยายฐานลูกค้าของททท.ได้อย่างมาก จากเดิมที่ททท.ทำกิจกรรม ก็เน้นลูกค้ากลุ่ม เดิมๆ เมื่อมาเที่ยวเมืองไทยแล้วก็มีกิจกรรม ซ้ำๆ ทำให้ตลาดท่องเที่ยวของไทยไม่ขยายตัว แต่ทีมที่ปรึกษาจะช่วยขยายตลาด ทั้งการดึง ลูกค้ากลุ่มใหม่เข้ามา การจัดกิจกรรมที่แปลกใหม่ที่ไม่เคยทำมาก่อน รวมทั้งการคิดวิธีทำการตลาด แนวใหม่ที่คุ้มค่ากว่า การโฆษณาในต่างประเทศ แบบเดิมๆที่ใช้เงินมาก เชื่อว่าอย่างน้อยที่สุดก็ช่วยทำให้นักท่องเที่ยวสนใจเมืองไทยมากขึ้น

สำหรับการเปลี่ยนแปลงองค์กรในครั้งนี้ นางจุฑามาศ กล่าวว่า มีความหนักใจพอสมควร เนื่องจากมีคนในททท.บางคนที่ต่อต้าน เพราะคิดว่าการทำการตลาดแบบเดิมนั้นดีอยู่แล้ว ซึ่งในความเห็นของตนนั้นเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ททท.จะต้องเปลี่ยนแปลง ต้องทำงานเชิงรุก ทั้งการสร้างอิมเมจและการดึงคนเข้าประเทศไปพร้อมๆกัน ถ้าเราทำสำเร็จเชื่อว่าในที่สุดแล้ว ไทยจะกลายเป็นมหานครทางด้านการท่องเที่ยวของเอเชีย



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.