โค้กเท900ล.ลดต้นทุน ผุดระบบ"MDC"ปั๊มยอด


ผู้จัดการรายวัน(19 มกราคม 2549)



กลับสู่หน้าหลัก

"โค้ก"ยอมควัก 900 ล้านบาทยกเครื่องประสิทธิภาพ การผลิตใหม่ รับมือต้นทุนการผลิต พุ่ง หลังกระทรวงพาณิชย์อ้อมแอ้ม ขึ้นราคา จวกรัฐบิดเบือนกลไกตลาดให้ผู้ผลิตแบกรับภาระ แจงน้ำอัดลมไม่ได้ขึ้นราคา 8 ปี ปัจจัยลบรุมเร้าปัญหาน้ำตาล-น้ำมัน-เศรษฐกิจแย่ ผุดระบบกระจาย สินค้าเอ็กซ์คลูซีฟ "MDC" กระทุ้งยอดขาย พร้อมระเบิดแคมเปญ "โค้กยิงแฮตทริก" ชู 3 เอกสิทธิ์ปลุก กระแสฟุตบอลโลก

นายพรวุฒิ สารสิน รองประธานกรรมการ บริษัท ไทย น้ำทิพย์ จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่าย เครื่องดื่มน้ำอัดลมโค้ก แฟนต้า ฯลฯ เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทได้ยื่นเรื่องต่อกระทรวงพาณิชย์ เพื่อขอขึ้นราคาน้ำอัดลมโดยมีการชี้แจง ถึงเหตุผลของการขอขึ้นมาโดยตลอด 5 ปี แต่น้ำอัดลมก็ยังไม่ได้รับการพิจารณาให้ขึ้นราคามา 8 ปีแล้ว โดยปัจจุบันยังคงราคาจำหน่าย บรรจุภัณฑ์ขวดราคา 7 บาท ส่วนกระป๋อง 13 บาท อีกทั้งที่ผ่านมากระทรวงพาณิชย์เก็บภาษีน้ำอัดลม ในหมวดสินค้าฟุ่มเฟือยถึง 21% แต่พอบริษัทจะขอขึ้นราคาก็ไม่ได้เพราะน้ำอัดลมถูกจัดอยู่ในกลุ่มสินค้าควบคุมเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม เรื่องการขอปรับราคาขึ้นนั้น บริษัทได้เตรียมเข้าไปเจรจากับสภาอุตสาหกรรมอีกครั้ง เพราะนอกจากจะได้รับผล กระทบด้านราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นทุนค่าขนส่งสูงขึ้นแล้ว ปีนี้ยังมีปัญหาเรื่องน้ำตาลที่ขาด แคลนเข้ามาเกี่ยวข้องอีก แม้ว่าบริษัทจะรับซื้อน้ำตาลมาจากโรงงานโดยตรงก็ตาม แต่ก็ได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะการผลิตน้ำอัดลม ใช้น้ำตาลเป็นวัตถุดิบราว 30% ขณะเดียวกันปีนี้สภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็ไม่ค่อยดีมากนัก

นายพรวุฒิกล่าวว่า เพื่อรองรับกับต้นทุนการผลิตที่มีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น เพราะกระทรวงพาณิชย์ทำให้กลไกตลาดบิดเบือน เดิมทีผู้บริโภคเป็นผู้ที่ต้องแบกรับภาระ แต่ปัจจุบันกลายเป็นผู้ผลิต และเกษตรกรต้องแบกรับภาระ ดังนั้นปีนี้บริษัทได้ทุ่มงบ 900 ล้านบาท ลงทุนด้านเครื่องจักรใหม่ พร้อมกับปรับปรุงเครื่องจักรเก่า แวร์เฮาส์ ขยายหน่วยรถขนส่งจากปัจจุบันมี 200 คัน พร้อมกันนี้ได้นำรูปแบบ การกระจายสินค้าจากต่างประเทศมาผสมผสานกับรูปแบบการกระจายสินค้าในไทย ภายใต้ระบบ "แมนนวลดิสทริบิวชั่นเซ็นเตอร์"

นายพัชร รัตตกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า รูปแบบการกระจายสินค้า "แมนนวลดิสทริบิวชันเซ็นเตอร์" คือ การมีดิสทริบิวเตอร์ที่จำหน่ายสินค้าของไทยน้ำทิพย์ในลักษณะเอ็กซ์คลูซีฟ จากเดิมที่ระบบการกระจายสินค้าจะมีดิสทริบิวเตอร์ ที่จำหน่ายสินค้าภายใต้แบรนด์อื่นหรือสินค้าหมวดเครื่องดื่มอื่นๆปะปนกัน โดยตัวแทนจำหน่ายแต่ละรายต้องมีหน่วยรถเองและเป็นเซ็นเตอร์กระจายสินค้า 300-600 ร้านค้า ซึ่งการมีระบบดังกล่าวจะช่วยเพิ่มความถี่ในการกระจายสินค้า และเพิ่มประสิทธิภาพการกระจายสินค้าในพื้นที่ที่บริษัทยังไม่สามารถกระจายสินค้าได้ทั่วถึง

โดยจะนำระบบ MDC นำร่องที่ภาคใต้เป็นแห่งแรก เนื่องจากเป็นภาคที่บริษัทมีความแข็งแกร่ง เฉพาะตลาดน้ำดำครองส่วนแบ่งถึง 75% แต่หากรวมทั้งน้ำดำและสีมีส่วนแบ่งถึง 72% หรือคิดเป็นสัดส่วน 10% ของรายได้รวมของบริษัท โดยในปีที่ผ่านมาตลาดน้ำอัดลมภาคใต้ติดลบ 2% แต่บริษัทเติบโตได้ถึง 4% ทั้งนี้ ระบบการกระจายสินค้าใน รูปแบบใหม่นี้ เริ่มทดลองมาแล้ว 3 เดือน และสิ้นเดือนมกราคมนี้จะสรุปผลการขยายไปส่วนอื่นๆของประเทศต่อไป ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้าหมายไว้ว่าภายใน 2 ปีนี้ระบบดังกล่าวจะสามารถเพิ่มจำนวนร้านค้า 6,000 แห่ง จากปัจจุบันมี 20,000 แห่ง

โค้กอัดแคมเปญรับฟีเวอร์บอลโลก

นายพรวุฒิกล่าวว่า เพื่อตอกย้ำกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เกตติ้ง โค้กได้ต่อสัญญาสนับสนุนการแข่งขันฟุตบอลโลกอย่างเป็นทางการจนถึงปี 2565 หรือประมาณ 16 ปี นับเป็นการสนับสนุนระยะยาว และก้าวเป็นพันธมิตรระดับอีลิทเพียงรายเดียวเท่านั้น ทำให้โค้กได้รับเอกสิทธิ์พิเศษจากฟีฟ่าในการนำโครงการพิเศษต่างๆ โดยปีนี้โค้กระเบิดแคมเปญ "โค้กยิงแฮตทริก" ชู 3 เอกสิทธิ์ปลุกกระแสฟุตบอลโลก

ประเดิมงานแรก "งานวันชาติคอบอลโลก" มีไฮไลต์ คือ โค้ก ฟีฟ่า เวิลด์คัพ โทรฟี่ ทัวร์ นำถ้วยฟุตบอลโลกมาจัดแสดงโชว์ทั่วโลก 100 วัน 28 ประเทศ สำหรับประเทศไทยจะได้ชมในวันที่ 12 มีนาคม 2549 จำนวน 10,000 คน โดยผู้ที่จะเข้าชมต้องสะสมฝาหรือชิ้นส่วนโค้ก แฟนต้า หรือสไปรท์ จำนวน 6 ชิ้น เพื่อแลกบัตรได้ 1 ใบฟรี

ส่วนกิจกรรมที่สอง "โค้กนำธงฟุตบอลโลก" เป็นโครงการเยาวชนที่โค้กได้รับสิทธิ์พิเศษจากฟีฟ่า คัดเลือก 3 เยาวชนไทย อายุ 12-15 ปี เป็นตัวแทนนำนักเตะระดับโลกเข้าสู่สนามฟุตบอลโลก และกิจกรรมสุดท้ายเปิดตัวโค้กแคนคอลเลกชันพิเศษ "ฟีฟ่า เวิลด์ คัพ โทรฟี่" เป็นที่ระลึกของเวิลด์ทัวร์ครั้งแรกของถ้วยฟีฟ่าเวิลด์คัพ ทั้งนี้ คาดว่า 3 กิจกรรมจะผลักดันการรับรู้ของตราสินค้า "โค้ก" ถึง 90% เมื่อเทียบกับแบรนด์น้ำอัดลมของคู่แข่ง


กลับสู่หน้าหลัก

Creative Commons License
ผลงานนี้ ใช้สัญญาอนุญาตของครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-ไม่ดัดแปลง 3.0 ประเทศไทย



(cc) 2008 ASTVmanager Co., Ltd. Some Rights Reserved.