TT&Tพลิกโฉมโทรศัพท์บ้าน ออกหมัดเด็ดลุยบริการไร้สาย


ผู้จัดการรายวัน(23 ธันวาคม 2545)



กลับสู่หน้าหลัก

โฉมใหม่ทีทีแอนด์ที ใช้กลยุทธ์โทเทิ่ล โซลูชั่น เป็นเพื่อนพึ่งพิงบริการด้านโทรคมนาคมทุกรูปแบบของลูกค้า ในรูปลักษณ์ T-Trends ที่ผนึกบริการเสริมหลากรูปแบบ หลังทำให้ตลาดฮือฮาด้วยบริการโชว์เบอร์ มาคราวนี้ใช้ T-SMS บริการส่ง SMS ระหว่างโทรศัพท์พื้นฐานกับโทรศัพท์มือถือเอไอเอส ดีแทค หรือกับแฟกซ์ อีเมล แต่หมัดเด็ดไตรมาสแรกปีหน้า เตรียมบริการ T-Buddy ทำให้เบอร์บ้านกับเบอร์โทรศัพท์มือถือเป็นเบอร์เดียวกันด้วยหลักการแบบพีซีที แต่บริการระดับโทรศัพท์มือถือเอไอเอส

ดร.พิสิฐ ลี้อาธรรม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทีทีแอนด์ที กล่าวถึงแผนธุรกิจในปีหน้าว่าทีทีแอนด์ทีต้องให้บริการในลักษณะเป็นโทเทิ่ล โซลูชั่นให้กับลูกค้าซึ่งจะเห็นทีทีแอนด์ที เป็นที่พึ่งบริการด้านโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นโทรศัพท์พื้นฐาน อินเทอร์เน็ต บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงหรือบรอด แบนด์ แม้กระทั่งบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ก็ตาม

"กลยุทธ์ไม่ได้มุ่งเน้นการขายลูกค้าใหม่ แต่จะเน้นลูกค้าที่ทำรายได้สูง เลขหมายไม่ใช่เครื่องพิสูจน์ ความสำเร็จ เรื่องธุรกิจต่อไปไอพี ดาต้าอยู่ในระบบเดียวกัน เราจะมุ่งเรื่องเสียงอย่างเดียวไม่ได้ ต้องไปมัลติมีเดีย อยู่บ้านก็ต้องสั่งซื้อของได้"

รายได้ในปีนี้ของทีทีแอนด์ที อยู่ที่ประมาณ 6,800 ล้านบาท ประมาณ 70% มาจากบริการด้านเสียง หรือโทรศัพท์พื้นฐาน ที่เหลืออีก 30% เป็นบริการโทรศัพท์สาธารณะ บริการเสริมด้านต่างๆและการขาย อุปกรณ์

"การแข่งขันปีหน้ารุนแรง ทีทีแอนด์ที ไม่อยู่นิ่ง เราต้องดูว่าบริการอะไรที่จะทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี หรือกรณีการให้บริการทีทีแอนด์ทีโชว์เบอร์เรียกเข้าซึ่งเป็นสิ่งหนึ่งที่สร้างคุณภาพการใช้ชีวิตให้ดีขึ้น"

ทีทีแอนด์ที รุกหนักด้านบริการเสริมที่เป็น ตัวทำให้รายได้ต่อเลขหมายเพิ่มมากขึ้น จากปัจจุบันที่รายได้ต่อเลขหมายประมาณ 570 บาท หลังประสบความสำเร็จกับบริการทีทีแอนด์ทีโชว์เบอร์ ด้วยยอดคนใช้บริการประมาณ 1 แสน เครื่อง ทีทีแอนด์ทีรุกตลาดรุนแรงขึ้นด้วยบริการ T-SMS บริการรับส่งข้อความเป็นตัวอักษรทั้งภาษาไทยได้ 70 ตัวอักษรและภาษาอังกฤษได้ 160 ตัวอักษร ระหว่างโทรศัพท์พื้นฐานกับโทรศัพท์พื้นฐานด้วยกัน,โทรศัพท์พื้นฐานกับโทรศัพท์มือถือในระบบของเอไอเอสกับดีแทค, โทรศัพท์พื้นฐานกับแฟกซ์และระหว่างโทรศัพท์พื้นฐานกับอีเมล

ทีทีแอนด์ทีเลือกเปิดบริการ T-SMS ที่ จ.เชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 20-22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ภายใต้งานที่เรียกว่า T-Trends ซึ่งถือเป็นการนำเอาบริการเสริมหลากหลายรูปแบบมาโชว์

T-SMS คาดว่าจะมีผู้ใช้ปีแรกประมาณ 4-5 หมื่นเครื่อง รายได้ในปีแรกประมาณ 70 ล้านบาท จากการคิดค่าบริการส่งข้อความครั้งละ3 บาท ทั่วประเทศและคิดจากประมาณการคนส่งเฉลี่ย 3-5 ครั้งต่อวัน ซึ่งลูกค้าที่สนใจใช้บริการต้องเป็นลูกค้าทีทีแอนด์ที และต้องซื้อหัวเครื่องโทรศัพท์ที่มีหลายยี่ห้อในหลายระดับราคาตั้งแต่ 2 พันกว่าบาทขึ้นไป

T-SMS หรือเรียกอีกชื่อว่า Fix SMS เป็น บริการที่แพร่หลายในยุโรปมาก รวมทั้งในเอเชีย อย่างฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ และมาเลเซียที่มีแผนจะปิดให้บริการเช่นกัน ทีทีแอนด์ที เลือกใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์จากบริษัท ZTE Corporation ซัปพลายเออร์จากจีน ภายหลังคัดเลือก จากซัปพลายเออร์ 7 บริษัท ด้วยมูลค่าสัญญาเริ่มต้น 12 ล้านบาท พร้อมรองรับการส่งได้ 2 หมื่นข้อความต่อชั่วโมง

ความน่าสนใจของ T-SMS อยู่ที่เทคโนโลยี ที่ใช้อยู่บนแพลตฟอร์มการส่ง SMS หมายถึงผู้ให้บริการด้านคอนเทนต์ของโทรศัพท์มือถือผ่าน SMS ก็สามารถมาให้บริการผ่าน T-SMS ของทีทีแอนด์ทีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ยอดฮิตอย่างชินนี่ดอทคอม ซึ่งเป้าหมายด้านการตลาดของ T-SMS ในช่วงแรกคือฐานลูกค้าของโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ประมาณ 15-16 ล้านเครื่อง เนื่องจากเป็นกลุ่มคนที่คุ้นเคยกับการส่ง SMS อยู่แล้ว แต่ในอนาคตเมื่อจำนวนเครื่องโทรศัพท์พื้นฐานที่รองรับการส่ง T-SMS มีกว้าง ขวางขึ้น ก็จะยิ่งมีการใช้งานส่งข้อความระหว่างโทรศัพท์พื้นฐานด้วยกันเองมากขึ้น

"ต่อไป T-SMS ก็ส่งภาพกราฟิก โลโก ริงโทนต่างๆ ได้เหมือนโทรศัพท์มือถือเพราะอยู่บน SMS เหมือนกัน"

ประโยชน์ทางตรงที่ T-SMS จะได้ในรูปการ ใช้งานแทนเพจเจอร์ที่ปัจจุบันด้วยโครงสร้างค่าบริการและเทคโนโลยี ไม่สามารถที่จะแข่งขันในตลาดได้ มีผู้ให้บริการคืนสัมปทานเกือบหมดแล้ว แม้กระทั่งรายใหญ่อย่างโฟนลิ้งค์ บริการนี้ยังได้เปรียบเพจเจอร์ทั่วๆไปตรงที่หากส่ง SMS เข้า โทรศัพท์มือถือ ถึงแม้ปิดเครื่องหรืออยู่นอกพื้นที่ให้บริการ ข้อความดังกล่าวก็ยังถูกบันทึกในความจำอยู่สามารถเรียกดูข้อความภายหลังได้

T-SMS จะเป็นประโยชน์ทั้งกลุ่มลูกค้่าตาม บ้านและการใช้งานเชิงธุรกิจด้วยโครงสร้างค่าบริการที่เสียเพียงค่าบริการรายเดือน 30 บาทค่า ส่งข้อความละ 3 บาท แต่สามารถส่งไปยังเลขหมายปลายทางได้จำนวนมากและทั่วประเทศ

ภายใต้บริการเสริมที่มีอยู่หลายประเภทไม่ว่าจะเป็น T-Variety ที่ให้บริการด้านออดิโอเท็กซ์ T-Box อุปกรณ์ที่ทำให้ทีวีกลายเป็นจอคอมพิวเตอร์ต่ออินเทอร์เน็ตพร้อมแป้นกดไร้สาย,บริการเว็บโฟนทั้งที่เป็นโทรศัพท์บ้านและโทรศัพท์สาธารณะ ยังมี T-Netซึี่งเป็นการให้บริการอินเทอร์เน็ตร่วมกับการสื่อสารแห่งประเทศไทย(กสท.) โดยเริ่มทดลองตลาดใน 21 จังหวัดด้วยค่าบริการที่ถูกมากเพียงชั่วโมงละประมาณ 3 หรือ 4 หรือ 5 บาท ก่อนที่จะขยายบริการไปทั่วประเทศ

ไฮไลต์ของทีทีแอนด์ทีในปีหน้า น่าจะเป็นเรื่องบริการทีเรียกว่า T-Buddy หรือบริการที่ทำ ให้เลขหมายโทรศัพท์บ้านกับโทรศัพท์มือถือเป็นเลขหมายเดียวกัน

คอนเซ็ปต์ธุรกิจดังกล่าวเกิดขึ้นแล้วในต่าง ประเทศโดยจะเป็นการเหมาแอร์ไทม์ล็อตใหญ่จากผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ แล้วนำมาทำตลาด พ่วงไปกับบริการหรือสินคัาหลักของตัวเองที่มีอยู่

ทีทีแอนด์ที ย้ำชัดเจนว่าไม่สนใจให้บริการโทรศัพท์พกพาพีซีที แบบที่ทีเอให้บริการในกรุงเทพฯ เนื่องจากระบบไม่มีความยืดหยุ่นที่ดีเพียงพอทั้งด้านเทคนิคและการตลาด แต่หลักการเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ในกรณีที่นำมาปรับใช้กับเทคโนโลยีที่สามารถทำให้เบอร์บ้านกับเบอร์โทรศัพท์มือถือเป็นเบอร์เดียวกันได้ โดยที่หากโทร.เข้าเบอร์บ้านอาจให้กด 0 แต่หากโทร.เข้าเบอร์โทรศัพท์มือถืออาจกด 1 หรือไล่ไปตามลำดับอีกกี่เลขหมายก็ได้ แล้วแต่ความเหมาะสมด้านเทคนิคและการตลาด

บริการลักษณะเช่นนี้จะเป็นความร่วมมือกันระหว่างผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานกับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งได้ประโยชน์ร่วมกัน 2 ฝ่าย ด้านผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ ก็สามารถรับประกันรายได้แน่นอนจากค่าบริการหรือแอร์ไทม์ ได้ ไม่มีปัญหานี้สูญ ไม่ต้องรับผิดชอบเรื่องการดูแลลูกค้า หรือการออกบิลค่าใช้โทรศัพท์

ผู้ให้บริการโทรศัพท์พื้นฐาน ก็เท่ากับมีบริการใหม่เพิ่มขึ้นเป็นเครื่องมือการตลาดที่เหนือ กว่าคู่แข่ง สามารถทำตลาดในลักษณะการบันเทิง บริการหลากรูปแบบ ภายใต้เบอร์โทรศัพท์พื้นฐานเพียงเบอร์เดียว พร้อมทั้งสามารถขยายฐานลูกค้า ตามเข้าไปมีรายได้ แม้ลูกค้าจะเดินทางจาก พื้นที่บริการในภูมิภาค เข้ามายังกรุงเทพฯ ซึ่งภาย ในไตรมาสแรกของปี 2546 ลูกค้าของทีทีแอนด์ทีในภูมิภาคน่าจะมีโอกาสได้สัมผัสกับบริการดังกล่าว ซึ่งอัตราค่าบริการต้องอยู่ในระดับที่แข่งขันได้อยู่แล้ว

นายสุวิทย์ อารยะวิไลพงศ์ ผู้จัดการสำนักธุรกิจการให้บริการเสริมแบบ Non-Voice บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสหรือเอไอเอสที่ไปร่วมงาน T-Trends ของทีทีแอนด์ที ที่เชียงใหม่กล่าวว่าการส่ง SMS หรือข้อความสั้น เป็นบริการที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากมีการเติบโตอย่างต่อเนื่องและเอไอเอสได้พัฒนารูปแบบ SMS ให้สนองตอบกับการใช้ชีวิตประจำวันไม่ว่าจะเป็นบันเทิง ธุรกิจรวมทั้งธุรกรรมด้านการเงิน

แต่ที่ผ่านมาการส่ง SMS ถูกจำกัดวงอยู่เฉพาะระหว่างโทรศัพท์มือถือ เอไอเอสจึงร่วมกับทีทีแอนด์ทีเพื่อพัฒนา SMS ให้ส่งถึงกันได้ระหว่างโทรศัพท์พื้นฐานกับโทรศัพท์มือถือของเอไอเอส ไม่ว่าจะเป็นจีเอสเอ็ม แอดวานซ์,วัน-ทู-คอลและจีเอสเอ็ม 1800 โดยลูกค้าของเอไอเอสที่จะส่งข้อความไปยังโทรศัพท์พื้นฐานของทีทีแอนด์ที จะเสียค่าบริการเพียงครั้งละ 2 บาทเท่านั้น

"เป็นความต้องการของเอไอเอสที่จะผนวก เอาเทคโนโลยีสื่อสารต่างๆ เข้ารวมกับเครือข่ายการสื่อสารไร้สาย เพื่อให้โทรศัพท์มือถือเป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนบุคคล ในการรวบรวมข้อมูล ข่าวสารจากทุกๆเครือข่ายสื่อสาร ภายใต้คอนเซ็ปต์ Unified Message ที่ลูกค้าสามารถรับส่ง Messageทุกรูปแบบจากทั่วทุกมุมโลก ด้วยโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว"



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.