เหล้าเฮโลรับเลือกตั้ง-สงกรานต์เอเย่นต์เริ่มสต๊อกคาดตลาดโต10%


ผู้จัดการรายวัน(3 มีนาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ค่ายน้ำเมาเฮโลเดือนเมษายน รับนิสงส์ยุบสภาเลือกตั้งใหม่-สงกรานต์ กระพือ 2 สัปดาห์ ตลาดน้ำเมาโต 10% โดยเฉพาะคอทองแดงภูธรตลาดใหญ่ เอเยนต์เริ่มสต็อกสินค้า ระบุสถานการณ์เมืองไม่นิ่งไม่กระทบตลาดรวม เดินหน้าอัดฉีด 50 ล้านบาท ยกระดับภาพลักษณ์แม่โขงโกอินเตอร์ ล่าสุดสานกิจกรรม “แม่โขง ไทย รัม คอกเทล คอนเทสต์ 2006”ปีที่สอง สิ้นปีกวาดยอด 2,000 ล้านบาท โต 4-5%

นายวิโรจน์ จันทรโมลี รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ผู้ดูแลการตลาดและจัดจำหน่ายสุราแม่โขง เปิดเผยว่า ผลจากการที่รัฐบาลชุดพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาลง และประกาศให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรใหม่ในวันที่ 2 เมษายน นี้ ซึ่งคาดว่าในช่วงระยะสั้นๆ ก่อนหรือหลังการตั้งประมาณ 2 สัปดาห์ ตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์โดยรวมจะมีอัตราการเติบโต 10 % โดยการเติบโตส่วนใหญ่จะมาจากตลาดต่างจังหวัดเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกต่อเนื่องในเดือนเดียวกัน ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ไทย หรือวันสงกรานต์ระหว่างวันที่ 13- 15 เมษายน นี้ ยิ่งสร้างตลาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีความคึกคักมากขึ้น

ปัจจัยทางด้านการเมืองที่ไม่นิ่งในขณะนี้ เชื่อว่าจะไม่ได้ส่งผลกระทบหรือทำให้สภาพตลาดเหล้าสีไทยมูลค่า 5,000 ล้านบาท ขยายตัวหรือหดตัว โดยปีนี้ยังคงมีอัตราการเติบโตเท่ากับปีที่ผ่านมา คือ 4-5% ขณะที่ในช่วงเลือกตั้งตลาดเหล้าไทย ไม่ได้มีอัตราการเติบโตแบบหวือหวามากนัก แต่ในต่างจังหวัดซึ่งเหล้าไทยมีฐานลูกค้าอยู่มาก คาดว่าจะคึกคักและได้รับการตอบรับที่ดี อย่างไรก็ตามบริษัทคงไม่ได้มุ่งหวังทำตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขายจากการเลือกตั้งมากนัก โดยจะปล่อยให้เป็นไปตามสภาพตลาดมากกว่า ซึ่งขณะนี้เอเยนต์ตลาดต่างจังหวัดได้เริ่มสั่งสินค้าสต็อกไว้เพื่อรองรับในเดือนเมษายนนี้แล้ว

สำหรับแนวทางการตลาดแม่โขงปีนี้ทุ่มงบ 50 ล้านบาท ยกระดับภาพลักษณ์แม่โขงให้เป็นตราสินค้าที่มีความทันสมัยอย่างต่อเนื่อง ภายใต้กลยุทธ์การแนะนำสินค้าในรูปแบบ “สูตรคอกเทล”ผ่านการผลักดันโดยผสมเหล้าแม่โขงเหล้ารัมของไทย ซึ่งปีนี้สานต่อกิจกรรม “ แม่โขง ไทย รัม คอกเทล คอนเทสต์ 2006” จัดประกวดผสมสูตรคอกเทล ขึ้นเป็นปีที่ 2 จากนั้นจะนำสูตรค็อกเทลโปรโมตตามสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญต่างๆ เนื่องจากกลุ่มเป้าหมายของแม่โขงวางไว้เป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งปีนี้ได้เตรียมจัดโปรโมตสูตรคอกเทล ที่ภาคใต้ ภูเก็ต และสมุย หลังจากที่ผ่านมาจัดกิจกรรมที่ พัทยา และเชียงใหม่เป็นหลัก นอกจากนี้ยังได้เตรียมปรับบรรจุภัณฑ์ โลโก้ของแม่โขงให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น

นายวิโรจน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า การจัดการแข่งขันผสมคอกเทล ถือเป็นการโฆษณาประชาสัมพันธ์ยกระดับภาพลักษณ์แม่โขงไปสู่ระดับอินเตอร์มากยิ่งขึ้น เพราะเป้าหมายการทำตลาดแม่โขง ต้องการขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะในเซาท์อีสเอเชีย ซึ่งปีนี้บริษัทจะเริ่มทำตลาดอย่างจริงจังมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ได้จัดตั้ง บริษัท อินเตอร์เบฟ ที่ ฮ่องกง ขึ้นเมื่อปีที่ผ่านมา เพื่อดูแลการทำตลาดต่างประเทศเป็นหลัก ซึ่งรูปแบบการทำตลาดต่างประเทศแม่โขงจะเน้นสูตรคอกเทลเหล้ารัมไทยของแม่โขง เจาะผ่านทางโรงแรม ร้านอาหาร จากปัจจุบันแม่โขงทำตลาดในเซาท์อีสเอเชียไม่กี่ประเทศ ได้แก่ เวียดนาม กัมพูชา

“การทำตลาดต่างประเทศเราจะใช้แม่โขงและเบียร์ช้างขยายตลาดควบคู่กัน หากประเทศไหนมีศักยภาพที่จะทำตลาดเบียร์ได้ ก็จะขยายเบียร์ไปด้วย ซึ่งขณะนี้แม่โขงเริ่มวางจำหน่ายร้านอาหารต่างประเทศ 2,000 แห่ง ซึ่งหากบริษัทสามารถขยายตลาดได้ถึง 10 ประเทศได้ถือว่าเป็นที่น่าพอใจแล้ว อย่างไรก็ตาม แม้ว่าเราจะยกระดับภาพลักษณ์แม่โขงให้ดูมีความทันสมัยแล้ว แม่โขงก็ยังคงขายกลิ่นไอความเป็นไทยอยู่ ซึ่งกิจกรรมที่ผ่านมา เราจะเน้นสื่อถึงวัฒนธรรมไทย เช่น การแข่งเรือยาว มหกรรมกีฬาไทย ทั้งนี้เพื่อสะท้อนถึงความเป็นเหล้าโลคัล”

สำหรับรายได้แม่โขงปีนี้ตั้งเป้า 2,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 4-5% ขณะที่ยอดขายในเชิงปริมาณ ปีนี้ตั้งเป้า 1.8 ล้านลัง แบ่งเป็นรายได้จากการส่งออก 2-3% โดยปัจจุบันแม่โขงมีส่วนแบ่งตลาด 40% จากมูลค่าตลาด 5,000 ล้านบาท ขณะที่แสงโสมสินค้าในเครือไทยเบฟฯเป็นผู้นำตลาด


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.