|

จีนเล็งดึงอุลตร้าแมนโปรโมตโอลิมปิก ไชโยฯทุ่มสุดตัวปั้นสู่ท็อปไฟว์ฮีโร่โลก
ผู้จัดการรายวัน(3 กุมภาพันธ์ 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
ไชโยโปรดักชั่นส์คาดปลายปีนี้ภาพยนตร์ซีรีส์ อุลตร้าแมนออกโรงฉายแน่ ประเดิม ตลาดจีน มั่นใจประสบความสำเร็จเพราะเป็นตลาดใหญ่และมีพันธมิตรดี เผยขณะนี้ถ่ายทำแล้วกว่า 40% ด้วยงบฯลงทุนรวม 100 ล้านบาท คาดปีแรกมีรายได้ 600 ล้านบาท ขายลิขสิทธิ์เมอร์ชันไดซ์ได้แล้ว 8 ประเทศ ด้านจีนสนนำคาแร็กเตอร์อุลตร้าแมนร่วมโปรโมตโอลิมปิก
นายพีระศิษฎ์ แสงเดือนฉาย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด เจ้าของลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทฯได้ลงนามสัญญาร่วมทุนกับกลุ่มบริษัท ริวชิ คัลเจอร์ ดีเวลลอปปิ้ง จำกัด จากประเทศจีน จำนวน 40% และบริษัทเอเพ็กซ์ทอย จำกัด ลงทุน 10% ส่วนบริษัทฯ 50% ในการสร้างภาพยนตร์อุลตร้าแมนชุดใหม่ "Project Ultraman" (โปรเจกต์อุลตร้าแมน) เมื่อปีที่แล้วนั้น
ขณะนี้ความคืบหน้าล่าสุดของโครงการดังกล่าวได้มีการถ่ายทำไปแล้วมากกว่า 40% จากจำนวนทั้งสิ้น 52 ตอน ซึ่งคาดว่าทั้งหมดจะใช้สถานที่ถ่ายทำในประเทศจีนเป็นหลักกว่า 80% และที่เหลืออีก 20% จะถ่ายทำในสตูดิโอและระบบคอมพิวเตอร์กราฟิก โดยภาพยนตร์ชุดนี้ ใช้งบประมาณลงทุน 100 ล้านบาท โดยคาดว่าจะแล้วเสร็จปลายปีนี้และนำออกฉายได้ที่ประเทศจีนเป็นแห่งแรกของโลก และภายในกลางปีหน้าก็จะทำเป็นวีซีดี ดีวีดี ออกมาขายด้วย
บริษัทฯมีแผนที่จะจัดโรดโชว์อุลตร้าแมนที่เป็น Walk Through Theme Exhibition และ Ultraman Live Show 4 D โดยมีเป้าหมายออกแสดงทั่วเอเซีย คาดหวังผู้เข้าชมปีละกว่า 2 ล้านคน และมุ่งสร้างอุลตร้าแมนให้เป็นสุดยอดซูเปอร์ฮีโร่ของเอเซียและเป็น 1 ใน 5 ของโลก โดยครั้งแรกจะเปิดตัวในประเทศจีน ฮ่องกง ไต้หวัน และไทย
"ตลาดในประเทศจีนถือว่ามีศักยภาพอย่าง มาก เพราะเป็นตลาดที่ใหญ่โต และมีประชากรจำนวนมากกว่า 1,300 ล้านคน กำลังซื้อสูง คาด ว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากคนจีน อีกทั้งจีนเตรียมที่จะเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโอลิมปิกในครั้งหน้า ซึ่งจีนก็มีความสนใจที่จะร่วมมือกันเพื่อนำเอาคาแร็กเตอร์อุลตร้าแมนเข้าไปร่วม ในการโปรโมตด้วย ซึ่งบริษัทฯเองก็สนใจแต่ทั้งนี้ยังไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นอย่างไร เพราะเป็นแนวคิดซึ่งจะต้องคุยกันในรายละเอียดอีกมาก"
สำหรับยอดรายได้ในปีแรกนี้คาดว่าจะมีประมาณ 600 ล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตถึง 400% โดยแบ่งเป็นรายได้จากสปอนเซอร์ชิป 400 ล้านบาท และรายได้จากการขายเมอร์ชันไดซ์ 200 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ขายลิขสิทธิ์อุลตร้าแมน ไปแล้วกว่า 8 ประเทศ และจะขยายออกไป ทั่วโลกในปี 2550 ยกเว้นเพียงประเทศญี่ปุ่นที่บริษัทฯไม่มีสิทธิ์ในการทำตลาด
นายหยาง ชุยหยวน ประธาน บริษัท ริวชิ คัลเจอร์ ดีเวลลอปปิ้ง จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯได้รับเลือกให้เป็นผู้ดูแลลิขสิทธิ์อุลตร้าแมนในประเทศจีนจากทางบริษัท ไชโย โปรดักชั่นส์ จำกัด เพียงผู้เดียวในจีน ซึ่งหลังจากที่ทำตลาดมานาน 2 ปีแล้ว พบว่าได้รับการตอบรับที่ดีและมีแนวโน้มดีต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมาได้มีการจัดแสดง จัดนิทรรศการ เพื่อการประชาสัมพันธ์ สร้างภาพลักษณ์ของอุลตร้าแมนให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น รวมไปถึงสินค้า ต่างๆ ที่ใช้อุลตร้าแมนเป็นคาแร็กเตอร์ในการทำตลาด เช่น ของเด็กเล่น ตุ๊กตา เสื้อผ้า รองเท้า อาหาร ซึ่งก็เป็นที่นิยมในท้องตลาดด้วย สำหรับ การร่วมทุนในการสร้างภาพยนต์ซีรีส์ชุดนี้ เป็น การขยายธุรกิจจากเดิมให้เพิ่มมากขึ้น เป็นการต่อยอดธุรกิจและรายได้ด้วย
นายทนงชัย มงคลรัตนชาติ ประธาน บริษัท เอเพ็กซ์ ทอย จำกัด กล่าวว่า ธุรกิจเอนเตอร์เทนเมนต์ทอยส์ในปัจจุบันนี้ ได้รับการตอบรับที่ดีมาก เป็นสิ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมากและแพร่หลายในประเทศญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกาเป็นอย่างดี เพราะถือเป็นการทำตลาดที่ครบวงจรทั้งภาพยนตร์ ของเล่น เกม ดนตรี และสื่อต่างๆ ซึ่งการเข้าร่วมมือกับพันธมิตรอย่าง ไชโยฯและริวชิฯในครั้งนี้จะได้รับผลที่ดีตามที่คาดไว้
สำหรับภาพยนตร์เรื่อง" Project Ultraman" จะประกอบด้วย อุลตร้าแมนอีลิท, ดาร์กอุลตร้าแมนและ อุลตร้าแมนมิลเลนเนียม โดยมี เจิ้งอี้เจี้ยน ดารานักแสดงชื่อดังของเอเซียเป็นอุลตร้าแมนอีลิท, เรย์ แมคโดนัลด์ เป็น ดาร์กอุลตร้าแมน และแมทธิว ดีน รับบทเป็น อุลตร้าแมนมิลเลนเนียม
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|