|

SCIBSเล็งขอก.ล.ต.ทำเครดิต บาลานซ์ ลั่นพร้อมขึ้นแท่นผู้นำบทวิเคราะห์ใน2ปี
ผู้จัดการรายวัน(15 กุมภาพันธ์ 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
บล.นครหลวงไทย เตรียมยื่นเรื่องต่อก.ล.ต.ขอใบอนุญาตทำเครดิต บาลานซ์ คาดเปิดให้บริการได้ไตรมาส 2/49 ระบุเป้าหมายเบื้องต้น 250 ล้านก่อนสิ้นปีแตะ 500 ล้าน พร้อมลุยงานด้านวิเคราะห์หวังขึ้นที่ 1 ใน 2 ปี ขณะที่ด้านงานวานิชฯมีในมือแล้ว 7 บริษัท กลุ่ม"โบรกเกอร์-อสังหาฯ-พลังงาน"
นายระเฑียร ศรีมงคล ประธานกรรมการ บริษัทหลักทรัพย์ นครหลวงไทย จำกัด หรือ SCIBS กล่าวถึงแผนการขยายการดำเนินธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ของบริษัทว่า บริษัทได้มีการปรับเปลี่ยนทีมงานเพื่อรองรับการเปิดเสรีค่าคอมมิสชั่นซึ่งจะต้องเกิดขึ้นในอนาคต โดยบริษัทยังเชื่อธุรกิจหลักจะยังเป็นเรื่องนายหน้าซื้อค้าหลักทรัพย์
ทั้งนี้ บริษัทเร่งพัฒนาทั้งในด้านบทวิเคราะห์หลักทรัพย์ บทวิจัยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับตลาดทุน โดยมีการดึงทีมงานด้านวิเคราะห์ที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่นเข้ามาร่วมงาน รวมถึงการเร่งสร้างทีมเจ้าหน้าที่การตลาด หรือ มาร์เกตติ้ง ที่มีคุณภาพในการให้คำแนะนำในการลงทุน
"เราจะทำให้บทวิเคราะห์ วิจัยของเราเป็นที่หนึ่งใน 2 ปี เราได้รับสิ่งดีๆจากทีมงานที่มีความสามารถและมีสิ่งที่เราต้องการให้มีเพื่อเพิ่มประโยชน์และคุณภาพของเราในงานวิเคราะห์ด้วย"นายระเฑียรกล่าว
สำหรับธุรกรรมในเรื่องอื่นๆ ภายในเดือนก.พ.นี้บริษัทอยู่ระหว่างการยื่นเรื่องต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. เพื่อขอใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อเพื่อธุรกิจหลักทรัพย์ (เครดิต บาลานซ์) เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีฐานเงินทุนหมุนเวียนสูงถึง 2,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันมีการแบ่งเพื่อลงทุนในหุ้นประมาณ 500 ล้านบาท ซึ่งที่เหลือบริษัทคิดว่าน่าจะนำมาใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อบริษัท ทั้งในเรื่องผลตอบแทนและยังช่วยเพื่อมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยของบริษัท โดยคาดว่าธุรกรรมดังกล่าจะเริ่มเปิดให้ใช้บริการในช่วงไตรมาส 2/49 ซึ่งวงเงินเบื้องต้นอยู่ที่ 250 ล้านบาท และคาดว่าภายในปีนี้ธุรกรรมดังกล่าวจะสูงถึง 500 ล้านบาท
นายสาธิต วรรณศิลปิน รองกรรมการผู้จัดการ บล.นครหลวงไทย กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาด หรือ มาร์เกตแชร์ ในส่วนงานนายหน้าค้าหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นจาก 0.5% เป็นมากกว่า 1% ในปีนี้ และมีจำนวนบัญชีลูกค้าเพิ่มขึ้นจาก 3,000 บัญชี เป็น 6,000 บัญชีซึ่งจะเป็นบัญชีที่มีการซื้อขายต่อเนื่องประมาณ 60% พร้อมเน้นการขยายกลุ่มนักลงทุนในสถาบันให้มากขึ้นและคาดว่าการปรับขึ้นอย่างมีนัยะจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลังปี 49
ทั้งนี้ บริษัทมีการปรับทัมนักวิเคราะห์โดยตั้งเป้าจะก้าวเป็นที่หนึ่งในเรื่องบทวิเคราะห์ใน 2 ปี โดยจะเน้นการออกบทวิเคราะห์ทั้งในบริษัทขนาดกลางและบริษัทขนาดเล็ก รวมถึงบทวิเคราะห์บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ เพื่อตอบสนองสิ่งที่นักลงทุนไทยซึ่งเป็นนักลงทุนรายย่อยต้องการ
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเปิดให้บริการระบบซื้อขายหลักทรัพย์ผ่านอินเตอร์เน็ต เพื่อเป็นส่วนช่วยเพิ่มจำนวนนักลงทุนและมูลค่าการซื้อขายหลังจากที่มีการเปิดเสรีค่าคอมมิสชั่น เนื่องจากค่าธรรมเนียมในเรื่องดังกล่าวต่ำกว่าการซื้อขายปกติ ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาเพื่อดำเนินการในเรื่องดังกล่าวประมาณ 3 เดือนจึงพร้อมเปิดให้บริการ
สำหรับสัดส่วนของรายได้จากเมื่อปี 48 มาจากนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ประมาณ 40% ด้านวาณิชธนกิจประมาณ 30% และบริหารการลงทุนประมาณ 30% ขณะที่ในปี 49 บริษัทคาดว่ารายได้จะมีจากจากนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ประมาณ 50% ด้านวาณิชธนกิจประมาณ 25% และบริหารการลงทุนประมาณ 25%
นางโสภา นนทนานันท์ กรรมการผู้จัดการ สายวาณิชธนกิจ บล.นครหลวงไทย กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีงานทางด้านเป็นที่ปรึกษาทางการเงินบริษัทเพื่อเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์จำนวน 7 บริษัท โดยเป็นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ พลังงาน ซึ่งทั้งหมดจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
นอกจากนี้ บริษัทยังเป็นที่ปรึกษาของพันธบัตรน้ำมันซึ่งมีการขายล็อตแรกไปแล้ว แต่จะมีการขายในล็อตที่สองอีกครั้ง และยังรวมไปถึงเป็นที่ปรึกษาทางการเงินอิสระให้กับบริษัทแนเชอรัล พาร์ค จำกัด (มหาชน)
"เราหวังว่าบริษัทที่เราเป็นที่ปรึกษาฯจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ในปีนี้ทั้งหมด ซึ่งนอกเหนืองานที่ปรึกษาฯเรายังมีงานควบรวมกิจการอยู่บ้าง"นางโสภากล่าว
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|