บอกซ์ฯควบหุ้นบีเอ็นทีเสริมทัพสยายปีกบันเทิงเต็มสูบกวาด400ล.


ผู้จัดการรายวัน(24 กุมภาพันธ์ 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

บอกซ์ออฟฟิศมั่นใจศักยภาพแข็งแกร่งขึ้น หลังแลกหุ้นกันระหว่างบีเอ็นทีกับบอกซ์ออฟฟิศ จำนวน 40% เผยเป็นดีลที่วินวินทั้งคู่ เตรียมส่งคนเข้าเป็นบอร์ดบีเอ็นที ยันทั้งสองบริษัทฯไม่เปลี่ยนแปลงทีมบริหาร เผยบีเอ็นทีทุ่มเงินซื้อตึกพาต้ารามคำแหงเก่า เตรียมโยกออฟฟิศไปอยู่ร่วมกัน ตั้งเป้าปีนี้รายได้บอกซ์ออฟฟิศ 400 ล้านบาท

นายสยามรัศมิ์ เลาหสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท บอกซ์ ออฟฟิศ เอนเทอร์เทนเมนท์ จำกัด เปิดเผยว่า แผนการเข้าตลาดหลักทรัพย์ของบริษัทฯยังคงเดินหน้าต่อ แม้ว่าขณะนี้บริษัทฯจะได้พันธมิตรเข้ามาถือหุ้นในบริษัทฯแล้วก็ตามคือ บริษัท บีเอ็นที ซึ่งจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แล้ว โดยการแลกหุ้นกัน ซึ่งคาดว่าภายในเร็วๆนี้ ดีลการถือหุ้นกันระหว่าง บริษัทฯกับบีเอ็นทีจะเรียบร้อย

ทั้งนี้เมื่อต้นเดือนนี้บริษัทบีเอ็นทีได้เข้ามาถือหุ้นในบริษัทฯบอกซ์ออฟฟิศจำนวน 40% จากทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ซึ่งมีราคาประมาณเกือบ 1 บาทต่อหุ้น ขณะเดียวกันบอกซ์ออฟฟิศเองก็เข้าไปถือหุ้นในบีเอ็นทีจำนวน 40% เช่นกันในราคาหุ้นละประมาณ 1.10 บาท แต่การบริหารงานของทั้งสองบริษัทยังคงเดิมไม่เปลี่ยนแปลงตัวผู้บริหาร เพียงแต่จะส่งคนเข้าร่วมเป็นบอร์ดฝ่ายละ 1 คนเท่านั้น โดยบอกซ์ออฟฟิศเตรียมส่งนาย วิรัช อุดมศิลป์วัฒนา ประธานบริษัทฯเป็นกรรมการในบีเอ็นที

"ตอนนี้บีเอ็นทีไปซื้อตึกเก่าที่เป็นพาต้ารามคำแหงเดิมแล้ว คาดว่าอาจจะย้ายบริษัททั้งบีเอ็นทีและบอกซ์ออฟฟิศไปอยู่ด้วยกันที่นั่น ขณะนี้อยู่ระหว่างการตกแต่ง เพราะจะได้ทำงานใกล้ชิดกันได้มากขึ้น ใช้อุปกรณ์ร่วมกันได้เพราะบีเอ็นทีเพิ่งลงทุนด้านอุปกรณ์ไปกว่า 100 ล้านบาทแล้ว โดยบีเอ็นทีเองก็เพิ่งขายอาคารที่ถนนพระรามสามแล้วด้วยเช่นกัน การจับมือกันครั้งนี้ถือว่า วิน วิน (Win Win) ด้วยกันทั้งคู่ เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กันและกัน ซึ่งจะทยอยเกิดขึ้นหลังจากนี้"

เพราะว่า บอกซ์ออฟฟิศจะเป็นผู้ทำตลาดทางด้านคอนเท้นต์ทั้งหมด โดยบีเอ็นทีได้ยุบแผนกหนังและให้บอกซ์ออฟฟิศดำเนินการแทน ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทฯทำอยู่แล้วคือ ด้านการซื้อขายลิขสิทธิ์หนังแบบออลไรท์และมีสายสัมพันธ์อันดีกับทางโรงภาพยนตร์ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้บริษํทฯก็เป็นผู้ทำตลาดในส่วนของการเช่าให้กับบีเอ็นทีอยู่แล้ว

ขณะที่บีเอ็นทีเองก็มีสื่ออยู่ในจำนวนมากทั้งคลื่นวิทยุ บิลบอร์ด รายการทางเคเบิ้ลทีวีเช่น แฟชั่นทีวี และเตรียมที่จะบุกตลาดเคเบิ้ลทีวีมากขึ้น ซึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีคอนเท้นต์จำนวนมากคอยป้อนให้ ตรงนี้เองที่บอกซ์ออฟฟิศก็สามารถที่จะสนับสนุนให้ได้ และยังใช้สื่อที่มีอยู่ของบีเอ็นทีได้ด้วย เป็นการลดต้นทุนทางหนึ่ง

นายสยามรัศมิ์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทฯคาดว่าจะมีรายได้รวมประมาณ 400 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 20% รายได้หลักมาจากหนังที่ฉายในโรงภาพยนตร์ สปอนเซอร์ การขายลิขสิทธิ์วิดีโอ ขายและเช่า ฟรีทีวีและเคเบิ้ลทีวี ส่วนวงเงินที่จะใช้ในการซื้อลิขสิทธิ์หนังอยู่ที่ประมาณ 200-300 ล้านบาท เพิ่มขึ้นประมาณ 20% เช่นกัน สำหรับแผนลงทุนสร้างหนังนั้น ปีนี้วางแผนไว้ 6 เรื่อง ซึ่งได้เปิดกล้องถ่ายทำไปแล้ว 2 เรื่อง เหลืออีก 4 เรื่องคาดว่าจะเปิดกล้องถ่ายทำได้ประมาณกลางปีนี้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.