|

ตระกูล "เรืองกฤตยา" รุกหนักจัดสรรท่องเที่ยว
ผู้จัดการรายวัน(30 มกราคม 2549)
กลับสู่หน้าหลัก
"ชานนท์ เรืองกฤตยา" เบนเข็มบุกตลาดอสังหาฯ เมืองท่องเที่ยว เล็งนำที่ดินมรดก 900 ไร่ ใน จ.ภูเก็ต พัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยทุกระดับราคา เชื่อยังมีช่องเข้าไปทำตลาดหลังโครงการของต่างชาติส่วนใหญ่ทำบ้านแพงจ่อคิว บุกหัวหิน พัทยา สมุย อีกระลอก พร้อมพับแผนโครงการพิมานดา เซน เส้นบางนา-ตราด รอดูท่าทีตลาดหลังเปิดใช้สนามบินสุวรรณภูมิ
นายชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด เปิดเผยว่า ภายหลังจากผลการศึกษาครบรอบ 1 ปีสึนามิ พบว่า ตลาดวิลลาที่จับลูกค้าชาวต่างชาติ ยังสามารถขายได้ดีมากกว่าช่วงก่อนเกิดเหตุการณ์คลื่นยักษ์สึนามิเสียอีก โดยอัตราการเติบโตของตลาดในขณะนี้มีสูงถึง 30-50% ดังนั้นในปี 2549 จึงมีแผน ที่จะนำที่ดินเก่าสะสมของครอบครัวบริเวณ อ.ถลาง จ.ภูเก็ต จำนวนประมาณ 900 ไร่มาพัฒนาในรูปแบบของที่พักอาศัย จับ 3 ตลาดหลัก คือ บ้านระดับล่าง ราคา 2-3 ล้านบาท, บ้านระดับกลาง ราคา 3-5 ล้านบาท และบ้านระดับสูง ราคา 40-150 ล้านบาท ซึ่งจะมีการแบ่งโซนอย่างชัดเจน โดยจะมีการตั้งบริษัทลูกขึ้นมาเพื่อพัฒนาโครงการดังกล่าว
"ในปี 49 นี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ จะลงไปพัฒนาโครงการบ้านหรูราคาแพง ที่ จ.ภูเก็ตกันอีกมาก ซึ่งเท่ากับเป็นการช่วยให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีความขยัน ในการสร้างตัวเองให้เป็นมืออาชีพมากขึ้น โดยโครงการในภูเก็ตในขณะนี้ส่วนใหญ่ จะเป็นการลงทุนของชาวต่างชาติมากกว่าคนไทย โดยเฉพาะฮ่องกงและสิงคโปร์ ซึ่งจะพัฒนาโครงการละประมาณ 20-50 หลัง"
นายชานนท์กล่าวว่า นอกจากนี้ตนยังให้ความสนใจพัฒนาโครงการระดับไฮเอนด์ที่หัวหิน, พัทยา และสมุยอีกด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างการศึกษาข้อมูลในแต่ละพื้นที่ ส่วนจะใช้พื้นที่กี่ไร่นั้นคงไม่สามารถตอบได้เพราะต้องดูเซกเมนต์ในแต่ละตลาดเสียก่อน อาทิ หัวหิน ขณะนี้ที่ดินติดชายหาดเริ่มหายากแล้ว ผู้ประกอบการจะหันมาเน้นบ้านริมภูเขากันมากขึ้น หากพัฒนาก็คงเป็นบ้านเดี่ยวระดับราคาประมาณ 3-5 ล้านบาท, พัทยา หากจะมีการพัฒนานั้นคงจะเป็นในรูปแบบของคอนโดมิเนียมมากกว่า ราคาประมาณ 5 หมื่นบาทต่อตารางเมตรขึ้นไป รวมไปถึงเซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ด้วย ขณะนี้อยู่ระหว่างซื้อที่ดินในพื้นที่จอมเทียน ประมาณ 3 แปลง แปลงละประมาณ 3-4 ไร่
นายชานนท์กล่าวต่อไปว่า นอกจากการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพัทยาแล้ว ตนยังมีแผนที่จะพัฒนาอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ในสนามพีระ คาร์ท ซึ่งเป็นสนามแข่งรถยนต์ระดับมาตรฐานจำนวน 20 ยูนิต มูลค่าการลงทุน 40 ล้านบาท โดยจะเป็นในรูปแบบของการปล่อยเช่ารายปีให้แก่ลูกค้า เพื่อขายเกี่ยวกับอุปกรณ์รถยนต์และอู่ซ่อมรถยนต์เพื่อเป็นการสร้างรายได้ให้แก่บริษัท ซึ่งจะเป็นการชดเชยการลงทุนในเรื่องสนามแข่งขันรถยนต์ที่ได้ลงทุนไปก่อนหน้านี้ คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3 ปีนี้
ส่วนความคืบหน้าโครงการ พิมานดา เซน นั้น นายชานนท์กล่าวว่า หลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อประมาณกลางเดือน พ.ย.48 ที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้ ต้องยอมรับในเรื่องยอดขายนั้นไม่ค่อยดีเท่าที่ควร เพราะว่าลูกค้าที่มีกำลังซื้อบ้านราคาแพงส่วนใหญ่ต้องการในรูปแบบของการซื้อที่ดินเปล่าเพื่อมาสร้างบ้านเอง มากกว่าการซื้อบ้านจัดสรรพร้อมอยู่หรือสั่งสร้าง ดังนั้นตนจึงได้ชะลอแผนการขายโครงการดังกล่าวไปก่อน คงต้องรอให้สนามบินสุวรรณภูมิเปิดให้บริการในปีนี้ เพราะบริษัทเองก็ไม่มีผลกระทบในเรื่องที่ดินอยู่แล้วเนื่องจากเป็นที่ดินเก่าสะสมของครอบครัว
สำหรับโครงการพิมานดา เซน ตั้งอยู่ในสนามกอล์ฟวินด์มิลล์ ถนนบางนา-ตราด กม.10.5 บนพื้นที่กว่า 18 ไร่ ในรูปแบบของบ้านเดี่ยวสไตล์ตะวันออก จำนวนทั้งสิ้น 41 ยูนิต มีให้เลือก 4 แบบ พื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 311-451 ตารางเมตร ขนาดที่ดินตั้งแต่ 110-300 ตารางวา ราคาเริ่มต้นที่ 9.9-21 ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการกว่า 500 ล้านบาท
"นโยบายหลักของบริษัทเน้นการขายบ้านระดับราคาต่ำกว่า 5 ล้านบาทเป็นหลัก ซึ่งได้แก่ แบรนด์ "สิรินดา" คิดเป็นสัดส่วนถึง 80% ทั้งนี้ เพื่อหวังเป็นผู้นำในตลาดบ้านระดับกลางในอนาคต"
โดยโครงการบ้านระดับต่ำกว่า 5 ล้านบาท ที่บริษัทมีแผนเปิดการขายในปีนี้ ได้แก่ โครงการสิรินดา จอยไลฟ์ เป็นบ้านแฝดทรงอิสระ ราคา 2.99-5 ล้านบาท, โครงการพรานา เป็นบ้านเดี่ยว จำนวน 34 ยูนิต ขนาด 50 ตารางวาขึ้นไป ราคาเริ่มต้นที่ 4-6 ล้านบาท และอนันดา สปอร์ตไลฟ์ เฟส 2 บนพื้นที่ 50 ไร่ เป็นบ้านเดี่ยวอีกจำนวนประมาณ 200 ยูนิต ระดับราคา 5-10 ล้านบาท
กลับสู่หน้าหลัก
 ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย
(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.
|