Lamptitude The Beautiful of Life

โดย อรวรรณ บัณฑิตกุล
นิตยสารผู้จัดการ( มีนาคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

ผู้คนที่ขับรถผ่านซอยทองหล่อ 7-9 ในตอนกลางคืนต้องเหลียวมาดูไฟสีน้ำเงินกระจ่างใส ที่สะท้อนมาจากร้านขายโคมไฟ "แลมป์ติจูด"

ไอเดียที่บรรเจิดของดีไซเนอร์ สามารถทำให้ร้านขายโคมไฟข้างถนนโดดเด่นขึ้นมาโดนความรู้สึกจนหลายคนต้องหาที่จอดรถ เพื่อเข้าไปสัมผัสกับโคมไฟรูปร่างแปลกตา ราวกับงานศิลปะหลากหลาย ซึ่งอยู่ในอาคารพาณิชย์สูง 4 ชั้น

ชั้นล่างพื้นที่ถูกแบ่งครึ่งกับร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ทำให้ ดีไซน์หน้าร้านได้เพียงโคมไฟรูปร่างแปลกแค่ 3-4 อัน ถัดไป เป็นบันไดขึ้นชั้นลอย ซึ่งเป็นออฟฟิศ ชั้น 2 เป็นโคมไฟที่เน้นการดีไซน์แบบทันสมัย เอาใจคนรุ่นใหม่ที่ชอบอะไรที่ไม่เหมือนเดิม ชั้น 3 เป็นโปรดักส์ที่เน้นไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ใหญ่ขึ้นส่วนชั้น 4 ดีไซน์เป็นบ้านทั้งหลัง ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ และไฟ เป็นตัวอย่างให้ลูกค้าได้เยี่ยมชม

ทุกชั้นให้ความสำคัญในการจัดวาง มีการเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ดีไซน์แปลกๆ มาวางโชว์ด้วยเพื่อให้ลูกค้าได้รู้ว่าปัจจุบันเทรนด์ของเฟอร์นิเจอร์เป็นอย่างไร ไปกันได้กับดวงไฟแบบไหน และใครสนใจเฟอร์นิเจอร์ตัวไหนสามารถขอซื้อกลับบ้านไปด้วยเลยก็ได้

โคมไฟกลมๆ ดวงเดียวที่ดูธรรมดา แต่พอเอามาเรียง กันหลายๆ ดวง กลับสวย และแปลกตาขึ้น อีกมุมหนึ่งมีโคมไฟรูปหินที่นำเข้าจากฮ่องกง ห้อยระย้าลงมาจากเพดาน รวมทั้งมุมที่จัดโชว์โคมไฟที่เล่นแสงแบบอินไดเร็กต์ คือไม่เห็น ตัวหลอดไฟแต่แสงจะสะท้อนผนังขึ้นมา ซึ่งกำลังได้รับความ นิยม

สาธิต ก่อกูลเกียรติ เถ้าแก่วัยเพียง 27 ปี เจ้าของร้านเล่าให้ "ผู้จัดการ" ฟังว่า การตกแต่งร้านนี้ลงตัวที่สุด เป็นการรวบรวมประสบ การณ์ที่ได้จากสาขาแรกบนถนนพระราม 9 ซึ่งเป็นบ้าน 2 ชั้น ดีไซน์ ให้เปิดโล่ง สว่างจ้า เพื่อโชว์โคมไฟจำนวนมากภายในอย่างเต็มที่ แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ ทำให้ลูกค้าที่แวะเข้ามาในตอนกลางวัน ไม่สามารถ จินตนาการถึงแสงไฟที่จะเกิดขึ้นในเวลากลางคืนได้

"ทำอย่างไรทำให้ห้องที่เข้ามาค่อนข้างมืด หรือดูสลัว เพื่อลูกค้า แวะมาดูตอนไหนก็เห็นภาพ แต่การปิดร้านให้มืดทึบจะทำให้ร้านไม่เด่น เป็นโจทย์ที่ผมต้องตีให้แตก เพราะการที่ได้มาอยู่บนถนนเส้นนี้ ซึ่งเป็นแหล่งรวมของบรรดาสถาปนิกและดีไซเนอร์ สินค้าเราต้องกระชากใจพวกเขา เราจำเป็นต้องเอาโอกาสตรงนี้มาช่วยโฆษณาตัวเองด้วย"

รูปแบบที่ออกมาก็คือ ชั้นบนของตึกจะกั้นผนังไว้ด้านนอกฉาบปูน ทาด้วยสีน้ำเงิน เปิดไฟนีออนข้างล่างให้สะท้อนขึ้นไป แสงสะท้อนจะโดดเด่นไปทั่วบริเวณ และแขวนโชว์โคมไฟด้านนอกเพียงบางส่วน ซึ่งสาธิตบอกว่าจะเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ 4-5 เดือนครั้ง เพื่อให้เป็นลูกเล่นที่สนุกสนาน และมีสีสันดึงดูดความสนใจของผู้คน

ภายในเป็นห้องทึบเพื่อโชว์แสงไฟแต่ละดวง มีทั้งสินค้านำเข้า และสินค้าที่ผลิตในประเทศ โดยมีให้เลือกตั้งแต่ราคาชิ้นละ 1,000 บาท ขึ้นไปถึง 10,000 บาท

แลมป์ติจูด สาขาแรกเปิดเมื่อปี 2547 หลังจากนั้นก็ทยอยเปิดเพิ่มขึ้นมาอีก 3 สาขา คือที่พัทยา เชียงใหม่ และล่าสุดคือสาขาทองหล่อ สาธิตหวังว่าอีกไม่นานเขาจะขายแฟรนไชส์ของร้านนี้ไปต่างประเทศด้วย โดยใช้งานของกรมส่งเสริมการส่งออกในเดือนมีนาคม 2549 นี้เป็นการเปิดตัว

ประสบการณ์ที่เขาได้มาจากครอบครัวที่ทำธุรกิจโคมไฟ เจ้าของยี่ห้อแพมโก้ มานานถึง 20 ปี กับปริญญาโทด้านการตลาดที่ศศินทร์ และมีเงินทุนกองอยู่แล้ว ผนวกรวมกับความกล้าที่จะทำอะไรใหม่ๆ ทำให้เขามั่นใจว่า ธุรกิจชิ้นนี้จะไปได้ดีกับวิถีชีวิตของคนเมืองที่เปลี่ยนไป


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.