|

ต่างชาติผวาการเมืองป่วนเมกะโปรเจ็กต์ชะลอ
ผู้จัดการรายวัน(22 กุมภาพันธ์ 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
"พงษ์ศักดิ์"ยอมรับสถานการณ์การเมืองร้อนกระทบการลงทุนเมกะโปรเจ็กต์ นักลงทุนถามความมั่นคงของรัฐบาล ยันเดินหน้าต่อหลัง ครม.มีมติตั้ง กนค. แล้ว แนะเอกชนออกแบบรถไฟทางคู่รองรับไฮสปีดเทรน วงในชี้หากยุบสภาฯโครงการทั้งหมดต้องชะลออย่างน้อย 1 ปี และหากเปลี่ยนขั้วรัฐบาล ถึงขั้นล้มเหตุวิธีประมูลแบบฟรีสไตล์คุมเกมลำบาก
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วานนี้ ( 21 ก.พ.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายโครงการลงทุนพิเศษของรัฐ (กนค.) โดยมีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นประธานแล้วตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการดำเนินโครงการลงทุนพิเศษของรัฐเพื่อการพัฒนาประเทศ พ.ศ. 2549 และยอมรับว่าการเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกนั้นทำให้มีนักลงทุนสอบถามถึงเรื่องเสถียรภาพของรัฐบาลมาก เพราะนักลงทุนไม่มีความมั่นใจหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โครงการเมกะโปรเจ็กต์จะมีการเปลี่ยนแปลง และต้องชะลอออกไปหรือไม่
"กระทรวงคมนาคม รอเพียงให้กนค.ประชุมและส่งผู้ทรงคุณวุฒิมาร่วมเป็นคณะกรรมการบริหาร 5 ชุดทุกอย่างก็จะเดินหน้าต่อไป"นายพงษ์ศักดิ์กล่าว
นายพงษ์ศักดิ์กล่าวว่า มีหลายบริษัทสอบถามการลงทุนหลายเรื่อง เช่น อัลสตรอมสอบถามถึงโครงการในอนาคตว่าจะมีอะไรอีก ซึ่งได้ชี้แจงว่า นอกจากระบบรถไฟฟ้าแล้ว ยังมีรถไฟทางคู่ทั่วประเทศด้วย ซึ่งถือเป็นระบบขนส่งระหว่างเมืองที่มีประสิทธิภาพ และหากมีการศึกษาและเสนอโครงการเพื่อรองรับสำหรับใช้เป็นรถไฟความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดเทรน ก็เป็นข้อเสนอที่ดีเพราะจะทำให้การลงทุนไม่ซ้ำซ้อน โดบเชื่อว่า ใน 5-10 ปี การเดินทางระหว่างกรุงเทพไปยังเชียงใหม่และนครราชสีมาจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวมากขึ้นและรัฐต้องลงทุนรถไฟความเร็วสูงแน่นอน ซึ่งหากรางที่ทำรองรับได้ก็ไม่ต้องลงทุนใหม่
การเมืองทำเมกะโปรเจ็กต์ชะลออย่างน้อยอีก 1 ปี
แหล่งข่าวภายในพรรคไทยรักไทย กล่าวว่า หากยุบสภาจริง จะทำให้การประมูลโครงการเมกะโปรเจ็กต์ต้องชะลอออกไปไม่น้อยกว่า 1 ปี ซึ่งในช่วงที่ต้องชะลอโครงการรอการจัดตั้งรัฐบาลนั้น นักลงทุนต่างชาติจะรอดูด้วยว่าใครจะขึ้นมาเป็นผู้นำประเทศคนใหม่ หากยังคงเป็น พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เชื่อว่าต่างชาติยังมั่นใจ แต่อาจน้อยลง และความล่าช้าต่างๆ ทำให้ต้นทุนของนักลงทุนเพิ่มขึ้นด้วย
สำหรับการประมูลเมกะโปรเจ็กต์ครั้งนี้ใช้รูปแบบ International Bidding และเปิดกว้างเรื่องเงื่อนไขในทีโออาร์ ให้เอกชนสามารถยื่นข้อเสนอฟรีสไตล์ ซึ่งถือเป็นครั้งแรกของโลกที่เปิดประมูลแบบนี้ในหลายโครงการ โดยเป็นแนวคิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้ว่าจะยังไม่สามารถสรุปได้ว่ารูปแบบดังกล่าวดีจริงหรือไม่ แต่นักลงทุนต่างชาติก็ยินดีเข้าร่วมประมูล ดังนั้นถ้าเปลี่ยนรัฐบาลและนายกฯ อาจต้องล้มวิธีประมูลแบบนี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า หลังจากมีกระแสทางการเมืองเกิดขึ้น นักลงทุนสอบถามมาที่ DATA ROOM ลดลงจากเดิมประมาณ 30% และคำถามส่วนใหญ่คือเสถียรภาพของรัฐบาล และหลังจากวันที่ 15 ก.พ.ซึ่งเป็นกำหนดที่จะจัดส่งทีโออาร์อย่างเป็นทางการให้นักลงทุน นักลงทุนได้สอบถามเข้ามามากว่าจะแจกทีโออาร์เมื่อไร
โดยสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ในฐานะที่รับผิดชอบ DATA ROOM ได้ลงประกาศในเว็บไซต์ www.bangkokmasstransit.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ให้ต่างชาติเข้ามาสอบถามข้อมูลเมื่อวันที่ 20 ก.พ. ที่ผ่านมา ระบุว่า กระทรวงคมนาคมยังไม่สามารถออกเอกสารเชิญชวนให้ยื่นข้อเสนอสำหรับโครงการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนและโลจิสติกส์ได้ในวันที่ 15 ก.พ. 2549 เนื่องจากยังติดขัดในการดำเนินการตามขั้นตอนของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2549 เสร็จเรียบร้อยเมื่อใดจึงจะแจ้งให้ทราบ อย่างไรก็ตามทีโออาร์ที่จะแจกให้นักลงทุนจะใกล้เคียงกับที่ได้แจกในวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|