"HSBC"ออกสตาร์ทรับเงินฝาก กวาดเรียบฐานลูกค้าระดับกลาง-บน


ผู้จัดการรายสัปดาห์(23 มกราคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

HSBC เปิดเกมตลาดเงินฝากปล่อยแคมเปญ "บัญชีเงินฝากทันใจ"อีกนวัตกรรมที่ใช้การจ่ายดอกเบี้ยเร็วเป็นลูกเล่นสำคัญในการดึงฐานลูกค้าระดับกลางถึงบน และเป็นการย้ำถึงแบงก์ที่ให้บริการครบวงจร หลังจากภาพลักษณ์ที่ผ่านมาหนักไปทางบริการด้านบัตรเครดิต

การเปิดเกมในตลาดเงินฝากของ ธนาคาร HSBC ประเทศไทยนั้น วิชิต พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการบริหารฝ่ายบุคคลธนกิจ ปฏิเสธทันควันว่า ไม่ใช่เรื่องของการเร่งระดมเงินออมตามเทรนที่เป็นอยู่ ณ ขณะนี้ แต่สิ่งที่ทำลงไปนี้เป็นอีกหนึ่งแคมเปญเพื่อเปิดชื่อของ HSBC ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้นในฐานะของการเป็นรีเทลแบงก์กิ่งที่ให้บริการครบวงจร

เพราะที่ผ่านมา ภาพลักษณ์ของ HSBC จะหนักไปทางด้านบริการบัตรเครดิต ซึ่งเห็นได้จากปีที่แล้ว รุกตลาดด้านนี้ค่อนข้างหนัก และได้ผลลัพธ์เป็นที่น่าพอใจ โดยยอดบัตรใหม่ในปีที่ผ่านมาจบอยู่ที่ 1.25 แสนใบ

วิชิต บอกอีกว่าในปีนี้ บัตรเครดิตก็ยังเป็นธุรกิจที่แบงก์เน้นอยู่เหมือนเดิม แต่ต้นปีที่เริ่มเปิดตัวด้วยแคมเปญเงินฝากนอกจากต้องการเสนอความเป็นแบงก์ครบวงจรแล้วยังต้องการขยายฐานลูกค้าเงินฝากเพิ่มขึ้นด้วย แต่เนื่องจาก HSBC เป็นสาขาของธนาคารต่างประเทศซึ่งตามกฎไม่สามารถเปิดสาขาเพิ่มได้ทำให้ต้องเลือกฐานลูกค้าที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย

"ลูกค้าเป้าหมายของเราจะเป็นระดับกลางถึงบน เป็นกลุ่มที่อยู่ในระบบเงินฝากประจำ และไม่ทำธุรกรรมการเงินกับแบงก์ทุกวัน เป็นกลุ่มที่เหมาะสมกับแคมเปญบัญชีเงินฝากทันใจที่แบงก์เป็นผู้ออกแบบคิดค้น"

วิชิต เล่าว่า ที่ HSBC จับลูกค้ากลุ่มระดับกลางถึงบนเพราะ เป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการเงินได้ดี และเป็นกลุ่มที่ต้องการเห็นเม็ดเงินหรือผลตอบแทนที่จะได้รับเร็ว ดังนั้นแคมเปญดังกล่าวจึงมีความเหมาะสมกับลูกค้ากลุ่มนี้

บัญชีเงินฝากทันใจ จะมอบเงินสดมูลค่าเทียบเท่าดอกเบี้ยคืนให้ทันทีที่ลูกค้านำเงินมาเปิดบัญชีเงินฝากประจำใหม่กับแบงก์ตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไป โดยมีระยะเวลาในการฝาก ตั้งแต่ 3 เดือน ถึง 24 เดือน ให้อัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่ 4% เป็นโปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้จนสิ้นเดือนมีนาคม

วิชิต อธิบายตัวอย่างให้เข้าใจว่า ถ้าลูกค้าต้องการฝากเงิน 1 ล้านบาท ในอัตราดอกเบี้ยที่ HSBCให้ 3 % คิดเป็น 30,000 บาท เท่ากับลูกค้าฝากเงินจริงที่ 970,000 บาท โดยเงิน 1 ล้านบาทที่ต้องการนั้นจะได้ทันทีเมื่อครบกำหนดระยะเวลาการฝากประจำ

วิธีนี้ทำให้ลูกค้าเห็นจำนวนเม็ดเงินที่ได้รับเร็ว และสามารถถอนได้ทันทีเมื่อครบกำหนด โดย วิชิต บอกอีกว่า แคมเปญในลักษณะนี้ออกมาจากการศึกษาค้นคว้าวิจัยแล้วพบว่า สิ่งสำคัญประการแรกที่ทำให้ลูกค้าอยากฝากเงินมากที่สุดคือเรื่องของอัตราดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนนั่นเอง ประการที่ 2 ก็อยู่ที่ลูกเล่นแคมเปญที่ออกมาแล้วสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งรายอื่น และประการสุดท้ายคือความมั่นคงของสถาบันการเงินนั้น ๆ ด้วยเหตุผลสำคัญทั้ง 3 ประการนี่เองที่ HSBC ใช้เป็นฐานของการคิดค้นแคมเปญใหม่ ๆ เพื่อจูงใจลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย

"อย่างไรก็ตามจะเห็นว่าทาง HSBC ไม่ได้ลงมาแข่งขันในเรื่องของอัตราดอกเบี้ย เพราะเราไม่ได้ต้องการระดมเงินทุนเพื่อไปปล่อยกู้ และถ้าจะทำก็มีธนาคารแม่จากต่างประเทศให้การซัพพอร์ตอยู่แล้ว รวมทั้งการระดมทุนในรูปแบบต่าง ๆ อีกทั้งในความเป็นจริงถ้าต้องการระดมเงินเพื่อปล่อยกู้ในจำนวนมาก การรับเงินฝากเพียงอย่างเดียวคงไม่เพียงพอ ต้องหาเพิ่มจากหลายช่องทาง"

สำหรับ เป้าหมายในปีนี้ของ HSBC นั้น วิชิตบอกว่า ต้องการโตอย่างมากในตลาดรายย่อย ซึ่งปีที่แล้วโตในตลาดบัตรเครดิต ปีนี้ก็จะขยายไปสู่ตลาดเงินฝาก และสินเชื่อส่วนบุคคล แต่อย่างที่กล่าวด้วยศักยภาพของแบงก์ที่มีสาขาเพียงแห่งเดียว ทำให้กลยุทธ์การทำตลาดต้องต่างจากแบงก์อื่นที่มีหลายสาขา

วิชิต บอกข้อดีของการมีสาขาเดียวทำให้ HSBC เป็นแบงก์ที่มีความกระตือรือร้นในการเจาะและขยายฐานลูกค้า "เราเป็นแบงก์ที่วิ่งเข้าหาลูกค้า ไม่เหมือนธนาคารที่มีหลายสาขา ลูกค้าต้องเดินเข้ามาหา เพราะแต่พนักงานที่ประจำอยู่ในสาขางานก็เยอะโอกาสในการออกไปหาลูกค้าจึงทำได้อยาก อีกทั้งการที่ HSBC มีสาขาเดียวย่อมหมายถึงต้นทุนทางธุรกิจที่ถูกกว่า"

ปัจจุบันแม้ว่าการแข่งขันแย่งฐานลูกค้าเงินฝากจากแบงก์จะยังไม่รุนแรง แต่ด้วยความกดดันจากแข่งขันในธุรกิจ และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้ผู้บริโภคมีโอกาสเลือกใช้บริการจากแบงก์ที่ตนพึงพอใจ การดำเนินธุรกิจเพื่อแข่งขันจึงเต็มไปด้วยกลเกมมากขึ้น

ดังนั้นปัจจัยสำคัญของการดึงลูกค้าให้อยู่ในกำมือ คือความแตกต่างของลูกเล่นที่แต่ละแบงก์จะสรรหาคิดมา


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.