ไฟเขียวทีพีไอหลุดเอ็นพีแอล


ผู้จัดการรายวัน(3 กุมภาพันธ์ 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

แบงก์ชาติไฟเขียวแบงก์เจ้าหนี้ทีพีไอ จัดชั้นใหม่ หลุดเอ็นพีแอลทันที เพราะสามารถชำระหนี้คืน เพิ่มทุนและมีสภาพคล่องดีขึ้น โดยไม่ต้องรอทีพีไอหลุดแผนฟื้นฟูกิจการ ส่งผลให้เอ็นพีแอลแบงก์ลดลงเหลือ 8%

นางธาริษา วัฒนเกส รองผู้ว่าการสายเสถียรภาพสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นเจ้าหนี้บริษัทอุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย หรือ ทีพีไอ สามารถจัดชั้น ให้ทีพีไอเป็นลูกหนี้ปกติได้ จากเดิมที่ถูกจัดชั้นเป็นลูกหนี้ด้อยคุณภาพ(เอ็นพีแอล) โดยได้อนุญาตไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาหลังจากทีพีไอได้นำเงินมาชำระแก่เจ้าหนี้

"ธปท.ก็ให้แบงก์จัดชั้นหนี้ทีพีไอเป็นลูกหนี้ปกติได้แล้ว เพราะทีพีไอชำระหนี้ครบแล้ว ซึ่งแบงก์ชาติดูที่ฐานะการบริหารงาน ตัวทีพีไอเขามีการเพิ่มทุน สภาพคล่องเขาก็ดีขึ้น และได้เงินจากการเพิ่มทุนก็เอามาชำระหนี้เป็นบางส่วนแล้ว"นางธาริษา กล่าว

นอกจากนี้ ธปท. ไม่มีความจำเป็น ต้องรอผลการตัดสินของศาลล้มละลายกลางเรื่องการหลุดออกจากแผนฟื้นฟูกิจการของทีพีไอ เนื่องจาก ธปท.ได้อนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์จัดชั้นเป็นลูกหนี้ปกติไปแล้วตั้งแต่เดือนธันวาคม

ทั้งนี้ หลังจากทีพีไอมีการชำระหนี้ ส่งผลให้เอ็นพีแอลในระบบธนาคารพาณิชย์ลดลงเพิ่มขึ้น โดยล่าสุด ณ เดือนธันวาคม เหลืออยู่ประมาณ 8.17% ของสินเชื่อรวม หรือ 477,208 ล้านบาท เมื่อเทียบกับสิ้นไตรมาส 3 ของปี 2548 ลดลง 99,686 ล้านบาท หรือลดลง 1.76% ของสินเชื่อรวมโดยเอ็นพีแอลจำนวน 8.17% แบ่งเป็นของธนาคารพาณิชย์ไทย อยู่ที่ 461,437 ล้านบาทหรือ 9.05% ลดลง จากไตรมาส 3 ที่มีอยู่ 11.06% หรือ 546,817 ล้านบาท สาขาธนาคารต่างประเทศ 9,422 ล้านบาท หรือ 1.62% เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3 ที่มีจำนวน 1.53% บริษัทเงินทุน (บง.) 5,925 ล้านบาท หรือ 3.66% ลดลงจากไตรมาสซึ่งอยู่ที่ 8.10%

ก่อนหน้านี้ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวถึงการแก้ปัญหาหนี้เอ็นพีแอล และการดำเนินการซื้อขายสินทรัพย์รอการขาย (เอ็นพีเอ) ของระบบธนาคารพาณิชย์ว่า หลังจาก ที่มีการควบรวมกิจการระหว่างบรรษัทบริหารสินทรัพย์สถาบันการเงิน (บบส.) และบริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์การ (บสก.) จะทำให้การเข้าซื้อเอ็นพีเอ ออกจากระบบธนาคารพาณิชย์ได้ ซึ่งจะช่วยให้เอ็นพีเอที่ค้างอยู่ในระบบลดลง และทำให้หนี้เอ็นพีแอลของระบบลดลงได้ตามเป้าหมาย รวมทั้งคาดว่าภายในปี 2549 จะสามารถซื้อเอ็นพีเอที่มีอยู่ในระบบธนาคารพาณิชย์ลงได้ครึ่งหนึ่งจากที่มีอยู่ในปัจจุบัน และทำให้กระบวนการลดหนี้ เอ็นพีแอลของระบบเป็นไปตามเป้าหมายเดิม คือ กลางปี 2550 เอ็นพีแอลของระบบธนาคารพาณิชย์ไทย จะลดลงเหลือร้อยละ 2 ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.