Closer to The Dragon


ผู้จัดการรายสัปดาห์(6 กุมภาพันธ์ 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

"บัวหลวง" เปิดความสัมพันธ์บนแผ่นดินพญามังกร ล่วงหน้าแบงก์อื่นที่กำลังไล่หลังมาติดๆถึง 20 ปี แต่เวลาที่บุกเบิกมายาวนาน จนมีสาขาถึง 4 แห่ง มากกว่าแบงก์ไทยด้วยกันเอง ก็ยังไม่เพียงพอจะศึกษา เศรษฐกิจที่เติบโตอย่างน่ามหัศจรรย์ของแผ่นดินเกิด "มังกรโพ้นทะเล" ได้ลึกซึ้ง แต่อย่างน้อยฐานรากของสาขาที่กระจายอยู่โดยรอบทั้งในฮ่องกง สิงคโปร์ ไต้หวัน ก็ยังมากพอจะต่อยอด และส่งต่อลูกค้าที่มีอยู่ในมือได้กลับเข้าไป "ขุดทอง" ในแผ่นดินเกิดได้สะดวก

ประสงค์ อุทัยแสงชัย กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ถึงกับมองโอกาสการเข้าไปทำธุรกิจในจีนของค่าย "บัวหลวง" ที่มีศักยภาพด้านเงินทุน บุคลากรและฐานธุรกิจ อาจจะเปิดได้มากถึง 50 สาขา จากที่มีอยู่เดิม โดยเล็งแห่งใหม่ไว้ที่ศูนย์กลางอุตสาหกรรมและศูนย์กลางไอที ในเมืองหวู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย เมืองกว่างเจา มณฑลกวางตุ้ง

ความน่าทึ่งของการเติบโตแผ่นดินพญามังกรพร้อมการเร่งเปิดประตูทางการค้า ได้ชักนำให้ธุรกิจซึ่งส่วนใหญ่เป็น "มังกรโพ้นทะเล" ในประเทศต่างๆ อพยพโยกย้ายเข้าไปลงทุนในดินแดนบ้านเกิดของบรรพบุรุษ

ประสงค์บอกว่า ศักยภาพของจีนมีสูงในแทบจะทุกอุตสาหกรรม ยกเว้นเพียงภาคการเงิน ประกันภัยและโบรกเกอร์ แต่โดยรวมการเปิดประเทศอย่างเป็นระบบและมียุทธศาสตร์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องในแต่ละยุคของผู้นำก็มากพอจะทำให้จีนเป็นมังกรผงาดได้อย่างยาวนาน

" จีนทั้งใหญ่ และขยายตัวรวดเร็ว เห็นความสำเร็จและล้มเหลวของประเทศต่างๆมาแล้ว จีนจึงเป็นประเทศที่คู่แข่งประเทศอื่นๆจะแข่งขันหรือขัดขวางแทบไม่มี ยกเว้นไปไม่รอดหรือขัดขาตัวเองล้มเท่านั้น"

ค่ายบัวหลวงทำความรู้จักกับสังคมคนจีนมานานกว่า 20 ปีเปิดสาขาไปแล้ว 4 แห่ง เริ่มต้นจากซัวเถา เซี่ยงไฮ้ เซียเหมินและปักกิ่ง ซึ่งทั้ง 4 สาขาก็ทำกำไรได้สูงถึง 56% 26% และ 40% ตามลำดับ ส่วนปักกิ่งใน 22 วันแรกทำกำไรถึง 120,000 ดอลลาร์สหรัฐ

ลูกค้าส่วนใหญ่มักจะหนีไม่พ้นนักธุรกิจโพ้นทะเลจากไทย ฮ่องกง สิงคโปร์และไต้หวัน ซึ่งเป็นฐานลูกค้าเก่าของค่ายบัวหลวง นักธุรกิจกลุ่มนี้เริ่มโยกย้ายโรงงานเข้าไปในจีน โดยมีแบงก์กรุงเทพเป็นผู้ส่งต่อการให้บริการการเงินอย่างครบถ้วน

" กว่า 75% ของลูกค้าแบงก์กรุงเทพเป็นนักธุรกิจไต้หวัน ที่แบงก์มีสาขาถึง 3 แห่ง รองลงมาคือฮ่องกง ข้อได้เปรียบของสาขาคือ รู้ข้อมูล และตามประกบลูกค้าได้"

ในเขตเมืองหวู่ฮั่น และชิงเต่า มีโรงงานผลิตน้ำมันพืช โรงงานทำบะหมี่ โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์จากไก่และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นลูกค้าของสาขาทางเหนือหรือปักกิ่ง รวมถึงลูกค้าเดิมจากเครือสาขาต่างประเทศด้วย

" ที่ปักกิ่งจะทำกำไรได้มากเป็นอันดับสองรองจากเซี่ยงไฮ้" ตัวเลขการขยายตัวทางเศรษฐกิจระดับที่คาดว่าปีนี้จะกระโดดมาที่ 8% จึงน่าสนใจสำหรับธุรกิจข้ามชาติไม่น้อย

ประสงค์บอกว่า สินเชื่อในจีนขยายตัวสูงมาก เพิ่มถึง 60% เพราะการลงทุนในจีนมีสูง หากจะลงทุนเพิ่มอีกก็คงไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่สวยหรูก็ไม่ช่วยให้สาขาใหม่ของค่ายบัวหลวงเกิดได้เร็วอย่างที่คิดไว้ เพราะทางการจีนอนุญาตให้เปิดได้ทีละสาขา ที่ผ่านมา ในขณะที่ปีหนึ่งๆมีแบงก์จากต่างประเทศขอเปิดสาขามากถึง 200-300 แห่ง แต่จีนไฟเขียวได้ปีละ 5 แห่งเท่านั้น

การค่อยๆเปิดประตูภาคการเงินของจีน ส่วนสำคัญมาจากเป็นอุตสาหกรรมที่ล้าหลัง จึงเสียเปรียบ แต่เพราะการเร่งพัฒนาประเทศอย่างรวดเร็ว จึงทำให้การอ้าแขนรับผู้มาใหม่เป็นไปอย่างเร็วขึ้น ตั้งแต่เริ่มสละขายสาขาธนาคารให้ต่างประเทศ โดยยอมให้ถือหุ้นไม่เกิน 25% หรือกรณีพิเศษให้ถือได้ถึง 80%

" จีนยอมเปิดให้ต่างชาติเข้ามาถือหุ้น เพื่อเอาเงินเข้ามาลงทุน เอาคนมาฝึกงาน ดึงเอาเทคโนโลยี ธนาคารที่คอยซัพพอร์ตผู้คนจนอ่อนแอ ในช่วง 5-10 ปี จึงเริ่มเปลี่ยนโฉมหน้าไปมาก"

แต่การซื้อธนาคารขนาดใหญ่ในจีนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย นักลงทุนต้องเงินถึงขนาดควักจ่ายได้ระดับ 1-3 พันล้านดอลลาร์ ขณะที่แบงก์ขนาดกลางหรือระดับมณฑล ก็ไม่แพ้บ้านเรา

" ภาพรวมจีนยังจะใหญ่ไปถึง 5-10 ปี เพราะมีศักยภาพสูง เศรษฐกิจขยายตัวดีมาก แต่เราก็ต้องมองว่าลึกๆลงไปเราเข้าใจเขามากแค่ไหน"

ประสงค์บอกว่า นอกจากแบงก์กรุงเทพจะเข้าไปเปิดสาขาในจีน 4 แห่ง ก็ยังมีการลงทุนระดับ 5-10% ในธุรกิจประกันภัยที่ร่วมทุนกับพันธมิตรจีน ซึ่งการลงทุนขนาดนี้ถือเป็นการศึกษาหาความรู้มากกว่า ขณะเดียวกันก็ไม่มีศักยภาพพอจะเข้าไปเทคโอเวอร์

" ประกันภัย ประกันชีวิต ขายดีมากในประเทศจีน บริษัทฝรั่งแย่งกันเข้าไปทำธุรกิจไม่น้อย แค่ทำประกันภัยบ้าน รถยนต์ก็มากเกินพอแล้ว"

นอกจากนั้นศักยภาพที่เหนือกว่าทั้งเงินทุน เทคโนโลยี และความรู้ความชำนาญจึงทำให้เห็นว่า โอกาสที่ธุรกิจไทยเข้าไปลงทุนจะทำกำไรได้ยากกว่า ขณะที่จีนเข้ามาลงทุนในไทยหรือแค่เปิดการค้าเสรี FTA ไทยก็เสียเปรียบจีนทั้งขึ้นทั้งล่อง หรือแม้กระทั่งโครงการเมกะโปรเจ็กต์ หากเทียบกับบริษัทก่อสร้างของฝรั่งที่จะเข้ามาประมูลงานในบ้านเรา เงื่อนไขของจีนดีกว่าทั้งราคาที่เหมาะสม และประสบการณ์ มากมาย เพราะกว่า 48 หัวเมือง มีรถไฟฟ้าใต้ดินใช้มานานกว่าบ้านเรา

ขณะเดียวกัน บริษัทจีนก็เข้าไปประมูลงานและรับงานทั่วโลก ทั้งในตะวันออกกลาง เอเชียและแอฟริกา โดยการแข่งขันต้องถูกกว่าและคุณภาพไม่ด้อยกว่า

" เขามีศักยภาพสูงกว่าเรา ถ้าศึกษาจะพบว่าเราเสียเปรียบเขามาก และยากมากที่จะแข่งขันได้ ซึ่งถ้าเรายังไม่พัฒนาตัวเองให้สูงมากขึ้น เราก็คงเสียเปรียบจีนไปเรื่อยๆ"

หากมองย้อนหลังไป 25 ปี การพัฒนาประเทศที่รับรู้กันว่าผลัดเปลี่ยนมือผู้นำมาหลายยุค นับตั้งแต่ เติ้งเสี่ยวผิง ซึ่งทีมบริหารประเทศมีอายุ 70-80 ปี จนมาถึงยุคเจียงเจ๋อหมิน ที่มีอายุเฉลี่ย 60-70 ปี กระทั่งผู้นำรุ่นใหม่ หูจิ่นเทา ที่มีอายุเฉลี่ย 40-50 ปี และจบการศึกษาจากต่างประเทศเป็นส่วนใหญ่ จะพบว่าผู้นำจีนมีสายตาเปิดกว้าง ใจกว้าง มองทะลุ และการเมืองมั่นคง

" ผู้ว่ามณฑลถูกบังคับให้บริหารแข่งขันกัน จึงทำให้ต่ละมณฑลแต่ละเมืองในจีนมีเศรษฐกิจที่ขยายตัวเร็วมาก แต่ละมณฑลถูกสร้างขึ้นมาเหมือนประเทศหนึ่งๆ"

หัวเมืองริมทะเล และมณฑลติดพรมแดนประเทศอื่นจึงจัดเป็นเขตที่มีความเจริญสูงสุด ขณะที่ใจกลางแผ่นดินใหญ่การคมนาคมไปไม่ถึง รัฐบาลปักกิ่งได้ออกกฎหมายดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ โดยให้สิทธิพิเศษด้านภาษี ทั้งหมดนี้ประสงค์มองว่าเป็นจุดเด่นของจีน

ประชากรจีนกว่า 1.3 พันล้านคน จึงมีงานทำค่อนข้างแน่นอน เพราะการขยายตัวทางเศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ มีการจัดระเบียบแบ่งโซนอุตสาหกรรมในแต่ละเมืองแยกกันเด็ดขาด และแต่ละโรงงานก็มีแรงงานระดับ 4-5 พันคน ไปจนถึง 3-4 หมื่นคน

ประสงค์บอกว่า การใช้ชีวิตร่วมกับคนจีนยุคใหม่ถึง 20 ปี ตองรู้จักคู่ค้า ในท้องถิ่นให้ดี และลูกค้าแบงก์ซึ่งเป็นชาวไทยเชื้อสายจีน คนสิงคโปร์ ไต้หวันหรือแม้แต่ฮ่องกง ที่ย้ายการลงทุนเข้าไปในจีน จึงเหมือนกลับบ้านเกิด เพราะหลายรายยังมีญาติ พี่น้องอยู่ที่นั่นด้วย

การละเลยหรือ มองข้ามพญามังกร จึงแทบไม่ได้อยู่ในหัวของนักธุรกิจประเทศใดเลย....


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.