"เจริญ"ฮุบโออิชิ3พันล้านยันดีลนี้ไม่เกี่ยวเบียร์ช้าง


ผู้จัดการรายวัน(27 มกราคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

"เจริญ สิริวัฒนภักดี" ขน 3 พันล้านบาท ซื้อหุ้นโออิชิ ระบุไม่เกี่ยวเบียร์ช้าง นครชื่น ร่วมกับพันธมิตร Bengena เข้าถือหุ้นโออิซิ 55% เตรียมตั้งโต๊ะเทนเดอร์ฯ ต้นเดือนก.พ.-กลางเดือนมี.ค. "ตัน" ยันทำงานเต็มที่แม้ถือ 10% ย้ำเหตุผลที่ขายต้องการขยายการธุรกิจ หวังช่องทางขายสินค้าและโอกาสขยายตลาดใหม่

นายอุดมศักดิ์ ชาครียวณิชย์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชียพลัส จำกัด (มหาชน) หรือ ASP ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของกลุ่มพันธมิตรใหม่ที่เข้าซื้อหุ้นบริษัท โออิซิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ OISHI ในดีลการซื้อขายหุ้น กล่าวว่า นายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการ บมจ.โออิซิ กรุ๊ปได้ทำสัญญาซื้อขายหุ้นของบริษัท โดยตกลงที่จะร่วมกันขายหุ้นจำนวนรวมทั้งสิ้น 103,125,000 หุ้น หรือ 55% ของจำนวนหุ้นทั้งหมดให้แก่กลุ่มผู้ซื้อ ได้แก่บริษัท นครชื่น จำกัด และ Bengena International Ltd. ในราคาหุ้นละ 32.50 บาทต่อหุ้น หรือ คิดเป็นจำนวน 3,352 ล้าบาท

ทั้งนี้ ในส่วนที่การขายให้กับ นครชื่น จำนวน 63,506,637 หุ้น หรือ 33.87% คิดเป็น 2,063.9 ล้านบาทจะทำการซื้อขายผ่านการซื้อขายกระดานใหญ่ (Big Lot) เมื่อวานนี้

ขณะที่ในส่วนของ Bengena International Ltd. จำนวน 39,618,363 หุ้น หรือ 21.13% มีข้อจำกัดห้ามโอน (Silent Period) จะทำการขายผ่านทางการทำคำเสนอซื้อหุ้น เมื่อหุ้นดังกล่าวหลุดพ้นจากข้อกำหนดห้ามโอนในวันที่ 25 ก.พ. 49

อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ซื้อจะร่วมกันทำคำเสนอซื้อหุ้นทั้งหมด หรือเทนเดอร์ออฟเฟอร์ ในช่วงประมาณต้นเดือน ก.พ. - กลางเดือน มี.ค. โดยในการทำคำเสนอซื้อจะให้สิทธิ Bengena International Ltd. เข้าซื้อก่อนในสัดส่วนที่ไม่เกินสัดส่วนที่นักลงทุนต่างประเทศสามารถถือครองได้ ซึ่งมีการกำหนดไว้ไม่เกิน 49% โดยจำนวนที่เกินบริษัท นครชื่น จำกัด จะเป็นผู้รับซื้อทั้งหมด

นายอุดมศักดิ์ กล่าวว่า การเข้าลงทุนในครั้งนี้ของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี ประธานกรรมการ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ เป็นการเข้าลงทุนโดยส่วนตัว ไม่มีความเกี่ยวข้องกับ บมจ.ไทยเบฟเวอเรจ โดยเหตุผลที่เข้ามาลงทุนส่วนตัวเนื่องจากไทยเบฟเวอเรจอยู่ระหว่างยื่นเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งหากใช้ไทยเบฟเวอเรจเข้าซื้อจะทำให้กระบวนการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ของไทยเบฟเวอเรจล่าช้าออกไปอีก

ทั้งนี้ ประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ทางอ้อม หรือแบ็กดอร์ ลิสติ้งผ่านบริษัทโออิชิ เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงอย่างแน่นอน

สำหรับการซื้อขายหุ้นในครั้งนี้จะดำเนินการผ่าน บล.เอเชียทั้งหมด โดยจะได้รับค่าคอมมิชชั่นจากการซื้อขายประมาณ 10 ล้านบาท

นายตัน ภาสกรนที ประธานกรรมการ บมจ.โออิซิ กรุ๊ป กล่าวว่าภายหลังจากการขายหุ้นในครั้งนี้ ตนเองและภรรยายังถือหุ้นในบมจ.โออิซิ อีกประมาณ 10% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 600-700 ล้านบาท ซึ่งยังสูงกว่ามูลค่ารวมของบริษัทก่อนที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์อีก โดยหลังจากที่ได้พันธมิตรเข้ามาก็จะหาลู่ทางเพื่อขยายการลงทุนต่อไป โดยตั้งเป้าจะขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศจากปัจจุบันที่รายได้อยู่ในสัดส่วนประมาณ 2-3% เป็น10%

ทั้งนี้ การตัดสินใจหาพันธมิตรได้มีการคิดไว้แล้วประมาณ 1 ปีก่อนตัดสินใจหาพันธมิตรเพื่อขยายธุรกิจ ทั้งในด้านของโรงงาน เงินทุน และช่องทางในการขายสินค้า โดยก่อนหน้ามีบริษัทจากต่างประเทศ ทั้งญี่ปุ่นและไตหวันสนใจที่จะเข้ามาร่วมลงทุน แต่ตนตัดสินใจโดยเลือกกลุ่มพันธมิตรในครั้งนี้เนื่องจากนายเจริญและบริษัท Bengena มีธุรกิจมากมาย ทั้งโรงแรม สนามกอล์ฟ อสังหาริมทรัพย์ ที่จะสามารถใช้เครือข่ายของพันธมิตรเข้ามาพัฒนาทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด และได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับผู้ถือหุ้นรายย่อย

สำหรับส่วนตัวจะไม่มีการลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ใหม่ เพราะอยากจะบริหารสิ่งที่สร้างขึ้นมาให้ดีต่อไป แม้ว่าสัดส่วนที่ถือครองจะไม่มากเท่าที่ผ่านมาแต่ยืนยันว่าจะบริหารงานอย่างเต็มที่ในส่วนเงินที่ได้รับการจากการขายหุ้น จะนำไปลงทุนในธุรกิจที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม โดยในส่วนของหุ้นบริษัทโออิชิจะไม่มีการซื้อเพิ่ม

นายธนิต ธรรมสุคติ ในฐานะตัวแทนของบริษัท นครชื่น จำกัด กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คณะกรรมการบริษัทไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ได้มีการเรียกประชุมในเรื่องการเข้าซื้อหุ้นบมจ.โออิซิ แต่บอร์ดไทยเบฟเวอเรจ ปฎิเสธที่จะเข้ามาซื้อในครั้งนี้ ทำให้นายเจริญ สิริวัฒนภักดี เข้ามาซื้อขายในลักษณะลงทุนส่วนตัวเนื่องจากเล็งเห็นถึงผลการดำเนินที่ดีในอนาคตของบริษัท

ทั้งนี้ บมจ.โออิซิ ยังเป็นผู้นำในธุรกิจชาเขียวและร้านอาหารนอกจากนี้ คณะกรรมการของโออิชิ กรุ๊ป ได้รับแจ้งว่า กรรมการ 5 ท่านได้ยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นกรรมการของโออิชิ กรุ๊ป และคณะกรรมการได้มีมติแต่งตั้งกรรมการใหม่ 5 ท่านเข้ารับดำรงตำแหน่งแทน ประกอบด้วยนายณรงค์ ศรีสอ้าน นายฐาปน สิริวัฒนภักดี,นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร,นายอวยชัย ตันทโอภาส และนายพิษณุ วิเชียรสรรค์ โดยนายณรงค์ ศรีสอ้านเป็นประธานกรรมการบริษัท และจะเป็นผู้กำหนดนโยบายของทิศทางการดำเนินงานของบริษัทต่อไป

สำหรับบริษัท นครชื่น จำกัด จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 4 ม.ค. 43 ปัจจุบันมีทุนจดทะเบียนและเรียกชำระแล้วจำนวน 5,000 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 10 บาท โดยมีทุนชำระแล้ว5,000 ล้านบาท ประกอบธุรกิจหลักคือ การจำหน่ายสุราการให้เช่าอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนโดยมีผู้ถือหุ้นใหญ่ คือบริษัทวัฒนพัฒน์เทรดดิ้ง จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 75% บริษัท ที.ซี.ซี. แลนด์ จำกัด ถือหุ้นในสัดส่วน 25% โดยคณะกรรมการบริษัทประกอบด้วย นายเจริญ สิริวัฒนภักดี, คุณหญิงวรรณา สิริวัฒนภักดี, นายณรงค์ ศรีสอ้าน,นายธีรศักดิ์ นาทีกาญจนลาภ,นายสิทธิชัย ชัยเกรียงไกร,นางสาวอาทินันท์ สิริวัฒนภักดี,นายฐาปน สิริวัฒนภักดี และนายปณต สิริวัฒนภักดี

ในส่วนของ Bengena International Ltd. เป็นบริษัทจำกัดที่จัดตั้งภายใต้กฎหมาย British Virgin Islands และมี Ultimate Shareholder คือ Mr. Ma Wah Yan โดยมีทุนจดทะเบียนทั้งสิ้น 50,000 เหรียญสหรัฐโดยมีทุนชำระแล้ว 1 เหรียญสหรัฐ ก่อตั้งเมื่อ 22 พ.ย. 48คณะกรรมการของ Bengena International Ltd. คือ Mr. Ma Wah Yan โดย Bengene International Ltd. เป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักคือ ธุรกิจการลงทุน

วานนี้ (26 ม.ค.)ได้มีการซื้อขายรายการใหญ่ (บิ๊กล็อต) ในหุ้น บริษัท โออิชิ จำนวน 3 รายการจำนวน 59.210 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขาย 1,924.34 ล้านบาท ในราคาเฉลี่ยหุ้นละ 32.50 บาท และมีหุ้น บริษัท โออิชิในกระดานต่างประเทศ จำนวน 3 รายการจำนวน 15.79 ล้านหุ้น มูลค่าการซื้อขาย 513.37 ล้านบาทในราคาหุ้นละ 32.50 บาท ส่งผลทำให้บล.เอเซียพลัส มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดจำนวน 8,376.19 ล้านบาทหรือ 13.29%


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.