|

มาสด้าลุ้นดันยอดโต40%ไม่หวั่นการเมือง-ศก.เซ
ผู้จัดการรายวัน(9 กุมภาพันธ์ 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ค่าย “มาสด้า” ยันมรสุมเสถียรภาพทางการเมือง และสภาวะเศรษฐกิจไม่นิ่ง ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในไทย ฟุ้งปีนี้มั่นใจฟันยอดขายทะลุ 2.65 หมื่นคัน เติบโตถึง 40% สวนทางตลาดที่มีอัตราการเติบโตชะลอตัวเหลือเพียง 5% เหตุเตรียมส่งปิกอัพโมเดลใหม่ครั้งแรกในโลก เพื่อทำตลาดแทนรุ่นไฟเตอร์ในปัจจุบัน ในงานบางกอกฯ มอเตอร์โชว์ ปลายเดือนมีนาคมนี้
นายฟูมิโอะ โทเนะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มาสด้า เซลส์(ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ตลาดรถยนต์ไทยปีนี้ไม่น่าจะเติบโตมากนัก มาสด้าประมาณการณ์ไว้น่าจะอยู่ที่กว่า 7.5 แสนคัน หรือเทียบกับปีที่ผ่านมามีอัตราการขยายตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 5% เนื่องจากสภาวะตลาดเริ่มชะลอการเติบโต รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจ และราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวนอยู่
“อย่างไรก็ตาม ในส่วนของมาสด้าตั้งเป้าจำหน่ายปีนี้ไว้ประมาณ 2.65 แสนคัน หรือเติบโตจากปีที่แล้ว 40% โดยแบ่งเป็นปิกอัพ 2 หมื่นคัน มากกว่าปีที่ผ่านมาที่ทำได้ 1.4 หมื่นคัน และที่เหลือเป็นรุ่นอื่นๆ 6.5 หมื่นคัน ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่สวนสภาพตลาดรถโดยรวม เนื่องจากจะมีการแนะนำปิกอัพโมเดลใหม่สู่ตลาด บวกกับภาพลักษณ์ของมาสด้าเป็นที่ยอมรับจากลูกค้ามากขึ้น”
ทั้งนี้ปิกอัพใหม่จะมีการเปิดตัวรอบสื่อมวลชน ในวันที่ 9 มีนาคมที่จะถึงนี้ และจะเปิดตัวกับสาธารณชนอย่างเป็นทางการในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้ ที่ศูนย์แสดงสินค้าไบเทค บางนา ซึ่งถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกของโลกในไทย โดยเป็นปิกอัพโมเดลใหม่ที่จะมาทำตลาดแทน มาสด้า ไฟเตอร์ รุ่นปัจจุบัน
“จุดเด่นของปิกอัพใหม่ อยู่ที่เครื่องยนต์คอมมอนเรลใหม่ขนาด 2.5 และ 3.0 ลิตร เทอร์โบ ที่มีแรงบิดสูงสุดในปิกอัพปัจจุบัน ซึ่งจะทำให้มีอัตราเร่งแซง และการฉุดกระชากรถบรรทุกได้เหนือกว่า ซึ่งทั้งหมดมาสด้ายังคงใส่ความเป็นสปอร์ตเข้าไปในไว้เช่นเดิม เพื่อเป็นการตอกย้ำคอนเซ็ปต์ ซูม….ซูม ไว้อย่างต่อเนื่อง”
ในส่วนของรุ่นที่จำหน่าย จะมีครบทั้งแบบมาตรฐานไม่มีแค็บ รุ่นฟรีสไตล์แค็บ หรือแค็บเปิดได้ และปิกอัพ 4 ประตู โดยมีทั้งแบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ รวมถึงปิกอัพขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง ซึ่งกำลังได้รับความนิยมจากตลาดอยู่ในขณะนี้ ส่วนรถอเนกประสงค์ที่ทำมาจากพื้นฐานปิกอัพอย่าง โตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ขณะนี้ยังไม่มีแผนผลิต เพราะกำลังศึกษาความต้องการของตลาดอยู่
นายโทเนะกล่าวว่า สำหรับปัจจุบันที่ไทยกำลังประสบปัญหาทางการเมืองไม่แน่นอน ซึ่งหากเสถียรภาพของรัฐบาลไม่นิ่ง หรือเกิดการเปลี่ยนแปลง อาจจะส่งผลต่อการสภาวะเศรษฐกิจได้ จากปัจจุบันที่มีปัญหาจากความผันผวนของภาวะราคาน้ำมันแพงอยู่แล้ว ย่อมส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ตลอดจนแผนการลงทุนของต่างชาติได้
“แต่ในส่วนของมาสด้ายังยืนยันที่จะดำเนินธุรกิจในไทยต่อเนื่อง และการเปิดตัวปิกอัพโมเดลใหม่ในไทยเป็นครั้งแรกของโลก แสดงให้เห็นถึงความสำคัญ และการตัดสินใจของมาสด้าต่อประเทศไทยได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญการที่เราตั้งเป้าเติบโตไว้ถึง 40% ซึ่งสวนทิศทางตลาดเป็นอย่างมาก นี่ยิ่งต้องทำให้มาสด้ามุ่งสร้าง และมอบสิ่งที่คุ้มค่ามากที่สุด เพื่อทำให้ผู้บริโภคตัดสินใจเลือกซื้อสินค้าง่ายขึ้นในสภาวะอย่างนี้”
สิ่งเหล่านี้ยืนยันได้จากการยอมรับแบรนด์มาสด้ามากขึ้นของผู้บริโภค ซึ่งมีความชัดเจนตั้งแต่การเปิดตัวรถยนต์มาสด้า 3 และมาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 ที่มียอดจองมากจนไม่สามารถผลิตรถ ได้เพียงพอกับความต้องการของผู้บริโภค จนต้องขอให้เพิ่มกำลังการผลิตมากขึ้น
นอกจากนี้มาสด้ายังมุ่งเข้าหาผู้บริโภค ด้วยการการพยายามทำกิจกรรมสังคมต่อเนื่อง ล่าสุดเพิ่งเปิดตัวโครงการ “จับมือรวมพลัง” ห่วงใยทุกชีวิต เป็นมิตรทุกเส้นทาง 76 จังหวัดทั่วไทย ร่วมกับกองบังคับการตำรวจทางหลวง และและบริษัท ปตท. จำกัด(มหาชน) ทำตู้แผนที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ใช้รถใช้ถนน ที่มีรายละเอียดจุดอันตรายของแต่ละจังหวัด สถานที่สำคัญ สถานที่ราชการ จุดแวะพักตำรวจทางหลวง พร้อมรายละเอียดของบริษัทตัวแทนจำหน่ายมาสด้า โดยติดตั้งตามฐานของจุดบริการปั๊มน้ำมันปตท.ทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยให้ข้อมูลข่าวสารกับประชาชนที่เดินทาง ตลอดจนแก้ปัญหาการจราจร และลดอุบัติเหตุบนเส้นทางหลวง
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|