จอห์นสันแอนด์จอห์นสันเตรียมชอปปิ้ง

โดย ฐิติเมธ โภคชัย
นิตยสารผู้จัดการ( มกราคม 2546)



กลับสู่หน้าหลัก

สินค้าอุปโภคที่ผลิตโดยจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ได้รับการยอมรับในทั่วโลก ขณะที่ผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพ หรือเวชภัณฑ์ยาบางชนิดไม่เป็นที่นิยม เป็นที่รับรู้กันดีในบรรดาวาณิชธนกิจ และนักวิเคราะห์ว่า จอห์นสันแอนด์จอห์นสันเป็นบริษัทที่เข้าซื้อกิจการเวชภัณฑ์ยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์มากที่สุดแห่งหนึ่ง และดำเนินการตลอด 10 ปีที่ผ่านมา รวมถึงการจ่ายเงิน 12.3 พันล้านเหรียญสหรัฐในการซื้อธุรกิจเวชภัณฑ์ยาที่มีความเชี่ยว ชาญเฉพาะด้าน อัลซ่า คอร์ป (Alza Corp.) เมื่อปีที่แล้ว

ล่าสุด เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาจอห์นสันแอนด์จอห์นสันเปิดเจรจาซื้อกิจการผลิตภัณฑ์ยาขนาดเล็ก OraPharma ด้วยมูลค่า 85 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดว่าจะบรรลุข้อตกลงในไตรมาสแรกปีนี้ ขณะที่ดีลขนาดใหญ่อาจจะไม่เกิดขึ้นในเร็ววัน

อย่างไรก็ตาม ผู้จัดการกองทุนและ นักวิเคราะห์คาดว่าช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการซื้อกิจการน่าจะเป็นภายในปีนี้ โดยเป้าหมายมุ่งไปที่บริษัทผลิตอุปกรณ์การแพทย์ Guidant หรือยักษ์ใหญ่ด้านเวชภัณฑ์ยา Bristol-Myers Squibb

"การรวมกิจการกับ Bristol-Myers Squibb น่าจะเป็นดีลที่ดีสำหรับพวกเขาเพราะทำให้ไลน์การผลิตสมบูรณ์แบบมากขึ้น รวมถึงทั้งสองบริษัทมีธรรมชาติการทำงานที่ใกล้เคียงกัน" Hemant Shah นักวิเคราะห์อิสระ ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจเวชภัณฑ์ในนครนิวยอร์กกล่าว

โดยเฉพาะ St.Jude Medical ผู้ผลิตอุปกรณ์สำหรับฝังใต้ผิวหนังเพื่อรักษาระดับการเต้นของหัวใจและภาวะการสั่นกระตุกกล้ามเนื้อ กำลังถูกจับตามองว่ามีโอกาสถูกจอห์นสันแอนด์จอห์นสันซื้อกิจการ ต่อจากดีล OraPharma เพื่อสร้างความแข็งแกร่งทางการตลาดให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น

"หลายปีที่ผ่านมาบริษัทได้สร้างความเติบใหญ่ด้วยวิธีซื้อกิจการ ดังนั้นเป็นเรื่องธรรมดาที่พวกเขากำลังคิดอะไรบางอย่าง" Bruce Cranna นักวิเคราะห์แห่ง Leerink Swann & Co. ชี้ "คาดว่า การซื้อกิจการจะเกิดอีกครั้งในครึ่งหลังของ ปีนี้"

อย่างไรก็ดี โฆษกของจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ออกมาลดกระแสความร้อนแรงในเรื่องดังกล่าว และเรียกการวิเคราะห์ของเหล่าวาณิชธนกิจ และนักวิเคราะห์ รวมถึงผู้จัดการกองทุนว่าเป็นเพียง "ข่าวลือและการคาดเดา"

เหตุผลในการซื้อกิจการ บรรดานักวิเคราะห์เข้าใจกันโดยทั่วไปว่าบริษัทเริ่มมองหาเป้าหมายใหม ่เมื่อมีสัญญาณว่ารายได้ลดลงปรากฏออกมาชัดเจน อีกทั้ง พิจารณาจากภาวะการแข่งขันในธุรกิจเวชภัณฑ์ยา ที่ได้รับสิทธิบัตรว่าอยู่ในระดับสร้างความกดดันต่อการดำเนินงานหรือไม่

ปัจจุบันสถานการณ์ดังกล่าวเริ่ม ส่งสัญญาณออกมา เมื่อ Amgen ผู้นำธุรกิจเทคโนโลยีชีวภาพเปิดตัวยาตัวใหม่ "Aranesp" ต่อต้านโรคโลหิตจาง คู่แข่งโดยตรงของ Procrit และ Eprex ผลิตโดย จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน เช่นเดียวกับ Abbott Labs ที่เผยโฉมผลิตภัณฑ์ยาตัวใหม่ด้านการรักษาโรคไขข้ออักเสบ คาดว่า จะเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวในอนาคตอันใกล้

ยิ่งไปกว่านั้น ยังต้องเผชิญการแข่งขันจากคู่แข่งทั่วไป เพราะในที่สุดบริษัทเหล่านั้นกำลังจะก้าวกระโดดขึ้นมากลายเป็นผู้เล่นที่ค่ายยักษ์ใหญ่ไม่ควรมองข้าม "สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วเมื่อบริษัทแห่งหนึ่งสามารถผลิตยาคุมกำเนิดชนิดพิเศษ จากที่ในอดีตมีผู้ผูกขาดเฉพาะรายใหญ่ๆ" Girish Tyagi นักวิเคราะห์แห่ง Thomas Weisel กล่าว

หมายความว่า จอห์นสันแอนด์จอห์นสันกำลังถูกท้าทายจากคู่แข่งรายเล็ก เพราะการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือเทคโนโลยีไม่มีอุปสรรคอีกต่อไป "พวกเขามีข้อด้อยในสายงานผลิตภัณฑ์ยา" Tyagi ชี้ "แต่ภายใต้แรงกดดันไม่มีผลให้เข้าซื้อกิจการทันทีทันใด"



กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.