|

TOGขายหุ้น13-14มี.ค.เคาะ 3บ.เศษ ซีตี้สตีลลุ้นฝ่าภาวะซบเข้าเทรดวันนี้
ผู้จัดการรายวัน(23 กุมภาพันธ์ 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ไทยออพติคอล เล็งกระจายหุ้น 13-14 มี.ค.นี้ เคาะราคาเบื้องต้น 3 บาทเศษ จับตามองการชุมนุม 26ก.พ.อย่างใกล้ชิด ถ้ามีเหตุการณ์รุนแรง พร้อมเลื่อนการขายหุ้นออกไป ลีดอันเดอร์ไรเตอร์มั่นใจขายหุ้นเกลี้ยง เหตุปัจจัยพื้นฐานแน่น ขณะที่หุ้นซิตี้ สตีลเข้าเทรดว้นนี้เป็นวันแรก โบรกฯประเมินยืนเหนือจองแต่สูงไม่มาก
นายพรทัต อมตวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)กรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ AYS ในฐานะแกนนำในการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่าย หุ้นบริษัทไทยออพติคอล กรุ๊ป (มหาชน) หรือ tog เปิดเผยว่า ขณะนี้บริษัทยังคงที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตามแผน ซึ่งจะเปิดให้มีการจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวน 68 ล้านหุ้น และหุ้นเดิมของผู้ถือหุ้นเดิมอีก 15.37 ล้านหุ้น ในวันที่ 13-14 มีนาคม 2549
อย่างไรก็ตามก็จะต้องรอดูสถานการณ์ในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ ว่าจะมีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นหรือไม่ เพราะถ้ามีเหตุการณ์ที่รุนแรง อาจจะมีผลกระทบต่อการขายหุ้นของบริษัท และอาจจะต้องมีการเลื่อนการขายหุ้นออกไป แต่บริษัทมั่นใจว่าเมื่อมีการเปิดให้ขายหุ้นจะสามารถขายหุ้นไทยออพติคอลหมดแน่นอน เนื่องจากบริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง
แหล่งข่าวจากบริษัท บริษัทไทยออพติคอล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)เปิดเผยว่า บริษัทยังคงแผนเดิมที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ในวันที่ 22 มีนาคม 2549 ซึ่งจะไม่มีการเลื่อนเข้าจดทะเบียน สำหรับราคาขายหุ้นเบื้องต้นก็จะอยู่ที่ประมาณ 3 บาทเศษ ซึ่งขณะนี้ยังไม่สรุปราคาที่แน่นอน
ทั้งนี้บริษัทมีรายได้รวมปี2548 จำนวน 1,092 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 52 ล้านบาท ซึ่งลดลงจากเป้าหมายของบริษัท เนื่องจาก ไตรมาส3/48 บริษัทประสบปัญหาในเรื่องวัตถุดิบที่นำเข้าจากต่างประเทศไม่ได้คุณภาพจึงทำให้บริษัทผลิตสินค้าจำหน่ายไม่ตามเป้าหมาย โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด รวมถึงบริษัทได้มีการลงทุนในเรื่องระบบ
สำหรับรายได้ปีนี้คาดว่าจะมีการเติบโตเพิ่มขึ้น 5-10% จากปี 48 ซึ่งเป็นการเติบโตตามตลาดรวม และจากการที่บริษัทมีแผนที่จะมีการขยายกำลังการผลิตในเลนส์ที่มีคุณภาพสูง คือ เลนส์กันกระแทกเพิ่มมากขึ้นและการพัฒนอุตสาหกรรมในส่วนของการผลิตเลนส์ชนิดใหม่ๆที่เป็นที่ต้องการของตลาดและมีกำไรขั้นต้นสูง
นายพิศิษฐ์ เสรีวัฒนา กรรมการผู้จัดการ บล.บีที ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัทซิตี้ สตีล จำกัด(มหาชน)(CITY) กล่าวว่าหุ้นบริษัทซิตี้ สตีล จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นครั้งแรกในวันนี้ (23 ก.พ.)เชื่อว่าหุ้นจะได้รับความสนใจจากนักลงทุน แต่ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าราคาหุ้นวันแรกจะเป็นเช่นไร เนื่องจากขึ้นอยู่กับความต้องการซื้อขายของนักลงทุนเป็นหลัก เพราะในขณะนี้ภาวะตลาดหุ้นค่อนข้างผันผวนและนักลงทุนไม่มีความมั่นใจในการลงทุนมากนัก แต่บริษัทมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีมีจุดเด่นที่การเป็นผู้นำตลาดและสามารถรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้โดยไม่ได้รับความเสี่ยงจากราคาต้นทุนเหล็กที่มีความผันผวน อีกทั้งราคาหุ้นไอพีโอยังมีส่วนลดให้กับนักลงทุนประมาณ 34 %
สำหรับสัดส่วนการจัดสรรหุ้น บริษัทจัดสรรหุ้นให้กับนักลงทุนสถาบันคิดเป็น40% ของหุ้นที่เสนอขายทั้งหมดนั้นเชื่อว่านักลงทุนสถาบันจะเน้นการลงทุนในระยะยาว
บริษัทซิตี้ สตีล แจ้งตลาดหลักทรัพย์ถึงผลการดำเนินงานในไตรมาส 1 ของปี 2549 สิ้นสุดวันที่ 31 ตุลาคม 2548 ปรากฏว่าบริษัทมีกำไรสุทธิ 39.90 ล้านบาทกำไรสุทธิต่อหุ้น 0.57 บาท ซึ่งกำไรเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 33.53 ล้านบาท กำไรสุทธิต่อหุ้น 0.48 บาท
นางสาวจิตรา อมรธรรม ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ไซรัส จำกัด (มหาชน) หรือ SYRUS กล่าวถึงการเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์วันแรกของบริษัท บริษัท ซิตี้ สตีล คาดว่าจะสามารถสูงกว่าราคาจองได้ที่ 2.94 ต่อหุ้น มีค่าP/E 6.8 เท่า ซึ่งบริษัทให้ราคาเป้าหมายปีนี้ที่ 3.50 บาท ต่อหุ้น มีค่าพี/อี เรโชที่ 8 เท่า เนื่องจากมองว่าบริษัทซิตี้ สตีลมีโอการการเติบโตที่ดี จาการที่บริษัทได้มีการเพิ่มกำลังการผลิต และบริษัทก็ไม่ได้รับผลกระทบจากราคาเหล็กที่มีความผันผวน เพราะ บริษัทไม่มีการเก็บสต็อกสินค้า
อย่างไรก็ตามก็ขึ้นอยู่กับภาวะตลาดเช่นกัน และอาจได้รับผลกระทบด้านจิตวิทยาจากกลุ่มกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดวัสดุก่อสร้าง ไม่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน
นายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มาหชน) กล่าวว่า บริษัทคาดราคาหุ้นบริษัทซิตี้ สตีลจะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น แต่จะมากกว่าราคาจองไม่มากนัก เนื่องจากภาวะตลาดที่ไม่เอื้ออำนวย หากนักลงทุนมีกำไรก็ควรที่จะมีการขายออกมา แต่ก็สามารถที่จะลงทุนในระยะยาวได้ เนื่องจากบริษัทมีการประกอบธุรกิจในการแปรรูปเหล็ก ซึ่งจะไม่ค่อยได้รับผลกระทบจากราคาเหล็กที่ผันผวนจากที่ไม่เก็บสต๊อกสินค้า โดยบริษัทให้ราคาเหมาะสมที่ 4 บาทต่อหุ้น
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|