ความลับของ Co Q10

โดย ภก.ดร. ชุมพล ธีรลดานนท์
นิตยสารผู้จัดการ( กุมภาพันธ์ 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

Co Q10 มาจากชื่อเต็ม Coenzyme Q10 ที่ครั้งหนึ่งคนญี่ปุ่นเคยเรียกว่า Vitamin Q นั้นเป็นที่รู้จักและใช้กันมานานกว่า 30 ปีโดยเฉพาะผู้ป่วยโรคหัวใจซึ่งเกือบร้อยทั้งร้อย จะได้ Co Q10 (ชื่อการค้า Neuquinone*) จ่ายมาพร้อมกับยาโรคหัวใจด้วยเสมอ มาในระยะหลังนี้เหตุไฉน Co Q10 ที่ว่า ถึงกลับมาปรากฏในเครื่องสำอางหลากยี่ห้อจนเลือกซื้อกันแทบไม่หวาดไม่ไหว ในขณะที่ชื่อของ Co Q10 ยังไม่คุ้นหูและดูเหมือนเป็นน้องใหม่มาแรงในแวดวงเครื่องสำอาง แต่สำหรับวงการวิทยาศาสตร์การแพทย์แล้วสารชีวภาพตัวนี้ดึงดูดความสนใจจากนักวิจัยทั่วโลกมาเป็นเวลาครึ่งศตวรรษพอดีในปีนี้

ตำราชีวเคมีหลายเล่มกล่าวถึงการค้นพบ Co Q10 ที่สกัดจาก mitochondria ในเนื้อวัวได้เป็นครั้งแรกที่อเมริกาในปี 1957 โดย Professor Frederick Crane ซึ่งต่อมาพบว่า สารตัวเดียวกันนี้ถูกรายงานโดย Professor Morton จากฝั่งอังกฤษเช่นกัน โดยใช้ชื่อที่เรียกว่า Ubiquinone อีกหนึ่งปีหลังจากนั้น Dr.Karl Folkers ซึ่งทำงานอยู่ที่ Merck Inc. บริษัทผู้ผลิตเวชภัณฑ์ยาชั้นนำของอเมริกาเป็นคนแรกที่ยืนยันโครงสร้างทางเคมีที่ถูกต้องของ Co Q10 (figure 1)

ข้อจำกัดหลายอย่างของวิทยาการในสมัยนั้น ทำให้การสานต่องานวิจัยตลอดช่วง 20 ปีแรก หลังจากการค้นพบดำเนินไปด้วยความยากลำบาก เพราะกว่าจะสกัด coenzyme ชนิดนี้ออกมาให้บริสุทธิ์ได้ก็เหลือปริมาณเล็กน้อยไม่เพียงพอสำหรับการทดลอง ให้ได้ผลเป็นชิ้นเป็นอันเท่าที่ควรแถมยังมีปัญหาเรื่องความคงตัวในการเก็บรักษาเข้ามาเกี่ยวอีก

กุญแจดอกสำคัญที่นำไปสู่การไขปริศนา Co Q10 เริ่มต้นจากความสำเร็จของ Dr.Hideaki Fukawa ซึ่งวิจัยเกี่ยวกับวิตามิน อยู่ที่บริษัท Nisshin Seifun ประเทศญี่ปุ่น (บริษัทในเครือ Nisshin) ได้ค้นพบวิธีการสังเคราะห์ Co Q10 บริสุทธิ์และมีความคงตัว ได้ในปริมาณมากพอสำหรับใช้ในการวิจัยทางการแพทย์และการผลิตในระดับอุตสาหกรรม ซึ่งหลังจากปี 1980 เป็นต้นมา มีงานวิจัยใหม่ๆ จากอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น เพิ่มจำนวนขึ้นแบบก้าวกระโดด

หากลองใช้ PubMed หรือ SciFider ซึ่งเป็นสอง search engine ที่มีฐานข้อมูลที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดในปัจจุบันพบว่า มีงานวิจัยที่ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษอยู่ประมาณ 75% ภาษาอื่นๆ (ไม่รวมญี่ปุ่น) รวมกัน 5% และที่เหลืออีกราว 20% ตีพิมพ์ด้วยภาษาญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเสมือนแหล่งข้อมูลโบนัสและเป็นมรดกทางภูมิปัญญาสำหรับนักวิจัยญี่ปุ่นรุ่นใหม่ได้ใช้เป็นพื้นฐานสำคัญในงานวิจัยต่อยอดโดยเฉพาะเทคโนโลยีทางด้านการสังเคราะห์ การควบคุมคุณภาพให้บริสุทธิ์ และคงตัวเหมือน Co Q10 ในธรรมชาติ รวมถึงผลวิจัยสำคัญๆ ทางเภสัชวิทยาคลินิก วิทยาศาสตร์เครื่องสำอาง ความก้าวหน้าทางการแพทย์ เป็นต้น

ตัวอย่างหนึ่งในนั้นคือการประยุกต์ใช้ Co Q10 กับผู้ป่วยโรคหัวใจเต้นผิดจังหวะเป็นครั้งแรกของโลกซึ่งจุดประกายความคิดและแนวทางการวิจัยด้านการแพทย์ในเวลาต่อมา

Co Q10 เป็นสารชีวภาพสำคัญที่พบในทุกเซลล์ของร่างกาย โดยปกติร่างกายมนุษย์สามารถสังเคราะห์ Co Q10 ได้เองจากกรดอะมิโน (Tyrosine) ร่วมกับวิตามิน 8 ชนิดและแร่ธาตุอีกจำนวนหนึ่ง แต่หลังอายุ 20 ปีปริมาณการสร้าง Co Q10 จะลดลงต่ำกว่าระดับที่ร่างกายต้องการ Co Q10 ในอาหารที่มีมากในเนื้อวัว ปลาซาร์ดีน ปลาทูน่า ผักขม ถั่วลิสงจะถูกทำลายโดยความร้อนที่ใช้หุงต้ม

ในญี่ปุ่นการบริโภค Co Q10 เป็นอาหารเสริมจึงเป็นหนึ่งในข้อแนะนำสำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจชนิดต่างๆ เพื่อเสริมฤทธิ์กับยารักษาโรคหัวใจ ยิ่งไปกว่านั้น Co Q10 ยังช่วยลดความดันโลหิตสูง ใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยโรคมะเร็ง และช่วยเพิ่มภูมิต้านทานร่างกายได้ในระดับหนึ่งซึ่งกำลังวิจัยถึงแนวโน้มในการใช้เสริมการรักษาสำหรับผู้ป่วย HIV ในอนาคต

ทุกวันนี้ญี่ปุ่นส่งออก Co Q10 บริสุทธิ์ คุณภาพสูงที่ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอางมากที่สุดในโลก โดยเฉพาะอาหารเสริม Co Q10 ในอเมริกานั้นใช้วัตถุดิบซึ่งนำเข้าจากญี่ปุ่น 100% หากดูที่ข้างขวดจะเขียนว่า Carefully Manufactured in USA แทนที่จะเป็น Made in USA

อาหารเสริม Co Q10 ที่วางขายในญี่ปุ่นและอเมริกา มีทั้งแบบที่เป็น Co Q10 อย่างเดียวขนาดตั้งแต่ 30-120 mg** และแบบที่รวมกับวิตามินและ/หรืออาหารเสริมชนิดอื่นๆ ซึ่งมีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเลือกแบบใดก็ตาม ควรรับประทาน Co Q10 พร้อมหรือหลังอาหารทันทีเพื่อให้มีการดูดซึม เข้าสู่ร่างกายในปริมาณมากที่สุด เนื่องจาก coenzyme นี้ละลายได้ในไขมัน

คุณสมบัติสำคัญอีกประการของ Co Q10 เป็นผลมาจากโครงสร้างทางเคมีที่มีลักษณะเด่นในการจับกับอนุมูลอิสระในกระแสเลือดซึ่งช่วยป้องกันภาวะหัวใจขาดเลือดได้ในแต่ละวัน ร่างกายจำเป็นต้องหายใจ เอาออกซิเจนเข้าไปใช้เผาผลาญอาหารให้เป็นพลังงาน ซึ่งกระบวนการหายใจดังกล่าวนี้เป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอนุมูลอิสระอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากนี้การสูบบุหรี่ ดื่มเหล้า แสง UV ความเครียดและสภาพแวดล้อมเป็นพิษ ล้วนเป็นปัจจัยภายนอกที่เพิ่มการเกิดอนุมูลอิสระภายในร่างกาย ซึ่งสวนทางกับปริมาณ Co Q10 ที่ลดลงเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น

อนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นนี้เป็นต้นเหตุของการเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ ซึ่งทำลายโมเลกุลต่างๆ ภายในเซลล์รวมถึงการเข้าจับและเปลี่ยนแปลง DNA บางส่วนอย่างต่อเนื่องซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดเซลล์มะเร็ง และหากอนุมูลอิสระนี้ไปจับกับ collagen ใต้ผิวหนังก็จะกลายเป็น สาเหตุการเกิดริ้วรอย

ด้วยเหตุนี้ Co Q10 จึงกลายเป็น hot issue และถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอย่างไร้ข้อกังขา บริษัทผู้ผลิตเครื่องสำอางของญี่ปุ่นต่างทราบดีถึงประสิทธิภาพในการ "ชะลอการเกิดริ้วรอย" ซึ่งประดุจสรรพคุณวิเศษที่มนุษย์ปรารถนากันมาเป็นเวลานาน กลยุทธ์ทางการตลาดของ Co Q10 จึงนำเสนอผ่านรายการเพื่อสุขภาพและความงามในโทรทัศน์ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหมุนเวียนกันมาให้ความรู้ในหลายแง่มุม จากนั้นปล่อยให้กระแสเป็นไปตามกลไกการโฆษณาแบบปากต่อปาก เพียงเท่านี้ Co Q10 ก็ติดตลาดและกลายเป็นจุดขายทรงพลังที่มีผลต่อการเลือกซื้อครีมบำรุงผิวของคนญี่ปุ่นภายในเวลาอันรวดเร็ว

Co Q10 ครีมแฝดต่างฝาของ Co Q10 อาหารเสริม ใช่ว่าจะเป็นเพียงเรื่องที่รู้ไว้ไม่ตกเทรนด์เท่านั้นแต่ยังก่อให้เกิดอรรถประโยชน์หากรู้จักเลือกใช้อย่างเหมาะสม

* Neuquinone เป็นชื่อการค้าของ Co Q10 ผลิตโดยบริษัท Eisai วางขายครั้งแรกในโลก เมื่อปี 1974

** ปัจจุบันยังไม่มีการกำหนดปริมาณ Co Q10 มาตรฐานที่ร่างกายต้องการต่อหนึ่งวัน


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.